อิทธิฤทธิ์ รัตนทารส อัมพุช กับความท้าทายเมื่อเขาคือหลานของท่านประธาน

ศุภลักษณ์ อัมพุช ประธานกรรมการบริหารเดอะมอลล์กรุ๊ป เคยบอกว่าตระกูล “อัมพุช” มีลูกหลานน้อย ตลอด 42 ปีที่ผ่านมาองค์กรแห่งนี้จึงมีผู้บริหารมืออาชีพส่วนหนึ่งเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนองค์กร

วันนี้ทายาทของอัมพุชเจนฯ ที่ 3 มีประมาณ 11 คน และมีเพียง 4 คนที่เข้ามาทำงานในบริษัทเดอะมอลล์แล้ว

หนึ่งในนั้นคือ คุณจีน “อิทธิฤทธิ์ รัตนทารส อัมพุช” หลานชายคนโต ที่เรียกได้ว่า วันนี้คือผู้ที่เข้ามาเรียนรู้งานและทำงานใกล้ชิดศุภลักษณ์มากที่สุด 

อิทธิฤทธิ์เข้ามาเริ่มงานกับ ‘ดิ เอ็มสเฟียร์’ (THE EMSPHERE) โครงการที่เป็นจิ๊กซอว์ตัวสุดท้ายของ ดิ เอ็มดิสทริค (The Em District) อาณาจักรศูนย์การค้าใจกลางเมืองแห่งแรกที่ใหญ่ที่สุดของตระกูลอัมพุช

เขาอาจจะโชคดีที่ไม่ใช่ชายหนุ่มที่เริ่มต้นชีวิตการทำงานจากศูนย์ แต่เขาคือหลานท่านประธาน แต่ท่ามกลาง ลุง ป้า น้า อา เก่ง ๆ รอบตัว เขาจะฉวยโอกาสนี้เรียนรู้และต่อยอดความเข้มแข็งให้องค์กรอย่างไร

ก้าวแรกของ อิทธิฤทธิ์ รัตนทารส อัมพุช

ชายหนุ่มวัย 25-26 ปีที่เดินเข้ามาทักทาย Marketeer ด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มในช่วงบ่ายวันนั้น คือ “คุณจีน”  อิทธิฤทธิ์ รัตนทารส อัมพุช ลูกชายของ-ณชนก รัตนทารส และคุณ อัจฉรา อัมพุช

เป็นหลานชายคนโตของ “คุณแอ๊ว” ศุภลักษณ์ อัมพุช ที่มีน้องชาย-น้องสาวฝาแฝดอีกสองคนคือ “คุณจอม”-ฤทธิ์ตะวัน และ “คุณจ้า”-ฤทธิ์ธิดา .

พนักงานบางคน เรียกเขาว่า “นายน้อย” เพราะเป็นที่รู้กันว่าเขาถูกวางตัวให้เป็นผู้บริหารอาณาจักรศูนย์การค้ารุ่นต่อไปของตระกูลอัมพุช

 ชีวิตวัยเด็ก เรียนโรงเรียนนานาชาติบางกอกพัฒนา จนอายุประมาณ 11 ปี ไปศึกษาต่อในโรงเรียนประจำที่ Shrewsbury School ประเทศอังกฤษ

ระดับมหาวิทยาลัยที่ SYRACUSE UNIVERSITY New York, USA ทางด้าน Interior Design and Architecture

ผ่านโปรแกรมอบรมด้านธุรกิจ Young Entrepreneur ของธนาคารกรุงเทพ ตามคำแนะนำของผู้เป็นเเม่

เขามีความชัดเจนตั้งแต่แรกว่า เรียนจบต้องกลับมาช่วยงานของครอบครัว

ปี 2565 เข้ามาเริ่มงานในตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไป Leasing & Business Development ดิ เอ็มโพเรียม กรุ๊ป รับผิดชอบหลักในเรื่องการขายพื้นที่ใน ดิ เอ็มสเฟียร์ ที่จะเปิดปลายปี 2566

 

ทำงานกับคนต่างเจนฯ ต้องต่างคนต่างฟัง

อิทธิฤทธิ์ เล่าว่าทุกอย่างเหมือนมีการวางหมากไว้แล้ว เขาเป็นลูกชายคนโตของครอบครัว เป็นหลานชายคนแรกของตระกูลอัมพุช  เลยค่อนข้างสนิทกับ ป้าแอ๊ว (ศุภลักษณ์ อัมพุช) มาก 

การทำงานกับคนในองค์กร ความท้าทายสำคัญอยู่ตรงที่ช่องว่างระหว่างวัยที่จะต้องผสานกันให้ได้

“นอกจากป้าแอ๊ว ผมยังต้องทำงานร่วมกับผู้บริหารท่านอื่น ๆ ด้วย ในการทำงาน เราก็ต้องฟังคนรุ่นเก่า  ต้องยอมรับว่าเขามีประสบการณ์ผ่านอะไรมามากมาย แต่ผมมีวิธีคิด มีไอเดียของคนรุ่นใหม่ ๆ ก็ต้องหาจุดระหว่างกลางที่ทุกคนโอเค ความยากอยู่ตรงนี้ล่ะครับ  

คือผมไม่อยากให้คนรุ่นใหม่มองคนรุ่นเก่าเป็นแบบว่าสมัยคุณป้าหรือคุณแม่ยังใช้พิมพ์ดีดอยู่เลย  คือตั้งเป้าแอนตี้ไว้ก่อน แต่อีกมุมต้องยอมรับว่าท่านประสบความสำเร็จมาก่อน เพียงแต่ยุคนี้อาจจะต้องลองด้วยวิธีการของเรา บางทีเป็นอะไรที่ต้องฟังกัน” 

บางอย่างผู้ใหญ่เขาจะยอมให้เราลองผิดลองถูก แต่ว่าถ้าผิดป้าแอ๊วก็จะบอกทันทีเลย หรือว่าบางไอเดียผมอยากทำ มันต้องใช่แน่ ๆ แต่ป้าแอ๊วบอกว่าเคยลองแล้ว ไม่เวิร์ก ผมก็ต้องโอเคจบ ยอมรับว่าอาจจะมีการโต้เถียงกันบ้าง แต่ที่สำคัญสุดคือเรามีเป้าหมายเดียวกัน และเราจะหาทางไปตรงนั้นให้ปลอดภัยที่สุดได้อย่างไร”

ทำงานกับงานยากกว่าที่คิด

คือการเรียนกับการทำงานมันคนละเรื่องกันเลย เวลาเรียนผมนึกว่ามันช้าแล้วนะครับ แต่ว่าตอนนี้กลายเป็นเร็วกว่าทำงานอีก ทำงานมันวนไปวนมาตลอด กว่าจะได้คำตอบสักเรื่องหนึ่ง

“โดยเฉพาะเวลาคุยกับ Luxury Brand ตอนแรกผมคิดว่ามันจะตรง ๆ แล้วเป็น Step แต่ในทางปฏิบัติเป็นจิ๊กซอว์หลายแผ่นมากกว่าจะมาต่อกันได้ ใช้เวลานานกว่าที่คิดเยอะ ซึ่งเป็นเรื่องที่นอกเหนือทฤษฎีไปเลย ไม่มีอะไรเหมือนกันในการเรียนเลย วาด Diagram แป๊บเดียว เป็น Flow Chart เข้ามาเจอชีวิตจริง มันวุ่นวายมาก”

สิ่งที่ศุภลักษณ์ห่วงหลานคนนี้คือ เป็นเด็กรุ่นใหม่ค่อนข้างใจร้อน ก็ต้องคอยปราม ๆ ว่าให้ใจเย็นลงกว่านี้

ส่วนอิทธิฤทธิ์เองต้องมีสมุดบันทึกไว้ 1 เล่มเพื่อคอยบันทึกการสอนของผู้เป็นป้า

“ผมจดไว้ตลอด เช่น ป้าแอ๊วเขามีสูตรในเรื่องขนาดของห้าง การติดบันไดเลื่อน ความสูง รวมทั้งเขาพยายามสอนผมคือ การ Negotiate กับแบงก์ กับ Landlord บ้าง Luxury Brand บ้าง  สำคัญสุดที่ป้าแอ๊วจะคุยให้ฟังในเรื่อง Direction ของบริษัทจะไปยังไง  เยอะมาก” 

เป้าหมายที่ท้าทายของคนเจนฯ 3

“เป้าหมายระยะสั้น ขอให้ ดิ เอ็มสเฟียร์ เปิดได้วันที่ 1 ธันวาคมนี้ ทุกคนเร่งมาก เพราะมันคือจิ๊กซอว์ตัวสุดท้ายของ ดิ เอ็มดิสทริค  เป็นบทพิสูจน์ความสามารถของตระกูล และเป็นจุดเริ่มต้นการทำงานของผมเจนฯ ที่ 3 ของตระกูลเหมือนกัน ซึ่งเราก็อยากเห็นว่ามันยังไง” 

“ดิ เอ็มดิสทริค” (The Em District) อภิมหาโครงการใจกลางเมืองของค่ายเดอะมอลล์ ที่กินพื้นที่ทั้งหมด 55 ไร่ระหว่างซอยสุขุมวิท 22 กับซอยสุขุมวิท 24 ประกอบไปด้วย 3 ศูนย์การค้าหลักคือ เอ็มโพเรียม เอ็มควอเทียร์   และเอ็มสเฟียร์ รวมพื้นที่โครงการ 650,000 ตร.ม.

พื้นที่น้อยกว่าสยามพารากอนที่รวมกับสยามดิสคัฟเวอรี่-สยามเซ็นเตอร์ และเล็กกว่าเซ็นทรัลเวิลด์ที่มีพื้นที่ประมาณ 850,000 ตร.ม.

แต่เป็นอาณาจักรศูนย์การค้าใจกลางเมืองแห่งแรกที่ใหญ่ที่สุดของตระกูลอัมพุช

อย่างไรก็ตาม ดิ เอ็มดิสทริค ไม่ใช่พื้นที่โครงการที่ใหญ่ที่สุดของเดอะมอลล์ เพราะที่สุดกว่านี้คือโครงการ Bangkok Mall ที่กำลังก่อสร้าง บนถนนบางนาตราด ในที่ดินประมาณ 100 ไร่  พื้นที่โครงการประมาณ 1 ล้าน ตร.ม.  และเป็นโครงการต่อไปที่อิทธิฤทธิ์ต้องเข้าไปร่วมรับผิดชอบ

 “ส่วนเป้าหมายระยะยาวก็คงทำให้เดอะมอลล์เป็นแบรนด์ที่อยู่ในใจของคนรุ่นใหม่มากขึ้น เหมือนกับที่เราไปปรับปรุงที่เดอะมอลล์งามวงศ์วาน อยากให้เป็นห้างที่อินเทรนด์ เป็น Inspiration มีอิทธิพลกับคนรุ่นใหม่ และให้เขารู้ว่า Standard ของเดอะมอลล์จะเป็นแบบนี้”

Role Model คือ “อัมพุช”

เมื่อถามว่าใครคือ Role Mode ในการทำงานของเขา  อิทธิฤทธิ์ ตอบโดยไม่ต้องคิดเลยว่า

 “ทุกคนในตระกูลอัมพุชที่เป็นรุ่นทอป ซึ่งแต่ละคนจะมีจุดดีจุดเด่นที่แตกต่างกัน ผมชื่นชมวิสัยทัศน์ของป้าแอ๊วมาก การ Deal การ Negotiate กับคนป้าแอ๊วเก่งมาก รวมทั้งเรื่องการออกแบบการดีไซน์

ส่วนคุณแม่ (อัจฉรา อัมพุช) คือเรื่องการเซฟเงิน เรื่องดีไซน์ เป็นคนตรง ๆ  มีระเบียบ ป้าแป๊ก (กฤษณา อัมพุช) ก็เป็น Idol ผมในเรื่องที่เขามี Structure ทำงานที่ดีมาก คืออาจจะมีอะไรเข้ามาเยอะไปหมด แต่เขาทำทีละอย่าง แล้วก็สมูทมาก

น้าปุ๊ (บุษราคัม ชันซื่อ) เป็นคนที่มี Work-Life Balance ที่ดี เข้าใจกับเทคโนโลยี  เข้าใจเด็กรุ่นใหม่ เข้าใจเทรนด์ของคน คือไม่ใช่แค่ให้ความสำคัญในเรื่องทำกำไรสูงสุด แต่คิดถึงชุมชนด้วย ผมชอบมาก ส่วนลุงอ๊อด (สุรัตน์ อัมพุช) ก็เป็นพี่ใหญ่ ที่คุมหมดเลย บริหารจัดการดูแลทุกคน คุยกับพนักงาน คุยกับหัวหน้า  ลุงอ๊อดเป็นคนที่เข้าใจ Staff

ยังมี น้าติ๋ม (ศิริลักษณ์ ไม้ไทย) ที่ดู HR มีส่วนช่วยให้พนักงานมีความสุขมากขึ้น น้าแดง (ลักขณา นะวิโรจน์)เป็นผู้ยกระดับ Supermarket ให้เดอะมอลล์ ตั้งแต่เป็น Home Fresh Mart  จนมาเป็น Gourmet Market  แล้วก็ยังมีอีกหลาย ๆ ท่านนะครับ ที่ผมจะสังเกตการทำงานของพวกเขาและเอามาใช้กับการทำงานของเรา”

นอกจากเจอกูรูรอบตัวที่ออฟฟิศ และที่บ้านแล้วในแต่ละสัปดาห์อิทธิฤทธ์บอกว่า เขาจะต้องไปเตะฟุตบอลที่สปอร์ตคลับอย่างน้อย 2 วัน เพราะจะได้เจอผู้ใหญ่ในวงการหลายท่าน ที่สามารถพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดกันได้

สุดท้ายเขายังย้ำว่า ความท้าทายที่สำคัญอีกเรื่องคือ ทำอย่างไรให้ห้างสรรพสินค้าเป็นที่สร้าง Experience ให้คนเข้ามาใช้อย่างต่อเนื่อง ไม่อย่างนั้นดึงผู้คนออกจากบ้านมา ช้อปปิ้งได้ยาก 

ตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไป Leasing & Business Development ดิ เอ็มโพเรียม กรุ๊ป คือบทพิสูจน์ความสามารถแรกในการทำงานของเขา

แต่บนเส้นทางสายนี้  เขายังมีบทพิสูจน์อีกมากมายรออยู่ข้างหน้าแน่นอน

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง LINE Official


เพิ่มเพื่อน