แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ปิดปี 2565 ด้วยการเปิด 15 โครงการใหม่ มูลค่า 3.2 หมื่น ลบ. บ้านเดี่ยวแชร์ยอดขายรวม 84% ตั้งเป้าปี 2566 เปิดใหม่อีก 17 โครงการ มูลค่า 3.4 หมื่น ลบ. ติดธงยอดขายทั้งปี 3.5 หมื่น ลบ. หลังชี้ตลาดอสังหาฯ เกิดใหม่ในไทย ยังโตต่อเนื่อง

นายนพร สุนทรจิตต์เจริญ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH เผยว่า ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย ปี 2565 มีการเติบโตด้านจดทะเบียน หรือโอนกรรมสิทธิ์ ในเขต กทม.-ปริมณฑล ช่วง 10 เดือนแรก (ม.ค.-พ.ย.) รวม 53,785 หน่วย โต 5.6% YoY

แบ่งเป็น เป็นอสังหาฯ แนวราบ รวมบ้านเดี่ยว, บ้านแฝด, ทาวน์เฮาส์, อาคารพาณิชย์ 20,876 หน่วย ลดลง 7.8% YoY และคอนโดมิเนียม 32,909 หน่วย โต 16.3% YoY

ขณะที่ ภาพรวมตลาดอสังหาฯ เปิดขายใหม่ ในเขต กทม.-ปริมณฑล ปี 2565 มีดังนี้

 

อสังหาฯ เขต กทม.-ปริมณฑลปี 2565

ตลาดเปิดขายใหม่ โต 76.9%

ประเภทอสังหาฯ เปิดขายใหม่ในเขต กทม.-ปริมณฑล ม.ค.-พ.ย. 2565 ม.ค.-พ.ย. 2564 % เติบโต
บ้านเดี่ยวและบ้านแฝด 22,855 11,710 95.2%
ทาวน์เฮาส์และอาคารพาณิชย์ 25,413 22,184 14.6%
รวมอสังหาฯ แนวราบ 48,268 33,894 42.4%
คอนโดมิเนียม 52,001 22,798 128.1%
รวม (หน่วย) 100,269 56,692 76.9%
ที่มา: บริษัท เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส จำกัด (AREA)

 

ในส่วนการดำเนินงานของบริษัท ปี 2565 เปิดใหม่ 15 โครงการ มูลค่ารวม 32,460 ล้านบาท เป็นผลิตภัณฑ์อสังหาฯ แนวราบทั้งหมด ใช้เงินลงทุนซื้อที่ดินไปประมาณ 4,400 ล้านบาท

สัดส่วนยอดขาย แบ่งตามประเภทผลิตภัณฑ์อสังหาฯ ดังนี้ บ้านเดี่ยว 84%, ทาวน์เฮาส์ 8%, คอนโดมิเนียม 8% รวมกระจายตัวอยู่ใน กทม.-ปริมณฑล 90% และต่างจังหวัด 10% ซึ่งมีสัดส่วนยอดขายจากบ้านราคาสูงกว่า 10 ล้านบาทขึ้นไป ถึง 54% ของยอดขายรวม

ขณะที่ แผนธุรกิจปี 2566 บริษัทมีแผนเปิดตัว 17 โครงการใหม่ มูลค่าโครงการรวม 34,960 ล้านบาท เพิ่ม 8% เมื่อเทียบกับการเปิดตัวโครงการใหม่ในปี 2565 และมีราคาขายเฉลี่ย 8.8 ล้านบาทต่อหน่วย

แบ่งเป็นอสังหาฯ แนวราบ 16 โครงการ มูลค่า 28,460 ล้านบาท และคอนโดมิเนียม 1 โครงการ มูลค่า 6,500 ล้านบาท ซึ่งเป็นครั้งแรก นับแต่ปี 2563 ที่บริษัทจะมีการเปิดตัวโครงการคอนโดใหม่

โครงการทั้งหมด กระจายตัวอยู่ใน กทม.-ปริมณฑล 13 โครงการ และต่างจังหวัด 4 โครงการ โดยทั้ง 17 โครงการเปิดใหม่ของบริษัท อยู่ในประเภทผลิตภัณฑ์อสังหาฯ บ้านเดี่ยว 15 โครงการ, บ้านแฝด 1 โครงการ, ทาวน์เฮาส์ 1 โครงการ และคอนโดมิเนียม 1 โครงการ อย่างไรก็ตาม ในบางโครงการอาจมีผลิตภัณฑ์มากกว่า 1 ประเภทอสังหาฯ

ตัวเลขการเงิน จัดสรรงบลงทุนไว้ประมาณ 9,000 ล้านบาท แบ่งเป็นงบซื้อที่ดิน 6,000 ล้านบาท และงบลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์เพื่อเช่า 3,000 ล้านบาท

ตั้งเป้ายอดขาย (Booking) ทั้งปี 2566 อยู่ที่ 35,000 ล้านบาท ยอดรับรู้รายได้จากยอดโอนกรรมสิทธิ์ 33,000 ล้านบาท ส่วนรายได้จากอสังหาริมทรัพย์เพื่อเช่า ตั้งเป้าไว้ที่ 7,150 ล้านบาท

ด้านของ ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์เพื่อเช่าในไทย ปี 2565 เป็นปีที่สถานการณ์โควิด-19 ปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีหลัง

ประกอบกับการกลับมาของนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ ซึ่งส่งผลดีโดยตรงกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อเช่าของบริษัท ทั้งในส่วนของโรงแรม อพาร์ตเมนต์ และห้างสรรพสินค้า ทั้งในประเทศไทย และสหรัฐอเมริกา

โดยปี 2565 บริษัทออกหุ้นกู้ มูลค่ารวม 13,700 ล้านบาท อายุ 2-3 ปี มีอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 2.61% ต่อปี ณ สิ้นปี 2565 คาดว่าหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิอยู่ที่ประมาณ 51,000 ล้านบาท

แบ่งเป็นอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุน 96% และต้นทุนทางการเงินเฉลี่ย 2.24% ทั้งมีแผนที่จะออกหุ้นกู้อีกจำนวน 14,000 ล้านบาท และคาดว่าอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนจะยังคงอยู่ในระดับที่ไม่เกิน 100%

ขณะที่การลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ให้เช่าของบริษัท ปี 2565 ผ่านบริษัท LHMH และ LH USA มีเม็ดเงินลงทุนอยู่ที่ 3,700 ล้านบาท แบ่งเป็น การพัฒนาศูนย์การค้า Terminal 21 Rama 3 ที่ 350 ล้านบาท และพัฒนาธุรกิจโรงแรมกับอพาร์ตเมนต์ 3,350 ล้านบาท

และปี 2565 บริษัท LHMH ได้ทำการเปิดดำเนิน 2 โครงการใหม่ ได้แก่ โรงแรม Grande Centre Point Space Pattaya และ ศูนย์การค้า Terminal 21 Rama 3 เมื่อไตรมาสที่ 3 และ 4 ตามลำดับ

อย่างไรก็ตาม บริษัทยังไม่ได้ขายอพาร์ตเมนต์ในสหรัฐอเมริกา ตามแผนที่ตั้งไว้ เนื่องจากสถานการณ์เงินเฟ้อที่สูงขึ้นอย่างมาก ทำให้ FED ดำเนินนโยบายขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างรุนแรง ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนคาดหวังเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก และส่งผลกระทบต่อมายังราคาขาย

ปิดท้ายด้วยแผนการดำเนินงานของบริษัท LHMH หลังจากนี้ ปัจจุบันมีโครงการดำเนินการแล้วและอยู่ระหว่างพัฒนาทั้งหมด 11 โครงการ ด้าน LH USA มีโครงการที่ดำเนินงานอยู่ทั้งหมด 4 โครงการ และมีแผนที่จะขายโรงแรมในประเทศไทยเข้ากอง REIT



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน