A5 รู้จักบริษัทพัฒนาอสังหาฯ รูปแบบใหม่ ตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่แตกต่าง

คงไม่เกินไปหากจะบอกว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบันนับเป็นช่วงเวลาแห่งความท้าทายอย่างมาก เพราะนอกจากสภาพเศรษฐกิจซบเซาแล้ว ภาวะเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นต่อเนื่อง ล้วนเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้อัตราการซื้อชะลอตัวทั้งสิ้น

ท่ามกลางความผันผวนของตลาด เราได้เห็นการเติบโตแบบมีนัยของ บริษัท แอสเซท ไฟว์ กรุ๊ป จํากัด (มหาชน) หรือ A5 ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่นำเสนอความแตกต่างและโดดเด่นโดยจับกลุ่มตลาดแบบเฉพาะเจาะจง (Niche Market) ด้วยวิสัยทัศน์มุ่งมั่นตั้งใจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รูปแบบใหม่เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่แตกต่าง โดยใช้ช่องว่างส่วนนี้สร้างคุณค่าเพิ่มเติมให้กับธุรกิจอสังหาฯ ภายใต้การพัฒนาของแบรนด์ได้อย่างมากมาย

อะไรคือกลยุทธ์ที่ทำให้ A5 ขับเคลื่อนได้อย่างแข็งแกร่ง คงไม่มีใครให้คำตอบได้ดีเท่ากับ ศุภโชค ปัญจทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซท ไฟว์ กรุ๊ป จํากัด (มหาชน) หรือ คุณโทนี่ หัวเรือใหญ่ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จตลอดมา

เลือกสร้างความแตกต่างให้วงการอสังหาฯ

A5 พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัย โดยเน้นทางแนวราบเป็นหลัก และที่เราโฟกัสเป็นพิเศษคือ เน้นเจาะกลุ่มตลาดแบบเฉพาะเจาะจง หรือ Niche Market เพราะว่าเราเลือกที่จะสร้างความแตกต่างให้วงการอสังหาฯ ไม่ชอบเดินตามใคร และเลือกที่จะนำเสนอโครงการในแบบที่ยังไม่มีใครทำ หรือยังไม่มีใครนำเสนอโปรเจกต์ในลักษณะนี้มาก่อน”

คุณโทนี่เปิดการสนทนาโดยเล่าถึงภาพรวมการดำเนินธุรกิจของA5ที่เลือกสร้างความแตกต่างให้กับวงการอสังหาฯ โดยเลือกจับตลาด Niche Market ซึ่ง A5 เข้ามาเพื่อเติมเต็มความต้องการของกลุ่มเป้าหมายโดยเฉพาะ

โปรเจกต์ของเราตอนนี้จะเน้นเป็นบ้านเดี่ยว ระดับ Luxury, Super luxury เป็นหลัก ซึ่งกลุ่มที่เราโฟกัสเรียกว่าเป็นกลุ่มลูกค้าที่สร้างบ้านอยู่เอง ซึ่งเรามองว่ากลุ่มนี้ ถ้าเกิดเขามีออปชัน เขาจะเลือกอยู่โครงการ มากกว่าที่จะสร้างบ้านอยู่เอง เราเลยเห็นช่องว่างตรงนี้ที่ยังไม่โดนเติมเต็ม จึงเลือกที่จะจับกลุ่มตลาดนี้เป็นหลัก

มูลค่าตลาดต่อปีของกลุ่มลูกค้าที่สร้างบ้านอยู่เองอยู่ที่ประมาณ 200,000 ล้านบาท กลุ่มหนึ่งคือมีที่ดินอยู่แล้ว อีกกลุ่มหนึ่งคือผลิตภัณฑ์ในตลาดไม่ตอบโจทย์ อาจด้วยหลาย ๆ ปัจจัย เช่น ที่จอดรถไม่พอ ห้องนอนน้อยไป พื้นที่ใช้สอยไม่ลงตัว ไม่ถูกใจ เลยต้องสร้างเอง เพื่อให้ได้บ้านในแบบที่ต้องการและตอบโจทย์ความต้องการของตัวเอง A5 เลยเกิดขึ้นมาเพื่อที่จะเติมเต็มความต้องการในส่วนนี้ ปิด Gap ตรงนี้ ด้วยความเข้าใจความต้องการในจุดนี้ของลูกค้าอย่างแท้จริง”

พัฒนาโครงการภายใต้แนวคิด “5 Values of Life”

หลังจากที่ A5 ก้าวเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ สร้างการเติบโตผ่านแนวคิดการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยภายใต้ Concept 5 Values of Life” ซึ่งประกอบไปด้วย

  1. ASSET : ที่มาจาก Asset จริง ๆ ต้องเป็น Good Asset ของลูกค้าที่เพิ่มมูลค่าได้ในอนาคตสะท้อนมาที่การเลือก ทำเล ที่มีศักยภาพต่อการพัฒนาและการเติบโตเพิ่มมูลค่าในอนาคต และ เป็นทำเลที่ควรค่าแก่การลงทุนเพื่อสร้างรากฐานความมั่นคงอย่างต่อเนื่อง
  2. LEGACY : พัฒนาโครงการให้มีคุณค่าผสมผสานดีไซน์ที่สวยงามเหนือกาลเวลาเสมือนของสะสมที่มีคุณค่าอยู่ได้นานเพื่อส่งผ่านเป็นมรดกแห่งความภูมิใจจากรุ่นสู่รุ่น
  3. FREEDOM : ต้องเป็นที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ด้านอิสระในการใช้ชีวิตและเปิดกว้างรองรับจินตนาการของการอยู่อาศัยสะท้อนมาที่การพัฒนาตัวบ้านให้มีพื้นที่ใช้สอยมากเพียงพอและปรับให้ตรงกับความต้องการของเจ้าของได้
  4. FAMILY : เพราะสังคมที่ดีเริ่มต้นที่บ้าน การพัฒนาโครงการจึงเน้นเรื่องความปลอดภัยรวมถึงการออกแบบให้มีพื้นที่สำหรับทำกิจกรรมร่วมกันได้ เพื่อสานสายใยความรักความผูกพันของทุกคนและเกิดเป็นความทรงจำที่มีความหมาย อันเป็นทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดของครอบครัว
  5. ASPIRATION : บ้านที่สร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนในครอบครัวในการใช้ชีวิตหรือความสร้างสรรค์ในการทำงานได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด

ซึ่งคุณโทนี่อธิบายสรุปถึงแกนหลักของแนวคิดทั้ง 5 ข้อนี้ ไว้สั้น ๆ แต่คมชัดว่า

A5 เชื่อว่า Asset ที่แท้จริงของการใช้ชีวิตที่ทุกคนแสวงหาไม่ใช่แค่ บ้าน แต่คือ คุณค่าและเราเชื่อว่าการเข้าใจลูกค้าอย่างแท้จริง คือ คุณค่าที่ควรมอบให้ลูกค้ามากที่สุด นั่นเอง

เดินหน้าโครงการใหม่ ตั้งเป้ารับรู้รายได้ปี 65 ที่ 1,000 ล้านบาท

เมื่อถามถึงการดำเนินธุรกิจในปี 2565 นี้ คุณโทนี่กล่าวว่า A5ยังคงเป้าหมายในการดำเนินงานทั้งด้านยอดการรับรู้รายได้ที่ 1,000 ล้านบาท พร้อมแผนการเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ทั้งในเขตกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดที่มีศักยภาพและกำลังซื้อสูงโดยยังเน้นโครงการที่อยู่อาศัยในทำเลและตลาดที่มีศักยภาพสูงและตรงความต้องการของลูกค้า

ทั้งนี้ ตามแผนงานปีนี้จะทยอยเปิดตัว 3 โครงการใหม่ในช่วงครึ่งหลังของปีมูลค่ารวม 4,500 ล้านบาท แบ่งเป็นการพัฒนา 2 โครงการในจังหวัดอุดรธานี เป็นบ้านเดี่ยวและบ้านแฝดระดับราคา 2.5 – 4 ล้านบาท

ปีนี้เราตั้งเป้ารับรู้รายได้ที่ 1,000 ล้านบาท โดยที่โปรเจกต์ในมือตอนนี้ เรามี วนา เรสซิเดนซ์ ซึ่งตอนนี้ Sold Out โอนหมด ปิดโครงการไปแล้ว เช่นเดียวกับบ้าน 2 โครงการที่ต่างจังหวัด คาดว่าจะปิดในเร็ววันนี้เช่นกัน

นอกจากนี้ ที่น่าสนใจและถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์คือ โครงการที่พัฒนาในกรุงเทพฯ โดย A5 ลงทุนเอง 100% อย่าง “CINQ ROYAL Krungthep Kreetha” (แซงค์ รอยัล กรุงเทพกรีฑา) ที่จะรับรู้รายได้บางส่วนในปลายปีนี้“

CINQ ROYALคฤหาสน์หรู บนทำเลทองกรุงเทพกรีฑาตัดใหม่

A5 นำเสนอโครงการ “CINQ ROYAL Krungthep Kreetha” บนเนื้อที่เกือบ 29 ไร่ บนทำเลทองอย่างกรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ พัฒนาเป็นบ้านเดี่ยวหรู 3 ชั้น ระดับซูเปอร์ลักชัวรี จำนวน 46 ยูนิต โดยมีให้เลือก 2 แบบบ้านบนเนื้อที่ดิน 117.5 – 222.3 ตารางวา (ตร.ว.) มีขนาดพื้นที่ใช้สอย 705 – 1,015 ตารางเมตร (ตร.ม.) ราคา 50-100 ล้านบาทต่อยูนิต มูลค่าโครงการรวม 2,700 ล้านบาท เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าเป้าหมายระดับบนที่มองหาที่สุดของที่อยู่อาศัยอันทรงคุณค่าต่อการใช้ชีวิตที่แท้จริง

CINQ ROYAL ถือเป็นแบรนด์ใหม่ ที่วางตำแหน่งการตลาดอยู่ใน Segment สูงที่สุดของ A5 และจะเป็นแบรนด์ ‘Flagship’ ของเราที่สะท้อนถึงโครงการแนวราบ บนทำเลที่ดีที่สุดที่มีการเติบโตสร้างมูลค่าได้ตลอดกาล และส่งมอบคุณค่าของการอยู่อาศัยครบทั้ง 5 Values of Life ในข้างต้น


ทั้งนี้ โครงการ “CINQ ROYAL Krungthep Kreetha” ถือเป็นโครงการที่ 2 ที่A5พัฒนาในย่านถนนกรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ จากที่ก่อนหน้านี้ได้พัฒนาโครงการแรกภายใต้ชื่อ วนา เรสซิเดนซ์ พระราม 9ศรีนครินทร์ บ้านเดี่ยวหรู 3 ชั้น จำนวน 69 ยูนิต ราคา 25-50 ล้านบาท ซึ่งปิดการขายเป็นที่เรียบร้อย

ซึ่งคุณโทนี่เชื่อมั่นว่าโครงการ “CINQ ROYAL Krungthep Kreetha” จะเป็นการต่อยอดความสำเร็จและได้รับการตอบรับดีเหมือนโครงการแรก เนื่องจากมีการนำจุดเด่นที่ลูกค้าชื่นชอบและจุดที่ยังไม่สามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้เพียงพอมาพัฒนาใหม่ให้ได้ครบทุกมิติของความต้องการที่อยู่อาศัย ภายใต้มาตรฐานระดับสูงของA5

นอกจากครบทุกมิติของ 5 Values of Life แล้วยังรวมไปถึง ความสะดวกสบาย ที่รายล้อมด้วยเส้นทางรถไฟฟ้า เดินทางเข้า-ออกเมืองรวดเร็วด้วยทางด่วนพิเศษ และใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ อีกทั้งยังเป็น ทำเลศักยภาพ มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ราคาที่ดินปรับสูงขึ้นทุกปี เฉลี่ย 20-30% ต่อปี ดีไซน์ โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ สรรค์สร้างเป็นสไตล์ใหม่ ภายใต้แนวคิด “CINQ Design” สะท้อนผ่านตัวบ้านที่ผสมผสานทั้งรูปแบบตะวันตกที่สวยงามร่วมสมัยสไตล์โคโลเนียล และความเรียบหรูทันสมัยในแบบตะวันออก

 

ยังรวมไปถึง สังคมคุณภาพที่เป็นส่วนตัวสูงสุด ด้วยประตูทางเข้า 2 ชั้น แยกความเป็นส่วนตัวของลูกบ้านและแขกผู้มาเยือน ระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง ถนนหลักกว้าง 12 เมตร พร้อมพื้นที่ทางเท้าที่มีต้นไม้ใหญ่สองข้างทาง รวมถึงพื้นที่ส่วนกลาง 2 โซน (โซน CINQ Club อาคารคลับเฮาส์ และ โซน CINQ Parq พื้นที่สวนสาธารณะใจกลางโครงการ) ขณะที่ภายในตัวบ้านมาพร้อม พื้นที่ใช้สอยสูงสุดกว่า 1,000 ตร.ม. ให้อิสระในการออกแบบด้วย Freedom Space มากกว่า 20% ของพื้นที่ใช้สอยภายในตัวบ้าน ให้ทุกคนในครอบครัวปรับเปลี่ยนได้อิสระ พร้อมฟังก์ชันพิเศษ อาทิ Family Living Area พื้นที่ส่วนกลางของทุกคนในครอบครัว, Private Collection Room ห้องลับเพื่อเก็บของสะสมทรงคุณค่า เป็นต้น

พร้อมเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจ

อย่างที่กล่าวตอนต้นว่า ตลาดอสังหาฯ กำลังเผชิญช่วงเวลาแห่งความท้าทายจากหลากหลายปัจจัยรอบด้าน อย่างไรก็ดี ผู้บริหารของA5กลับไปมองว่า นี่คือโอกาสในการเติบโต ด้วยการวางกลยุทธ์ที่แข็งแกร่ง ทำให้สามารถโฟกัสกลุ่มเป้าหมายได้อย่างเหมาะสม และนำเสนอโปรเจกต์ได้ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มเป้าหมายอย่างแท้จริง

ภาพรวมอสังหาฯ ในปี 2566 ทุกสื่อพูดตรงกันว่า ช่วงนี้มีปัจจัยมากมายที่มีผลต่อธุรกิจอสังหาฯ ทั้งภาวะเศรษฐกิจ เงินเฟ้อ ราคาน้ำมัน ต้นทุนแรงงาน อย่างไรก็ดี ตัวแปรเหล่านี้ไม่มีผลต่อA5เรา ความแข็งแกร่งในการเติมเต็มและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าอย่างครอบคลุม ผลิตภัณฑ์ของเราจับกลุ่มตลาดบ้านเดี่ยวระดับ Luxury ขึ้นไป เน้นเจาะลูกค้าที่มีกำลังซื้ออยู่แล้ว คือ ต้องบอกว่าลูกค้าของเราครึ่งหนึ่งซื้อด้วยเงินสด ไม่ต้องกู้แต่อย่างใด

          กลยุทธ์สำคัญของเรา มีเพียงหนึ่งเดียวคือ ซื่อสัตย์กับลูกค้า นั่นคือเราต้องเข้าใจความต้องการลูกค้าว่า จริง ๆ แล้วเขาต้องการอะไร และนำเสนอที่อยู่อาศัยอันทรงคุณค่าต่อการใช้ชีวิตที่แท้จริงให้กับเขา”

โจทย์ของเรา นอกจากเราดูตลาด เราต้องดูลูกค้าเป็นที่ตั้ง ลูกค้าต้องการอะไรเราก็เติมเต็มตรงนั้น ตลาด Niche Market แตกต่างจากอสังหาฯ ทั่วไปอย่างสิ้นเชิง เพราะเรากำลังพัฒนาโครงการที่ยังไม่มี ต้องศึกษาว่าคู่แข่งของเราจะเจ้าใหญ่หรือเล็กเขาทำไหม ถ้าเขายังไม่เคยนำเสนอมาก่อน เราจะนำเสนอ ฉะนั้นสำคัญคือ ต้องหาช่องว่างนั้นให้เจอ แล้วพัฒนาผลิตภัณฑ์ขึ้นมา โดยมีความต้องการของลูกค้าเป็นที่ตั้งนั่นเอง”

คุณโทนี่ ฝากทิ้งท้ายกับ Marketeer ถึงผู้อ่านทุกท่านว่า ช่วงนี้เป็นจังหวะที่ดีที่สุดของลูกค้าในการซื้อหาที่อยู่อาศัย และ A5 พร้อมตอบโจทย์ทุก Pain point ของคุณ

“ช่วงนี้เป็นจังหวะที่ดีที่สุดในการซื้อบ้าน เพราะว่า ทุก Developer มีแคมเปญดี ๆ ออกมามากมาย รวมถึงโค้งสุดท้ายของมาตรการช่วยลดหย่อนรายจ่ายและดอกเบี้ยของภาครัฐที่กำลังจะหมดลงในปลายปีนี้ ดังนั้นลูกค้าที่อยากมีบ้าน อยากให้ตัดสินใจในช่วงนี้

ซึ่งในส่วนของA5เรามาเพื่อสร้างความแตกต่างและตอบโจทย์ลูกค้าที่อยากมีบ้าน โดยเฉพาะลูกค้าที่มองไปที่ไหนในตลาด ไม่มีบ้านที่ถูกใจ อยากให้มาดูโปรเจกต์ของเรา ก่อนที่จะตัดสินใจสร้างบ้านเอง  เราเกิดมาจากความเข้าใจลูกค้า และพร้อมแก้ทุก Pain point ให้กับคุณจริง ๆ  

เราตั้งใจทำทุกโปรเจกต์ให้เป็นระดับมาสเตอร์พีซทั้งสิ้น เป็นโปรเจกต์ที่เป็นระดับ Landmark ของกรุงเทพฯ ซึ่งเรามีแผนงานบิ๊กโปรเจกต์ในอนาคตอีกมากมาย ขอให้รอติดตามได้เลย”  

รายละเอียดเพิ่มเติม : www.assetfive.co.th

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน