ข้อมูลจาก MAAT ระบุว่าตลาดสื่อโฆษณาไทยยังฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะครึ่งปีหลังของ 2022 เติบโตในทิศทางบวกระหว่าง 5% และ 8%  สอดรับกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในหลายๆ ด้าน

ที่น่าสนใจ คือการเติบโตของสื่อในโรงภาพยนตร์ที่ครึ่งปีแรก 2022 มีมูลค่า 3,739 ล้านบาท เติบโตกว่า 91% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2021 เติบโตมากที่สุดเมื่อเทียบกับสื่ออื่น ๆ

ปัจจัยหลักของการเติบโตประการแรกคือสถานการณ์โควิด-19 เริ่มคลี่คลาย ผู้คนกลับมาใช้ชีวิตนอกบ้านมากขึ้นถัดมาคือการกลับมาของหนังฟอร์มใหญ่ที่เรียงคิวฉายตั้งแต่ต้นปีไปจนถึงปลายปี

คำถามคือ ทำไมสื่อในโรงภาพยนตร์ถึงเนื้อหอมและเป็นพื้นที่โฆษณาที่น่าสนใจของแบรนด์ธุรกิจ

Marketeer เดินทางมาพูดคุยกับผู้ที่ให้คำตอบได้ดีที่สุดอย่าง นรุตม์ เจียรสนอง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) ถึงอินไซต์ความแข็งแกร่งของสื่อในโรงภาพยนตร์และวันที่ผู้คนกลับมาจับจ่ายใช้สอยความสุขด้วยการดูหนังเป็นปกติเหมือนเคย

Content หลากหลาย ครอบคลุมทุกกลุ่มลูกค้า

“ตอนนี้กฎหมายปลดล็อกให้นั่งดูหนังในโรงได้ทุกที่นั่ง 100% ขณะที่หนังฟอร์มใหญ่แต่ละเรื่องกลับมาทำรายได้มากกว่า 300 ล้านบาท เช่น Spider-Man No Way Home และ Dr.Strange In The Multiverse of Madness เทียบเท่ากับรายได้ช่วงปี 2019 ก่อนการแพร่ระบาดโควิด-19 ล่าสุดหนังไทยเรื่อง “บุพเพสันนิวาส” ทำรายได้ประมาณ 400 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นว่าผู้คนกลับมาใช้ชีวิตนอกบ้านมากขึ้น และเกือบจะเป็นปกติ”

นอกจากไลน์อัปหนังฟอร์มยักษ์ที่ทยอยกำหนดฉายอย่างต่อเนื่องจะเป็นแม่เหล็กดึงดูดคนดูแล้ว “เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์” ยังวางแผนสร้างหนัง Regional Film ทั้งเรื่องที่ตอบโจทย์ตลาด Mass และเรื่องตอบโจทย์ตลาด Localization มากขึ้น โดยที่ผ่านมา เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ประสบความสำเร็จกับหนังไทยสไตล์นี้มานับไม่ถ้วน เช่น อีเรียมซิ่ง ส้มป่อย มนต์รักวัวชน ฯลฯ นอกจากจะเจาะรายได้ในภูมิภาคได้แล้ว คอนเทนต์เหล่านี้ยังสามารถส่งออกและสร้างรายได้ในต่างประเทศอีกด้วย

ทั้งนี้ นรุตม์ยังบอกอีกว่า หนึ่งในความแข็งแกร่งของโรงหนังในยุคนี้คือ “การเปิดกว้างของคอนเทนต์” มากขึ้น เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์มีการนำคอนเทนต์ทางเลือกที่ไม่ใช่ภาพยนตร์ (Alternative Content) ทั้งการแสดงสดในรูปแบบ Live Streaming จากต่างประเทศ มาให้ชมในโรงภาพยนตร์ เช่น งานประกาศผลรางวัลออสการ์, การแข่งขันกีฬา Super Bowl หรือการแสดงคอนเสิร์ตจากเกาหลี รวมไปถึง Exclusive Content ร่วมกับ True ที่เตรียมจะเข้าฉายเฉพาะโรง IMAX เพียงที่เดียว

ตลอดจน Exclusive “หนังอินเดีย” โดยเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์เป็นโรงภาพยนตร์เดียวในไทยที่ฉายและฉายอย่างต่อเนื่อง และฉายพร้อมกันกับประเทศอินเดีย มากกว่า 20 เรื่องต่อปี ซึ่งได้รับการตอบรับจากคนดูเป็นอย่างดี และมีแผนขยายสาขาในการฉายจากเดิม ราว 20 สาขา เป็น 40-50 สาขา ตามความชื่นชอบและความต้องการของลูกค้า

เหล่านี้คือส่วนของ “คอนเทนต์” ที่เพิ่มจำนวนคนดูและลูกค้าให้กับโรงภาพยนตร์มากขึ้น

เทคโนโลยีและการเป็นผู้นำเรื่อง DATA

เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ เป็นโรงภาพยนตร์ที่ขึ้นชื่อเรื่อง ‘เทคโนโลยี’ ทั้งเทคโนโลยีการฉาย จอภาพยนตร์ ระบบเสียง ว่ากันว่าเทคโนโลยีไหนที่ใหม่และดีหาดูได้ที่นี่ที่แรก ทำให้ปัจจุบันเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กลายเป็นผู้นำเทคโนโลยีโรงภาพยนตร์ที่ใหม่และดีที่สุดจากทั่วโลกมาให้คนไทยได้สัมผัส เช่น โรงภาพยนตร์ จอยักษ์ IMAX, สี่มิติ 4DX, สามจอ ScreenX และล่าสุดที่เตรียมเปิดตัวในปลายปีนี้คือโรงภาพยนตร์ IMAX with LASER และ ScreenX PLF

ด้วยความมุ่งมั่นที่จะนำเสนอความสะดวกสบายให้กับลูกค้าเป็นที่ตั้ง ทำให้ไม่ใช่แค่การพัฒนาเทคโนโลยีเกี่ยวกับการฉายภาพยนตร์ ด้านการบริการในมิติต่าง ๆ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์เองก็เป็นที่หนึ่ง

ยกตัวอย่าง ระบบการชำระเงินที่เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์พัฒนาและสรรหาวิธีการชำระเงินที่สะดวก ตอบโจทย์พฤติกรรมลูกค้าตามยุคสมัย โดยตั้งเป้าเป็น Cashless Cinema 100% ภายในสิ้นปีนี้ และตั้งเป้าใหม่คือเป็น Mobile Ticketing 100% ภายในปี 2023

“ตอนนี้การชำระเงินของลูกค้าเราเป็นแบบ Cashless ประมาณ 95% มีทั้งพร้อมเพย์ Wallet บัตรเครดิต เดบิต BNPL และการซื้อผ่านแอปต่าง ๆ มีลูกค้าราว 5% ในบางสาขาที่ยังใช้เงินสด ซึ่งเราพยายาม Educate เรื่อง Cashless มาตลอดและทำอย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้รับผลตอบรับค่อนข้างดี และพร้อมติดตั้งเครื่อง Smart Ticket เครื่องอ่านตั๋วหนังแบบ QR Code ให้ครบทุกสาขาภายในสิ้นปี 2022 นี้

“สเต็ปต่อไปของเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์คือ เราตั้งเป้าว่า อยากจะเป็น Mobile 100% ซึ่งปัจจุบันลูกค้ากว่า 60% จะซื้อตั๋วหนังแบบ Cashless ที่ตู้อัตโนมัติ 35% ซื้อผ่านตั๋วออนไลน์ และใช้เงินสดราว 5% เรามองว่า Online ของเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ยังสามารถโตได้อีก เพราะหากเทียบกับจีน เกาหลีแล้ว มีการซื้อตั๋วหนังออนไลน์ผ่าน Mobile ถึง 70-80% ส่วนของเราจาก 35% ไป 80% ไม่น่ายาก แต่สำหรับ 100% เป็นโจทย์ที่ท้าทาย ซึ่งเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์เราปักธงไว้ว่าต้องไปให้ถึง Move คน 60% ที่ซื้อตั๋วผ่านตู้อัตโนมัติไปเป็น Mobile ให้ได้ ภายในปี 2023”

นรุตม์อธิบายเพิ่มเติมว่าข้อดีของ Mobile First คือ การสร้างพฤติกรรมจองตั๋วหนังล่วงหน้าให้กับลูกค้าได้ ซึ่งจะทำให้โรงหนังเองได้รายได้ที่แน่นอนมากขึ้น

“อย่างเรื่อง Spider-Man No Way Home และ Dr.Strange In The Multiverse of Madness ที่ผ่านมาเราขายตั๋วล่วงหน้าประมาณ 10,000-30,000 ใบต่อเรื่อง ซึ่งถือว่าค่อนข้างดีพอสมควร เราอยากขายตั๋วล่วงหน้าเยอะ ๆ เพื่อให้เกิดพฤติกรรมการจอง ซึ่งตัว Mobile สามารถกระตุ้นให้ซื้อตั๋วล่วงหน้าได้ง่าย” เช่น ในอเมริกาจะมี Culture ในการซื้อตั๋วหนังล่วงหน้าก่อนวันที่หนังเข้าฉายได้มากถึง 1 ล้านใบ ซึ่งเป็นเป้าหมายของเมเจอร์ฯ ที่จะต้องสร้าง Culture นี้ให้ได้

ถ้าสังเกตจะเห็นว่าเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ พยายาม Move ลูกค้าให้ไปอยู่ในออนไลน์มากขึ้น นอกจากความสะดวกสบายแล้วอีกหนึ่งผลพลอยได้คือ DATA หรือข้อมูลพฤติกรรมลูกค้า ต้องยอมรับว่าโรงภาพยนตร์คือธุรกิจที่มีลูกค้าหลากหลายกลุ่มตั้งแต่เด็กไปจนถึงผู้ใหญ่แทบจะครอบคลุมทุกเซกเมนต์เลยก็ว่าได้

การเติบโตของ M PASS ฐานข้อมูลคุณภาพที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ไม่เพียงเท่านี้ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ยังมีฐานลูกค้าสมาชิก M Pass ระบบ Subscription ดูหนังรายเดือนที่เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์พัฒนาขึ้นเป็นเจ้าแรกและเจ้าเดียวในไทย กว่า 170,000 ราย และมีแผนก้าวสู่ 300,000 รายภายในสิ้นปีนี้

นรุตม์ย้ำว่า ด้วยจำนวนหนังฟอร์มใหญ่ที่กำลังจะเข้าฉาย และกลยุทธ์ Co-Campaign ร่วมกับ Sponsor เช่น KTC, เครื่องดื่ม RockStar และ True รวมถึงโปรโมชั่นต่าง ๆ จะช่วยให้ฐานสมาชิก M Pass เพิ่มขึ้นและไปถึงเป้าได้ไม่ยาก

ขณะเดียวกัน เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ยังมีสมาชิก M Generation หรือบัตรสะสมคะแนนกว่า 3 ล้านราย โดยแบ่งสัดส่วนเป็น นักเรียน-นักศึกษา 50% และผู้ใหญ่ 50%

ข้อมูลเหล่านี้ทำให้ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รู้จักลูกค้าของตัวเองดี ทำให้การพัฒนาบริการ การตอบโจทย์ความต้องการ ไปจนถึงการนำเสนอโปรโมชั่นถึงลูกค้าในรูปแบบ Personalized ที่เป็น One to One Offering ที่เฉพาะเจาะจงได้มากขึ้น

นั่นหมายความว่า เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ตัวแทนธุรกิจสื่อในโรงภาพยนตร์สามารถเข้าถึงลูกค้าครอบคลุมทุกเซกเมนต์ และเข้าใจอินไซต์ลูกค้าเป็นอย่างดี ตอบคำถามข้างต้นได้แล้วว่า ทำไม สื่อในโรงภาพยนตร์ถึงเนื้อหอมและเป็นพื้นที่ที่หลาย ๆ แบรนด์อยากมาร่วม Join

ต้องมี On Ground Marketing ที่แข็งแกร่ง

นอกจากการสร้างธุรกิจให้แข็งแกร่งจากภายใน ในข้างต้นแล้ว เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ยังรุกตลาดธุรกิจสื่อในโรงภาพยนตร์ด้วยการมี On Ground Marketing ที่แข็งแกร่ง พร้อมนำเสนอ Tailor-made Marketing ต่าง ๆ ให้กับแบรนด์

“ในแง่การทำ Sponsorship ร่วมกับพาร์ตเนอร์ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ พยายามที่จะหาโจทย์ทำร่วมกัน เพื่อสร้าง Convenience ให้กับลูกค้าในทุก ๆ มิติ ถัดมาคือการมอบ Benefit ในแบบ CRM ให้ลูกค้าของพาร์ตเนอร์ได้รับประสบการณ์แบบ Exclusive และ Privilege เช่น ส่วนลด ดูหนังฟรี ดูหนังก่อนใคร ซึ่งเราสามารถ Tailor-made ตามที่พาร์ตเนอร์ต้องการ”

ยกตัวอย่าง Krungsri IMAX ที่เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ และ ธนาคารกรุงศรีเป็น Naming Sponsorship กันมากว่า 17 ปี ทำแคมเปญและมอบสิทธิพิเศษให้กับลูกค้ากรุงศรีและลูกค้าเมเจอร์มามากมาย เช่น การซื้อตั๋วหนังในราคาพิเศษ การทำ CSR พาน้องดูหนัง การสร้างแบรนด์ด้วยแคมเปญ KRUNGSRI IMAX Video Contest หรือการทำ CRM ซื้อตั๋วหนังผ่าน แอปพลิเคชัน UChoose และอื่น ๆ อีกมากมาย

“อย่างที่กล่าวในข้างต้นว่าผู้คนเริ่มกลับมาใช้ชีวิตปกติ มี Pent-up demand มากขึ้น คนรู้สึกเบื่อ อยากมาใช้ชีวิตนอกบ้านมากขึ้น จากกิจกรรม Online จะกลับมาสู่ On Ground มากขึ้น เราเก่งเรื่อง On Ground Marketing อยู่แล้ว เราคือผู้ที่เชื่อมโยงลูกค้า On Ground ให้สามารถ Engage กับแบรนด์ได้อย่างชัดเจน พูดง่าย ๆ คือ ลูกค้ามาดูหนังที่โรง เราสามารถ Educate และสร้าง Engagement ลูกค้ากับแบรนด์ต่าง ๆ ที่เป็นพาร์ตเนอร์เราได้”

นรุตม์กล่าวย้ำว่า “เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์  มีจุดแข็งที่ต่างกับสื่ออื่น ๆ ก็คือ การเป็น Two-way Communication เรามี On Ground Marketing ทั้ง Lounge ที่ดูแลลูกค้า มี Movie Licensing Character และกิจกรรมรูปแบบต่าง ๆ ออกแบบให้สอดรับในแต่ละกลุ่มลูกค้า มีสื่อ O2O (Offline to Online) ไปจนถึง Integrated Marketing ที่ครบวงจรมากกว่าสื่ออื่น ๆ ที่สำคัญคือเข้าถึงลูกค้าได้ครอบคลุมทุกกลุ่มทุกเซกเมนต์ อันนี้คือจุดแข็งของสื่อในโรงภาพยนตร์

อีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้สื่อในโรงภาพยนตร์โดยเฉพาะเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์แข็งแกร่งคือการมีจำนวนสาขาที่หลากหลายและครอบคลุมทั่วประเทศ โดยโรงภาพยนตร์แต่ละสาขาต่างมีช่องทางสื่อออนไลน์ทั้ง ‘Page Facebook เป็นของตัวเอง และกำลังจะเปิด ‘Line OA’ แยกแต่ละสาขาเพื่อสื่อสารกับลูกค้าในพื้นที่โดยตรง ปัจจุบัน Facebook : Major รวมกันทุกสาขา มียอดผู้ติดตามกว่า 15 ล้าน Follower และ Line : Major Group  17 ล้าน Follower ถือเป็นอีกหนึ่ง ‘ช่องทางการสื่อสาร’ กับลูกค้าทั่วประเทศแบบใกล้ชิดมากขึ้น พร้อมสามารถต่อยอดไปยังการทำ Localize Marketing ได้เป็นอย่างดี

การที่เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์มี On Ground Marketing ที่แข็งแกร่ง นั่นหมายความว่า ทุก ๆ การทำ Naming Sponsor ร่วมกับแบรนด์ธุรกิจต่าง ๆ จะสามารถสร้าง Brand Awareness ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่ Integrated Marketing ที่ครบวงจรก็เอื้อต่อการทำกิจกรรม CRM กับลูกค้าของแบรนด์นั้น ๆ ได้เป็นอย่างดี

โต้โผใหญ่ของการสร้าง Soft Power

ล่าสุดเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กำลังเตรียมตัวเป็นเจ้าภาพงาน “CineAsia 2022ในวันที่ 5-8 ธันวาคม 2565 ที่ Icon Siam และโรงภาพยนตร์ Icon CineConic ซึ่งเป็นงานอุตสาหกรรมภาพยนตร์ระดับนานาชาติ ที่ผู้สร้างภาพยนตร์ของ Hollywood ทุกเจ้า กับโรงภาพยนตร์ทั่ว Asia จะมาร่วมงาน และเป็นโอกาสที่ผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรมหนังไทยจะได้ Showcase

ถือเป็นการ Export Soft Power ก่อให้เกิดธุรกิจต่อเนื่องและประโยชน์กับหลากหลายภาคส่วน ที่สำคัญคือเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงการกลับมาของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ธุรกิจโรงภาพยนตร์ และธุรกิจสื่อในโรงภาพยนตร์อย่างเต็มตัว

โดยงาน CineAsia เป็นครั้งแรกที่กลับมาจัดในรอบ 3 ปี จากสถานการณ์โควิด และเป็นครั้งที่ 2 ในประวัติศาสตร์ที่ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพในการจัดงานในครั้งนี้

ด้วยปัจจัยภายนอกสถานการณ์โควิด-19 หรือเศรษฐกิจที่เกื้อหนุน คอนเทนต์หนังที่หลากหลาย และปัจจัยภายในที่โรงภาพยนตร์เองมีเทคโนโลยีใหม่ ๆ ในการฉายภาพยนตร์เพิ่มอรรถรสให้คนดู กลยุทธ์การเพิ่มจำนวนสมาชิกที่เป็นฐานข้อมูลสำคัญ ตลอดจนการมีลูกเล่นแพรวพราว และ Options เครื่องมือการตลาดใหม่ ๆ ที่ช่วยสนับสนุนแบรนด์ธุรกิจ ทั้งหมดนี้คือคำตอบที่ช่วยคลายข้อสงสัยว่า ทำไมสื่อในโรงภาพยนตร์ถึงเนื้อหอมและเป็นพื้นที่โฆษณาที่น่าสนใจ



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน