มอง 5 อันดับความกังวลสูงสุดของประชากรโลกและไทย พร้อมค่าใช้จ่ายที่เป็นภาระค่าครองชีพ 3 อันดับแรก จากผลการวิจัยของอิปซอสส์ ที่ได้สำรวจความคิดเห็นของคนไทยจำนวน 6,000 คน ในระดับอายุ 18-65 ทั่วประเทศ ประกอบผลการสำรวจในต่างประเทศ
สำหรับในไทยโดยรวมสถานการณ์ยังน่ากังวล การท่องเที่ยวเติบโตได้ไม่ถึงเป้า เเต่คนไทยยังคาดหวังว่า 6 เดือนข้างหน้าจะมีแนวโน้มดีขึ้น ส่วนภาคธุรกิจมีความจำเป็นในการขับเคลื่อนด้วย ESG เพราะมากกว่า 80% ของผู้บริโภคยินดีซื้อสินค้าจากแบรนด์ที่มีความรับผิดชอบ แม้ราคาจะแพงกว่าก็ตาม
อุษณา จันทร์กล่ำ (Usana Chantarklum) กรรมการผู้จัดการ บริษัท อิปซอสส์ จำกัด ผู้ประกอบการด้านการวิจัยตลาดและสำรวจความคิดเห็นผู้บริโภค ได้เปิดเผยถึงรายงานการศึกษาชุดพิเศษ “What Worries the World – What worries Thailand” 5 อันดับความกังวลสูงสุดของประชากรโลกและไทย รวมถึงค่าใช้จ่าย 3 อันดับที่ส่งผลต่อค่าครองชีพ
จากผลการสำรวจ พบว่า “ภาวะเงินเฟ้อ” สร้างความกังวลใจมากที่สุดให้เเก่ประชากรโลกตลอด 15 เดือนที่ผ่านมา อีกทั้งความยากจน ความไม่เท่าเทียมในสังคม เหตุอาชญากรรมความรุนแรง ตลอดจนการว่างงาน สถานการณ์ด้านการเงิน-การเมือง-คอร์รัปชัน
สำหรับประเทศไทย ประเด็นความกังวลไม่ต่างจากประชากรโลก ทั้งปัญหาทางด้านสังคมในเรื่องที่เกี่ยวกับการทุจริตทางการเงินหรือการเมือง ปัญหาความยากจน ความไม่เท่าเทียม ไปจนถึงอัตราเงินเฟ้อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นการปรับราคาของสาธารณูปโภคและน้ำมันเชื้อเพลิง
1. ด้านสังคม
อิปซอสส์เปิดเผยว่า คนไทยเป็นกังวลเกี่ยวกับความไม่เท่าเทียมในสังคม โดยเฉพาะด้านเพศสภาพและกายภาพ ที่ทุกคนมองว่าไม่ว่าจะเป็นใครควรได้รับโอกาสจ้างงานอย่างเท่าเทียมกัน เเละเห็นพ้องต้องกันว่าความไม่เท่าเทียมนำมาซึ่งความเเตกแยกในสังคม รัฐบาลควรเป็นผู้นำในการแก้ไขปัญหาความไม่เท่าเทียมนี้
ขณะที่ด้านความรุนเเรงในสังคม คนไทย 39% รายงานว่า อาชญากรรมเพิ่มขึ้น และมีความรุนแรงมากขึ้นในชุมชนของตนเองและละแวกใกล้เคียง โดย 44% ของคนไทยมั่นใจว่าการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดจริงจัง สามารถหยุดความรุนแรง และอาชญากรรมที่ไม่รุนแรงได้
2. ด้านเศรษฐกิจ
จากผลสำรวจพบว่า อัตราเงินเฟ้อยังเป็นประเด็นที่สร้างความกังวลอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะไม่ใช่ความกังวลในอันดับแรก เเต่มีอิทธิพลที่ทำให้คนไทยมองเศรษฐกิจภาพรวมในเเง่ลบ เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของโลก คนไทยกังวลกับเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกถึง 23%
คนไทย 57% มองว่าเศรษฐกิจของประเทศขณะนี้กำลังย่ำเเย่
72% มองว่าประเทศกำลังถดถอย
ในเเง่การครองชีพ คนไทยคาดว่า ค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภค น้ำมันเชื้อเพลิง และอาหาร จะพุ่งสูงอย่างต่อเนื่อง ผลจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ โดยค่าใช้จ่ายสูงสุด 3 อันดับ ที่คาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นอีกในอีกหกเดือนข้างหน้า
65% เชื่อว่าค่าสาธารณูปโภค เช่น แก๊ส ไฟฟ้า ฯลฯ จะเพิ่มสูงขึ้น
65% ค่าเชื้อเพลิงในการขับขี่ เช่น ดีเซล น้ำมันเบนซิน/เบนซิน ฯลฯ (เทียบกับ 60% ทั่วโลก)
64% เป็นกังวลด้านค่าใช้จ่ายเพื่อการซื้ออาหาร (เทียบกับ 67% ทั่วโลก)
การจับจ่ายในครัวเรือนอื่น ๆ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการเข้าสังคม โดยการสมัครสมาชิก จำนอง/เช่า อาจไม่ได้รับผลกระทบมากนัก
สัดส่วนระหว่างความกังวลของประชากรโลกกับประชาชนคนไทย ดังนี้
71 : 64 ค่าใช้จ่ายในการซื้ออาหาร
68 : 65 ค่าใช้จ่ายของสาธารณูปโภค เช่น ค่าน้ำมัน ค่าไฟฟ้า ฯลฯ
67 : 59 ค่าใช้จ่ายในการซื้อของในครัวเรือนอื่น ๆ
60 : 65 ค่ารถ ค่าเชื้อเพลิง เช่น ดีเซล, เบนซิน/เบนซิน เป็นต้น.
54 : 39 ค่าใช้จ่ายโดยรวมเพื่อการสังสรรค์ เช่น โรงภาพยนตร์ ร้านกาแฟ ร้านอาหาร ผับ
44 : 32 ค่าใช้จ่ายโดยรวมของสมาชิกต่าง ๆ เช่น Netflix, โรงยิม ฯลฯ
42 : 34 จำนอง/ค่าเช่า
พร้อมทั้งเปิดเผยถึงความคิดเห็นเกี่ยวกับสาเหตุที่ทำให้ค่าครองชีพที่สูงขึ้น ได้แก่
81% สถานะของเศรษฐกิจโลก (เทียบกับ 73% ทั่วโลก)
79% นโยบายของรัฐบาลในประเทศของฉัน (เทียบกับ 70% ทั่วโลก)
78% ระดับอัตราดอกเบี้ยในประเทศของฉัน (เทียบกับ 71% ทั่วโลก) รวมถึงปัจจัยอื่น ๆ ได้แก่ การระบาดของ COVID-19 ผลกำไรที่มากเกินไป และความต้องการเพิ่มค่าจ้าง
73 : 81 % สภาวะของเศรษฐกิจโลก
71 : 78 % ระดับดอกเบี้ยในประเทศของฉัน
70 : 79 % นโยบายของรัฐบาลแห่งชาติของฉัน
64 : 67 % การรุกรานยูเครนของรัสเซียและผลที่ตามมา
63 : 74 % ธุรกิจที่ทำกำไรมากเกินไป
56 : 75 % การระบาดใหญ่ของโควิด-19
53 : 73 % คนงานเรียกร้องค่าจ้างเพิ่มขึ้น
50 : 61 % การย้ายถิ่นฐานในประเทศของฉัน
ถึงแม้จะเจอความท้าทาย แต่คนไทยก็ยังรู้สึกถึงการเติบโตในแง่ดี และ 2 ใน 3 หรือประมาณ 67% ยังคิดว่าประเทศกำลังมาถูกทาง ในขณะที่คนไทยบางส่วนยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับทิศทางของประเทศ
คนไทยคาดชีวิตยังมีความหวัง คิดว่า 6 เดือนข้างหน้ามีแนวโน้มจะดีขึ้นได้
คนไทยส่วนใหญ่ยังค่อนข้างมองโลกในแง่ดี และคาดหวังว่าทิศทางโดยรวมของไทยในอีก 6 เดือนข้างหน้าจะมีแนวโน้มที่ดี มี 61% คาดว่าเศรษฐกิจในท้องถิ่นจะแข็งแกร่งขึ้น เทียบกับ 42% ในเดือนกุมภาพันธ์
3. ESG ภาคธุรกิจ
อิปซอสส์เปิดเผยว่า 80% ของผู้บริโภคเห็นตรงกัน ยินดีซื้อสินค้าจากแบรนด์ที่มีความรับผิดชอบ แม้ราคาจะแพงกว่าก็ตาม
ชี้ให้เห็นเเนวโน้มและทิศทางในการปรับใช้ ESG ในธุรกิจและประสบการณ์ (Embedding ESG in Experience) โดยองค์กรจำนวนมากต่างได้รับแรงกดดันหากต้องการทำธุรกิจให้ยั่งยืน สะท้อนจากผลสำรวจ Reputation Council Report ของอิปซอสส์ ชี้ให้เห็นถึงความคิดเห็นในอัตรา 81% ของสภาสมาชิกกิตติมศักดิ์ ตัวแทนนักสื่อสารองค์กรอาวุโสจากแบรนด์ระดับโลก (Ipsos Reputation Council Members) ต่างเห็นพ้องถึงความจำเป็นในการนำกลยุทธ์ ESG ฝังเข้าเป็นส่วนสำคัญของระบบธุรกิจ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน
ในแง่ของผู้บริโภค ต่างเชื่อว่า ธุรกิจเป็นตัวผลักดันที่ดี
80% เห็นว่าแบรนด์สามารถทำเงินและสนับสนุนกิจกรรมดี ๆ ได้ในเวลาเดียวกัน
64% กล่าวว่า พวกเขายินดีซื้อผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ที่มีความรับผิดชอบ แม้ว่าจะมีราคาแพงกว่าก็ตาม
วิธีการที่แบรนด์สามารถสร้างคุณค่าและขับเคลื่อนความสัมพันธ์กับลูกค้าให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
1. ทำในสิ่งที่นอกเหนือจากกิจกรรม ESG พื้นฐาน เช่น การลดของเสีย หรือการจ่ายภาษีอย่างถูกต้องแล้ว มิฉะนั้นภาคธุรกิจหรือบริษัทยังคงทำกิจกรรมเดิม ๆ ในการสร้างความยั่งยืน
2. ส่งมอบคุณค่าที่แบรนด์ได้สัญญาไว้ผ่านประสบการณ์ที่มีต่อแบรนด์ทุกครั้งก็จะสามารถสร้างความใกล้ชิดกับแบรนด์และเจาะจงใช้แบรนด์มากขึ้นนอนาคต
3. การปลูกฝังพื้นฐานด้านประสบการณ์ ESG ที่ทำให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่เกี่ยวข้องกับข้อเสนอหลักของแบรนด์ โดยแสดงให้เห็นผ่านประสบการณ์ ซึ่งน่าจะมีประสิทธิภาพที่สุด
–


