George R.R. Martin Real King Behind the Iron Throne Saga

เรื่องราวที่จะกลายเป็นมหากาพย์ได้มักเกิดจากเบื้องหลังน่าสนใจและคาดไม่ถึงเสมอ โดยสำหรับมหากาพย์การช่วงชิงอำนาจของตัวละครใน Game of Thrones ซีรี่ส์ทีวีอเมริกันยอดฮิตที่กำลังครองใจคนทั่วโลกอันเต็มไปด้วยการชิงไหวชิงพริบ กลเกมการเมือง ความรุนแรงนองเลือด

ฉากรักสุดวาบหวาม และสัตว์ร้ายในตำนาน ท่ามกลางโลกยุคกลางที่ศีลธรรมพร่าเลือน ไม่น่าเชื่อว่าจะมาจากปลายปากกาและจินตนาการของ George R.R. Martin นักเขียนหนุ่มใหญ่ร่างท้วมท่าทางใจดี จนทำให้เขามีสถานะไม่ต่างจากราชาตัวจริงผู้อยู่เบื้องหลังตำนานบัลลังก์เหล็กที่ตนแต่งขึ้น

World Marketeer ฉบับนี้เกิดเมื่อ 20 กันยายน 1948 ที่เมืองท่า Bayonne รัฐ New Jersey ของสหรัฐฯ ในครอบครัวยากจน มีพ่อเป็นคนงานท่าเรือเชื้อสายอิตาลี-เยอรมัน และแม่เป็นคนเชื้อสายไอริช ด้วยฐานะทางการเงินที่จำกัด ทำให้วัยเด็กไม่เคยได้ออกไปไหนไกลเกินกว่าโรงเรียนประถม ซึ่งอยู่ห่างจากห้องการเคหะที่อาศัยอยู่กับพ่อแม่และน้องสาวอีก 2 คนที่ห่างออกไป 5 ช่วงถนน แต่เพราะบ้านอยู่ใกล้ท่าเรือ หนังสือรวมธงชาติและนิยายผจญภัยมากมายก็ช่วยให้เขาเป็นคนช่างฝัน ช่างจินตนาการและชอบขีด ชอบเขียน จนสามารถาหาเงินเล็กๆ น้อยได้ตั้งแต่ยังเด็ก ผ่านหนังสือทำมือจากเรื่องในจินตนาการ ซึ่งตัวละครก็ไม่ใช่อื่นไกลเป็นเหล่าเต่าตัวน้อยที่เลี้ยงไว้

หลังเรื่องแนว Super Hero ที่เขียนส่งไปให้ Marvel Comics ได้รับการตีพิมพ์และยังมีการทำนิตยสารในกลุ่มแฟนหนังสือ (Fanzine) แจกจ่ายกันเองในหมู่นักอ่านคอ เดียวกัน ทำให้ Martin เลือกศึกษาต่อคณะวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัย Northwestern เมือง Evanston รัฐ Illinois เพื่อสานฝันการเป็นนักเขียน แต่ฝันนั้นถูกคั่นด้วยงานบำเพ็ญประโยชน์ 2 ปีในสำนักงานทนายความช่วยเหลือคนยากจนแทนการไปรบในเวียดนามจากสถานะผู้คัดค้านสงครามโดยอ้างมโนธรรม (Conscientious-Objector)

ครึ่งแรกในยุค 70 เจ้าของฉายา American Tolkien เลี้ยงชีพด้วยงานเขียนนิยายวิทยาศาสตร์และแฟนตาซีควบคู่ไปกับการเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยและผู้จัดการแข่งขันหมากรุก แต่การเสียชีวิตกะทันหันของ Tom Reamy เพื่อนนักเขียนคนสนิท ทำให้เขาตัดสินใจเป็นนักเขียนนิยายอย่างจริงจัง ทว่าหลังผลงานขายได้บ้าง
ไม่ได้บ้าง คว้ารางวัลได้บ้างไม่ได้บ้าง เขาจึงอิ่มตัว
กับความไม่แน่นอนในดงน้ำหมึก แล้วเปลี่ยนไปเป็นนักเขียนบทภาพยนตร์ชุดทางโทรทัศน์
ใน Hollywood แทน

เงินที่ได้จากวงการโทรทัศน์อเมริกันทำให้นักประพันธ์ ซึ่งบางครั้งแฟนหนังสือเรียกย่อๆ ว่า GRRM สุขสบายขึ้น จนมีเวลากลับมาทำงานหล่อเลี้ยงจิตวิญญานผ่านการเขียนนิยายชุด A Song of Ice and Fire ที่เล่าเรื่องราวการชิงบัลลังก์ของอาณาจักรสมมุติในโลกยุคกลาง ทำนอง The Lord of the Rings ขึ้นมา เล่มแรกวางจำหน่ายเมื่อปี 1996 โดยหลังเล่ม 4 ซึ่งใช้ชื่อว่า A Feast for Crows ติดอันดับหนังสือขายดี HBO จึงตัดสินใจซื้อนิยายชุดนี้ทั้งหมด (รวมถึงอีก 2 เล่มที่ยังเขียนไม่จบ) ประจวบเหมาะกับเจ้าตัวที่คิดว่าการทำเป็นซีรี่ส์เท่านั้นจึงจะเหมาะกับบทประพันธ์ขนาดยาวเต็มไปด้วยรายละเอียดเรื่องนี้

Game of Thrones

ซีรี่ส์ที่มีผู้ชมทั่วโลก

Game of Thrones ตอนแรกของฤดูกาลแรก ประเดิมจอแก้วเมืองลุงแซม เมื่อ 1 เมษายน 2012 ด้วยจำนวนผู้ชมเพียง 2.22 ล้านคน แต่ซีรี่ส์ซึ่งตั้งชื่อตามหนังสือเล่มแรกของนิยายชุด A Song of Ice and Fire และมี 10 ตอนต่อ 1 ฤดูกาล ก็ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นทบทวีคูณ กวาดรางวัลมากมายจากหลายสถาบัน และมีแฟนซีรี่ส์ตามดูทั่วโลก ซึ่งในจำนวนนี้ผู้นำประเทศอย่างประธานาธิบดี Barack Obama ของสหรัฐฯ และนายกรัฐมนตรี David Cameron ของอังกฤษรวมอยู่ด้วย

จนตอนแรกของฤดูกาลที่ 5 ซึ่งออกอากาศเมื่อ 12 เมษายนที่ผ่านมา มียอดผู้ชมสูงถึง 8 ล้านคน โดยความนิยมดังกล่าวยังช่วยให้เศรษฐกิจของไอร์แลนด์เหนือ สถานที่ถ่ายทำหลักขยายตัวและต่อยอดไปสู่การท่องเที่ยวตามรอยซีรี่ส์ด้วย

ส่วนกระแสวิจารณ์เรื่องเพศ ความรุนแรง การกำจัดตัวละครสำคัญแบบทำร้ายจิตใจคนดูและความแตกต่างระหว่างหนังสือกับซีรี่ส์ ซึ่งล่าสุดคือฉากสำคัญในฤดูกาลที่ 5 ซึ่งตัวละครหญิงสูงศักดิ์ต้องถูก “ย่ำยี” จากน้ำมือตัวร้าย โดยมีเพื่อนวัยเด็กที่โตด้วยกันมาถูกบังคับให้เป็นพยานพฤติกรรมโฉดนั้น King Martin ตอบโต้ว่า “เรื่องเพศผลักดันให้มนุษย์ทำได้ทั้งดี-ร้าย เรื่องจากหนังสือสามารถเล่าในแง่มุมที่แตกต่างกันได้เมื่อกลายเป็นซีรี่ส์ โดยการทำให้ตัวละครหลักเผชิญชะตากรรมเลวร้ายจะช่วยเพิ่มทั้งอรรถรสและทำให้ผู้ชมมีอารมณ์ร่วมอย่างรุนแรงจน
ไม่สามารถพลาดตอนจบได้” /rollingstone.com, wikipedia.com

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer