จากข่าวคราวการผิดนัดชำระหนี้ของ Zhongrong International Trust ซึ่งเป็นทรัสต์ที่จดทะเบียนในเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน โดยมีรายงานว่า ณ ช่วงสิ้นปี 2022  Zhongrong มีสินทรัพย์ภายใต้การดูแล (AUM) สูงถึง 785, 700 ล้านหยวน (หรือประมาณ 107,690 ล้านดอลลาร์)  โดยที่สินทรัพย์กว่า 80 % คิดเป็นมูลค่ากว่า 629,300 ล้านหยวนเป็นการลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์ที่กำลังมีปัญหา และเมื่อช่วงเดือนกรกฎาคม 2023 ที่ผ่านมา Zhongrong ผิดนัดชำระหนี้ในผลิตภัณฑ์เพื่อการลงทุนมากถึง 22 รายการ ส่งผลให้นักลงทุนหลายหมื่นรายต้องสูญเสียเงินต้นของตัวเอง

 

Zhongrong Trust  Source  SCMP

 

การผิดนัดชำระหนี้ของ Zhongrong ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากวิกฤตการเงินในจีน โดย Zhongrong เป็นหนึ่งในทรัสต์ขนาดใหญ่ที่ลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นภาคเศรษฐกิจที่มีปัญหามากที่สุดในจีนในขณะนี้

ไม่เพียงเท่านั้นการผิดนัดชำระหนี้ของ Zhongrong ยังส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนในระบบการเงินจีน และอาจนำไปสู่ปัญหาที่ใหญ่ขึ้นได้ หาก Zhongrong ไม่สามารถชำระหนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดการล้มละลายของธนาคารเงาอื่น ๆ ในจีน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อระบบการเงินของจีนโดยรวม

ลำดับเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการผิดนัดชำระหนี้ของ Zhongrong มีดังต่อไปนี้

  1. กรกฎาคม 2023 Zhongrong ผิดนัดชำระหนี้ในผลิตภัณฑ์การลงทุน 22 รายการ
  2. สิงหาคม 2023 สำนักบริหารกำกับดูแลการเงินแห่งชาติจีน (National Financial Regulatory Administration: NAFR) สั่งให้ Zhongrong รายงานแผนการชำระเงินในอนาคตและสินทรัพย์ที่มีอยู่เพื่อจัดการกับวิกฤตสภาพคล่อง
  3. กันยายน 2023 ยังไม่มีรายงานว่า Zhongrong จะมีแผนที่จะบริหารจัดการหนี้ที่ค้างอยู่อย่างไร และก็ไม่มีใครแน่ใจว่า Zhongrong จะสามารถชำระหนี้ได้หรือไม่

 

การผิดนัดชำระหนี้ของ Zhongrong เป็นหนึ่งในกรณีที่แสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงที่อาจนำไปสู่วิกฤตการเงินในจีน ซึ่งทางการจีนเองกำลังพยายามเร่งแก้ไขปัญหานี้อยู่ แต่ก็ยังไม่สามารถที่จะควบคุมความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นต่อระบบการเงินได้หมดซะทีเดียว

ในบทความนี้เราจะมาทำความรู้จักและเจาะลึกเกี่ยวกับ Shadow Bangking ซึ่งเปรียบเสมือน “เงา” ของธนาคารพาณิชย์ปกติเลย แต่ทำไมในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาคำเรียกนี้จึงเริ่มปรากฏอยู่บนพื้นที่สื่อต่างชาติระดับโลกได้มากมายเพียงนี้ โปรดติดตาม

 Shadow Banking คืออะไร ต่างจากธนาคารปกติอย่างไร

ธนาคารเงา (Shadow Banking) คือ สถาบันการเงินหรือองค์กรที่ทำหน้าที่คล้ายกับธนาคารพาณิชย์ โดยการระดมเงินทุนจากแหล่งต่าง ๆ เช่น เงินฝาก ตราสารหนี้ หลักทรัพย์ ฯลฯ แล้วนำไปปล่อยกู้ให้แก่ผู้ที่ต้องการเงินทุน ทั้งในภาคธุรกิจและภาคครัวเรือน

ธนาคารเงาแตกต่างจากธนาคารพาณิชย์ในหลาย ๆ ด้าน ดังนี้

 

  • การกำกับดูแล ธนาคารเงาส่วนใหญ่ไม่ได้รับการควบคุมดูแลจากหน่วยงานกำกับดูแลอย่างเข้มงวดเท่ากับธนาคารพาณิชย์ ทำให้ธนาคารเงามีความเสี่ยงต่อระบบการเงินมากกว่า
  • ประเภทของธุรกรรม ธนาคารเงามักให้บริการทางการเงินที่ซับซ้อนและหลากหลายกว่าธนาคารพาณิชย์ เช่น การปล่อยกู้แบบไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน (Non-recourse lending) การแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ (Securitization) เป็นต้น
  • โครงสร้าง ธนาคารเงามักมีโครงสร้างที่ซับซ้อนกว่าธนาคารพาณิชย์ ซึ่งอาจทำให้ยากต่อการติดตามและควบคุม

 

ธนาคารเงามีบทบาทสำคัญในระบบการเงิน โดยทำหน้าที่เป็นแหล่งเงินทุนสำหรับภาคธุรกิจและครัวเรือนที่ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากธนาคารพาณิชย์ได้ นอกจากนี้ ธนาคารเงายังช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้กับระบบการเงินและทำให้อัตราดอกเบี้ยปรับตัวลดลง

อย่างไรก็ตาม ธนาคารเงาก็มีความเสี่ยงต่อระบบการเงินเช่นกัน เนื่องจากอาจก่อให้เกิดหนี้เสียและวิกฤตทางการเงินได้ เช่น กรณีวิกฤตการเงินโลกปี 2008 ซึ่งเกิดจากหนี้เสียของสถาบันการเงินที่ให้บริการสินเชื่อแบบซับไพร์มในสหรัฐอเมริกา

ตัวอย่างของธนาคารเงา ได้แก่

 

  • บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทำหน้าที่รวบรวมเงินทุนจากผู้ลงทุนรายย่อยไปลงทุนในหลักทรัพย์ต่าง ๆ
  • บริษัทประกัน ทำหน้าที่รวบรวมเงินทุนจากผู้เอาประกันภัยไปลงทุนในหลักทรัพย์หรือสินทรัพย์อื่น ๆ
  • วาณิชธนกิจ ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาด้านการเงินให้กับภาคธุรกิจ
  • กองทุนรวม ทำหน้าที่รวบรวมเงินทุนจากผู้ลงทุนรายย่อยไปลงทุนในหลักทรัพย์ต่าง ๆ

 

ประเภทและรายชื่อ Shadow Bank ในประเทศจีน

ในปี 2022 ทางการจีนได้ออกกฎระเบียบที่บังคับให้ Shadow Banks จดทะเบียนกับหน่วยงานกำกับดูแล ซึ่งทำให้สามารถระบุจำนวน Shadow Banks ได้ชัดเจนขึ้น โดยพบว่ามี Shadow Banks จดทะเบียนกับหน่วยงานกำกับดูแลประมาณ 2,000 แห่ง ทั้ง ทรัสต์ กองทุนรวม ผู้ให้บริการสินเชื่อรายย่อย และบริษัทอื่น ๆ

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้ยังไม่รวมถึง Shadow Banks ที่ยังไม่จดทะเบียนกับหน่วยงานกำกับดูแล ซึ่งคาดว่าอาจมีจำนวนมากกว่านี้ ในส่วนของมูลค่าสินทรัพย์ของ Shadow Banking ในจีนนั้นมีการประมาณการว่าอยู่ที่ประมาณ 20 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งคิดเป็นประมาณ 20% ของ GDP ของจีน

ตามรายงานของธนาคารกลางจีน (People’s Bank of China: PBOC)  Shadow Bank ในประเทศจีน แบ่งออกเป็น 6 ประเภท ดังนี้

 

1. Trust companies เป็นบริษัทที่รับฝากเงินและปล่อยกู้ โดยส่วนใหญ่จะดำเนินการโดยบริษัทอสังหาริมทรัพย์และบริษัทขนาดใหญ่

2. Non-bank financial institutions เป็นสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ เช่น บริษัทหลักทรัพย์ บริษัทประกัน และบริษัทจัดการกองทุน

3. Peer-to-Peer lending platforms เป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมต่อผู้กู้กับผู้ให้กู้โดยตรง

4. Guarantee companies เป็นบริษัทที่ออกหนังสือค้ำประกันสำหรับสินเชื่อ

5. Collateralized loan obligations เป็นตราสารหนี้ที่ประกอบด้วยสินเชื่อที่มีสินทรัพย์ค้ำประกัน

6. Funding vehicles เป็นบริษัทที่ระดมทุนจากนักลงทุนเพื่อนำไปลงทุนในสินทรัพย์ต่าง ๆ

ตัวอย่างรายชื่อ Shadow Bank ในประเทศจีน

China Evergrande Group บริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ที่ประสบปัญหาล้มละลาย

China Huarong Asset Management บริษัทบริหารสินทรัพย์ที่บริหารจัดการหนี้เสียของภาครัฐ

Hangzhou Qianhai Financial Holdings บริษัทการเงินที่ดำเนินธุรกิจด้านหลักทรัพย์และประกัน

Ant Group บริษัทเทคโนโลยีการเงินที่ดำเนินธุรกิจด้านการชำระเงินและสินเชื่อ

P2P lending platforms เช่น Yu’ebao

 

ทำไมในจีน Shadow Banking ถึงเติบโตมาก

 พูดถึงสาเหตุที่ว่าทำไม Shadow Banking ถึงเติบโตมากโดยเฉพาะในประเทศจีนก็ต้องบอกว่า ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะการเข้าถึงสินเชื่อของรายย่อยนั้นยังอยู่ในระดับจำกัด อีกกรณีคือเรื่องของช่องว่างในการกำกับดูแล ก็มีส่วนทำให้เกิดฟองสบู่ในภาคส่วนนี้

 

  • นโยบายการเงินของรัฐบาลจีน รัฐบาลจีนได้ดำเนินนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยเงินฝากต่ำลง ทำให้นักลงทุนหันไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงกว่า เช่น ตราสารหนี้ของภาคเอกชน
  • ความแข็งแกร่งของภาคอสังหาริมทรัพย์ ภาคอสังหาริมทรัพย์ของจีนเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้ความต้องการสินเชื่อจากภาคอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น ธนาคารพาณิชย์ไม่สามารถตอบสนองความต้องการสินเชื่อดังกล่าวได้ทั้งหมด จึงส่งผลให้ธนาคารเงาเข้ามามีบทบาทมากขึ้น
  • ความอ่อนแอของการกำกับดูแล: ธนาคารเงาส่วนใหญ่ไม่ได้รับการควบคุมดูแลจากหน่วยงานกำกับดูแลอย่างเข้มงวดเท่ากับธนาคารพาณิชย์ ทำให้ธนาคารเงาสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างอิสระและเสี่ยงต่อความเสี่ยงมากขึ้น

 

ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ขนาดของ Shadow Banking ในจีนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยในปี 2022 มูลค่าของ Shadow Banking ในจีนอยู่ที่ประมาณ  3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งคิดเป็นประมาณ 16.66% ของ GDP  (GDP ของจีนในสิ้นปี 2022 อยู่ที่ประมาณ 18 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

การเติบโตของ Shadow Banking ในจีนก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อระบบการเงินของจีน เนื่องจากอาจก่อให้เกิดหนี้เสียและวิกฤตทางการเงินได้ รัฐบาลจีนจึงให้ความสำคัญกับการกำกับดูแล Shadow Banking โดยได้ออกมาตรการต่าง ๆ เพื่อลดความเสี่ยงต่อระบบการเงิน เช่น การกำหนดเกณฑ์การกำกับดูแลบริษัทการเงินนอกระบบ (Non-bank financial institutions) การกำหนดเกณฑ์การกำกับดูแลการปล่อยกู้แบบไม่แสดงหลักประกัน เป็นต้น

 

Shadow Banking เข้ามา Disrupt Banking System อย่างไร

แน่นอนว่าเมื่อธนาคารเปรียบเสมือนคนตัวใหญ่ที่กว่าจะขยับตัวทีก็เชื่องช้า ทำให้หน่วยจู่โจมเร็วและคล่องตัวกว่าอย่าง Shadow Banking เข้ามาทำให้ Banking System ในจีนเสียท่าในหลาย ๆ ด้าน อย่างเช่น

แย่งชิงลูกค้าจากธนาคารพาณิชย์ Shadow Banking ให้บริการทางการเงินที่หลากหลายและยืดหยุ่นกว่าธนาคารพาณิชย์ เช่น การปล่อยกู้แบบไม่แสดงหลักประกัน การแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ ทำให้ Shadow Banking สามารถดึงดูดลูกค้าจากธนาคารพาณิชย์ได้

แข่งขันกับธนาคารพาณิชย์ในการปล่อยกู้ Shadow Banking มีต้นทุนการดำเนินงานที่ต่ำกว่าธนาคารพาณิชย์ เนื่องจากไม่ได้รับการควบคุมดูแลจากหน่วยงานกำกับดูแลอย่างเข้มงวด ทำให้ Shadow Banking สามารถปล่อยกู้โดยคิดอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าธนาคารพาณิชย์ได้

 

  • การปล่อยกู้แบบไม่แสดงหลักประกัน (Non-recourse lending) Shadow Banking ให้บริการปล่อยกู้แบบไม่แสดงหลักประกันแก่ผู้ที่ต้องการเงินทุน ซึ่งธนาคารพาณิชย์ไม่สามารถให้บริการได้
  • การแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ (Securitization) Shadow Banking ให้บริการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ โดยการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ (securitization) คือการรวบรวมสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องต่ำมารวมกัน เช่น สินเชื่อรถยนต์ สินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อที่อยู่อาศัย ฯลฯ แล้วออกตราสารหนี้เพื่อระดมทุนจากนักลงทุน โดยตราสารหนี้เหล่านี้จะอ้างอิงกับกระแสเงินสดจากสินทรัพย์ที่นำมารวมกัน
  • การระดมทุนผ่านตลาดเงิน (Money market) Shadow Banking ให้บริการระดมทุนผ่านตลาดเงิน ช่วยให้ผู้ที่ต้องการเงินทุนสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้อย่างรวดเร็ว

 

Shadow Banking กำลังทำลายระบบการเงินจีน?

ก็ต้องบอกว่า อาจจะยังไม่ถึงขั้นที่ “ทำให้ระบบการเงินของจีนล่มสลาย” เพราะตอนนี้รัฐบาลจีนรู้ตัวแล้วว่า ความหละหลวมในการดูแลภาคส่วนทางการเงินที่อยู่นอกการควบคุมของตนเองกำลังจะสร้างวิกฤตให้ต้องมาตามแก้อย่างใหญ่หลวง ส่งผลให้รัฐบาลจีนให้ความสำคัญกับการกำกับดูแล Shadow Banking มากขึ้น และดำเนินมาตรการต่าง ๆ เพื่อลดความเสี่ยงต่อระบบการเงินอย่างต่อเนื่อง

 

PBOC Source: CNBC

อย่างไรก็ตาม  Shadow Banking ยังคงเป็นความเสี่ยงต่อระบบการเงินของจีน เนื่องจากจำนวนของ Shadow Banks มีอยู่ค่อนข้างมากและรวมกันเป็นภาคส่วนที่มีขนาดใหญ่และซับซ้อน ทำให้ยากต่อการติดตามและควบคุม หากเกิดปัญหากับ Shadow Banking อาจเป็นจุดเริ่มต้นของวิกฤตทางการเงินก็เป็นได้

ในช่วงที่ผ่านมา Shadow Banking ของจีนได้ก่อให้เกิดปัญหาหลายประการ เช่น

 

  • หนี้เสีย หนี้เสียของ Shadow Banking เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยในปี 2022 หนี้เสียของ Shadow Banking ในจีนอยู่ที่ประมาณ 20 ล้านล้านดอลลาร์
  • ความผันผวนของตลาดการเงิน การเก็งกำไรในสินทรัพย์ทางการเงินของ Shadow Banking ส่งผลให้เกิดความผันผวนของตลาดการเงิน
  • การฟอกเงิน Shadow Banking เป็นแหล่งสำหรับการฟอกเงิน

 

ปัญหาเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและอาจนำไปสู่การล่มสลายของ Shadow Banking ได้

หาก Shadow Banking ของจีนเกิดการล่มสลาย อาจส่งผลกระทบต่อระบบการเงินของจีนในหลาย ๆ ด้าน เช่น

 

  • ลดสภาพคล่องในระบบการเงิน การล่มสลายของ Shadow Banking อาจทำให้สภาพคล่องในระบบการเงินลดลง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจและครัวเรือน
  • เพิ่มความเสี่ยงต่อระบบการเงิน การล่มสลายของ Shadow Banking อาจทำให้ความเสี่ยงต่อระบบการเงินเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่วิกฤตทางการเงินได้
  • กระทบต่อเศรษฐกิจในภาพใหญ่ การล่มสลายของ Shadow Banking อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมของจีน เช่น การลดการจ้างงาน การเติบโตทางเศรษฐกิจเกิดการชะลอตัว

 

รัฐบาลจีนจึงให้ความสำคัญกับการกำกับดูแล Shadow Banking เพื่อลดความเสี่ยงต่อระบบการเงิน โดยได้ออกมาตรการต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น

จีนแก้ไขปัญหาเรื่อง Shadow Banking อย่างไร

ทางการจีนได้ออกมาตรการต่าง ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาเรื่อง Shadow Banking มาตั้งแต่ปี 2013 โดยมาตรการเหล่านี้มุ่งเน้นไปที่การกำกับดูแล Shadow Banking ให้เข้มงวดขึ้น รวมถึงการลดบทบาทของ Shadow Banking ในระบบการเงินของจีน

มาตรการที่ทางการจีนได้ออก ก็ได้แก่

การบังคับให้ Shadow Banks ต้องขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานที่กำกับดูแล

การจำกัดประเภทของผลิตภัณฑ์และบริการที่ Shadow Banks สามารถเสนอได้

การบังคับให้ Shadow Banks เปิดเผยข้อมูลแก่สาธารณะ

การลดการเชื่อมโยงระหว่าง Shadow Banking กับภาคธนาคาร

 

China’s Government Administration Source: SCMP

 

นอกจากนี้ ทางการจีนยังพยายามส่งเสริมให้ภาคธนาคารพาณิชย์เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในระบบการเงินจีน โดยเพิ่มอัตราดอกเบี้ยเงินฝากและลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ซึ่งจะทำให้ภาคธุรกิจและประชาชนสามารถเข้าถึงสินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์ได้มากขึ้น

จากการที่ทางการจีนได้เริ่มวางมาตรการที่เข้มงวดและรัดกุม คาดว่า Shadow Banking ของจีนจะมีขนาดเล็กลงและบทบาทที่มีต่อภาคการเงินก็จะลดลงไปด้วย อย่างไรก็ตาม ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าจะสามารถแก้ไขปัญหา Shadow Banking ได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ เนื่องจาก Shadow Banking มีรูปแบบที่ซับซ้อนและสามารถปรับเปลี่ยนได้อย่างรวดเร็ว

ขอยกตัวอย่างรายละเอียดของมาตรการที่ทางการจีนได้ออกมาเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่อง Shadow Banking

การบังคับให้ Shadow Banks จดทะเบียนกับหน่วยงานกำกับดูแล

ในปี 2013 ทางการจีนได้ออกกฎระเบียบที่บังคับให้ Shadow Banks จดทะเบียนกับหน่วยงานกำกับดูแล เช่น ธนาคารกลางจีน (PBOC) และสำนักบริหารและกำกับดูแลการเงินแห่งชาติจีน (National Financial Regulatory Administration: NAFR)

การจำกัดประเภทของผลิตภัณฑ์และบริการที่ Shadow Banks สามารถเสนอได้

ในปี 2015 ทางการจีนได้ออกกฎระเบียบที่จำกัดประเภทของผลิตภัณฑ์และบริการที่ Shadow Banks สามารถเสนอขายต่อประชาชน อย่างเช่น ผลิตภัณฑ์การลงทุนที่มีความเสี่ยงสูง ผลิตภัณฑ์เงินกู้ระยะสั้นที่ปล่อยกู้ให้กับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น การจำกัดนี้จะช่วยให้ลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตได้

การบังคับให้ Shadow Banks เปิดเผยข้อมูลแก่สาธารณะ

ในปี 2017 ทางการจีนได้ออกกฎระเบียบที่บังคับให้ Shadow Banks เปิดเผยข้อมูลแก่สาธารณะ เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับสินทรัพย์และหนี้สิน ข้อมูลเกี่ยวกับผลการดำเนินงาน ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ถือหุ้น เป็นต้น การเปิดเผยข้อมูลนี้จะช่วยให้นักลงทุนสามารถเข้าใจความเสี่ยงของ Shadow Banking ได้ดีขึ้น และสามารถตัดสินใจอยู่บนพื้นฐานข้อเท็จจริงได้ดีขึ้น

การลดการเชื่อมโยงระหว่าง Shadow Banking กับภาคธนาคาร

ในปี 2018 ทางการจีนได้ออกกฎระเบียบที่ลดการเชื่อมโยงระหว่าง Shadow Banking กับภาคธนาคาร เช่น การจำกัดการถือหุ้นของ Shadow Banks ในธนาคารพาณิชย์ การจำกัดการปล่อยกู้ของธนาคารพาณิชย์ให้กับ Shadow Banks

การส่งเสริมให้ภาคธนาคารพาณิชย์เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในระบบการเงินจีน

ในปี 2022 ทางการจีนได้ออกมาตรการต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมให้ภาคธนาคารพาณิชย์เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในระบบการเงินจีน เช่น การเพิ่มอัตราดอกเบี้ยเงินฝากและลดเงินกู้ การผ่อนปรนกฎระเบียบสำหรับภาคธนาคารพาณิชย์ เป็นต้น การส่งเสริมนี้จะช่วยให้ภาคธุรกิจและประชาชนสามารถเข้าถึงสินเชื่อจากภาคธนาคารพาณิชย์ได้มากขึ้น

Shadow Banking ตอนนี้กำลังถูกกล่าวถึงและถูกเพ่งเล็งเป็นอย่างมากโดยเฉพาะในประเทศจีนเนื่องจากว่า ด้วยโครงสร้างทางการเงินของจีน เวลาที่รัฐบาลจีน โดยธนาคารกลางอัดฉีดสภาพคล่อง (เงิน) ออกมา มักจะไปอยู่กับธนาคารขนาดใหญ่ที่ควบคุมโดยรัฐบาล นั่นแปลว่าการจะปล่อยสินเชื่อต่อให้ธนาคารขนาดเล็กหรือประชาชนทั่วไปก็มักจะมีกฎระเบียบที่เคร่งครัดออกมากำกับเพื่อไม่ให้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจด้วย

นั่นก็ทำให้ธนาคารขนาดเล็ก ต้องพึ่งพาการดูดสภาพคล่องผ่านการออกผลิตภัณฑ์ที่เรียกว่า Wealth Management Products คอนเซ็ปต์ก็คือ WMP คือ ที่เปิดให้นักลงทุนทั่วไปมาซื้อผลิตภัณฑ์ทางการเงินและทางธนาคารก็สัญญาว่าจะให้ดอกเบี้ยเป็นการตอบแทนซึ่งดอกเบี้ยนั้นก็สูงกว่าเงินฝากประจำทั่วไปของธนาคาร โดยผลตอบแทนที่ได้รับมักจะมาจากการลงทุนในหลักทรัพย์ที่ไม่มีที่มาที่ไป

แต่บรรดานายธนาคารมักจะการันตีกว่าผลิตภัณฑ์ทางการเงินนี้มีคุณภาพและความน่าเชื่อถือสูง โดยในขณะนี้มีหลายเคสในจีนที่หลงไปซื้อผลิตภัณฑ์ทางการเงินเหล่านี้ แต่ทางธนาคารไม่สามารถจ่ายผลตอบแทนกลับไปได้ และที่แย่กว่านั้นในธนาคารเงาบางแห่งถึงขั้นไม่สามารถคืนเงินต้นได้เลย

ต้องบอกว่าตอนนี้ทั้งวิกฤตในภาคอสังหาฯ และปัญหาการเติบโตไม่เป็นไปตามเป้าของเศรษฐกิจจีน ถือเป็นเคราะห์ซ้ำกรรมซัดจริง ๆ สำหรับจีน เราต้องติดตามว่าในปี 2024 ทางการจีนนำโดยนาย สี จิ้นผิง จะมีวิธีอย่างไรที่จะทำให้จีนสามารถเอาตัวรอดจากวิกฤตทางเศรษฐกิจในครั้งนี้ได้

อ้างอิง

https://www.economist.com/finance-and-economics/2023/08/28/chinas-shadow-banking-industry-threatens-its-financial-system

 

https://www.scbeic.com/th/detail/product/892

 

https://www.bot.or.th/th/research-and-publications/articles-and-publications/articles/Article_05Jun2014.html

 

https://www.reuters.com/world/china/chinese-state-firms-help-troubled-shadow-bank-does-little-address-investor-2023-09-18/

 

https://www.reuters.com/business/finance/china-trust-deficit-crisis-spurs-shadow-banking-policy-response-calls-2023-08-15/

 

https://www.reuters.com/investigates/special-report/china-risk-shadowbanking/



ติดตาม Marketeer ได้หลากหลายรูปแบบ

.
Marketeer ฉบับดิจิทัล : อ่านบน Ookbee / อ่านบน meb
.
Marketeer ฉบับ PDF : https://marketeermagazine.com/
.
Marketeer ฉบับกระดาษ : สั่งซื้อทางไปรษณีย์ Inbox มาที่ เพจ Marketeer Online