เพจมุขเสี่ยวยอดนิยมเพจแรกของไทยสู่กระแสคอนเทนต์ล้นเฟซบุ๊ก

“ถ้าปีนี้คุณคบกับผม ชีวิตที่เหลือของคุณจะไม่ต้องรู้จักคำว่า”โสด”อีกเลย”

“เก่า-ใหม่ ก็แค่ปี แต่ความรู้สึกที่มี ยังคงเหมือนเดิมนะ”

“ไม่กล้าโพสต์ลง Wall เธอ ได้แต่เขียนบอกเธอ…ในสเตตัสของตัวเอง”

“ไม่ชอบเรา เป็นสิทธิของเธอ แอบชอบเธอ เป็นสิทธิของเรา”

“”มุข”ต้องใช้ ข.ไข่ เพราะจะเก็บ ก.ไก่…. ไว้สำหรับคำว่า”รัก”เท่านั้น”

“ผมคือชายนิรนาม แต่ชายนิรนามไม่ใช่ผม”

ถ้าคุณอยู่ในโลกของโซเชียลเน็ตเวิร์คอย่างเฟซบุ๊กมานานกว่า 6 ปี คุณคงจำเรื่องราวของมุขเสี่ยวๆ เหล่านี้จากสมาคมมุขเสี่ยวๆ ได้ เพราะเขาคือเน็ตไอดอลรุ่นแรกๆ ในเฟซบุ๊ก ที่มีผู้ติดตามมากกว่า 2.2 ล้านคน

แม้บางช่วงเวลามุขสมาคมมุขเสี่ยวๆ อาจมีห่างหายไปบ้าง จากปลายปากกามุขเสี่ยวๆ ของชายนิรนามและเพื่อนๆ ที่เป็นแอดมินรุ่นแรกที่เริ่มมีแฟน และมีภารกิจกับหน้าที่การงานที่มากขึ้น เพราะช่วงเวลาของการเปิดเพจสมาคมมุขเสี่ยวๆ พวกเขายังคงเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ไม่ได้ตั้งใจดัง แค่อยากเล่นมุขเสี่ยวๆ กับเพื่อน

ชายนิรนาม หนึ่งในแอดมินสมาคมมุขเสี่ยวได้พา Marketeer ย้อนรอยถึงจุดเริ่มต้นของสมาคมมุขเสี่ยวๆ ว่าแรกเริ่มการก่อตั้งสมาคมมุขเสี่ยวมาจากการเล่นมุขเสี่ยวๆ กับเพื่อนๆ มหาวิทยาลัย เป็นมุขที่มาจากเรื่องราวที่สนทนากันในกลุ่ม ไอเดียที่ผุดขึ้นจากการไปเจอสิ่งต่างๆ ในชีวิตประจำวัน สเตตัสใน MSN ซึ่งเป็น Instant Messaging ยอดนิยมเมื่อ 10 กว่าปีที่ผ่านมา และในเฟซบุ๊ก

“ตอนแรกตั้งเพจสมาคมมุขเสี่ยวๆ มาเล่นกับเพื่อนเท่านั้น ไม่ได้คาดหวังว่าใครจะมาติดตามเท่าไหร่ รูปโปรไฟล์ก็ใช้เป็นรูปตลกๆ ของเพื่อนๆ ด้วย ในตอนนั้นยังไม่ค่อยมีใครกล้าเล่นมุขหรือโพสต์ข้อความเสี่ยวๆ อะไรแบบนี้ในสื่อสาธารณะสักเท่าไหร่ จึงเป็นสิ่งแปลกใหม่และดึงดูดให้คนที่มีความชอบร่วมกันเข้ามาติดตาม”

“แต่พอคนเข้ามาติดตามกันมากขึ้น ก็อยากรักษาความเป็นส่วนตัวของแต่ละคนไว้ เลยเปลี่ยนเป็นรูปหันหลังอย่างที่เห็น ซึ่งรูปนั้นก็มาจากความรู้สึกที่ใส่เสื้อตัวนั้นเป็นครั้งแรก เป็นเสื้อที่ทำเป็นที่ระลึกในกลุ่มสมาคม เขียนด้านหน้าว่า “ไอ้เรามันก็แค่คนดี…ที่ไม่มีอะไรดีพอ” และด้านหลัง “ไอ้เรามันก็แค่คนไม่ดี…ที่อยากจะดีพอ” ” ชายนิรนามแห่งสมาคมมุขเสี่ยวๆ กล่าว

เฟื่องฟูแต่ไม่คิดต่อยอด กิจกรรมทุกอย่างคือสิ่งที่อยากทำในช่วงนั้น

ชายนิรนามเล่าว่า จุดเฟื่องฟูที่สุดของสมาคมมุขเสี่ยวๆ คือช่วง 3 ปีแรก ซึ่งยังมีไอเดียใหม่ๆ เข้ามาอยู่ตลอด รวมถึงการจัดกิจกรรมต่างๆ เสื้อสมาคมมุขเสี่ยวๆ และหนังสือพ็อกเก็ตบุ๊ครวมเล่มมุขเสี่ยวๆ และสมาคมมุขเสี่ยวๆ ได้กลายเป็นเพจที่ชาวเฟซบุ๊กต้องจับตามอง ซึ่งชายนิรนามยอมรับว่าสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในเวลานั้น เพราะเพียงอยากทำเท่านั้น

“ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดจะต่อยอดความสำเร็จอะไรนะครับ เพียงแค่ทำในสิ่งที่เราอยากจะทำ อย่างเสื้อทำเพราะตอนทำเสื้อรุ่นแรกใส่กับเพื่อนแล้วรู้สึกอินกับเพจมากขึ้น เลยคิดว่าถ้าทำให้สมาชิกใส่ก็น่าจะทำให้เค้ารู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของเพจด้วยเช่นกัน ส่วนหนังสือทำเพราะอยากมีอะไรที่เป็นที่ระลึก เอาไว้ตอนแก่มาเปิดดูเล่น 555 แต่หลังจากนั้นไอเดียก็เริ่มตัน ประกอบกับความรับผิดชอบในหน้าที่การงานที่มากขึ้น ทำให้มีอารมณ์สุนทรีย์ลดลงไปมาก”

 

แอดมินรุ่น 2 สานต่อความเสี่ยวๆ

ในวันนี้สมาคมมุขเสี่ยวๆ มีแอดมินรุ่นสอง เข้ามาปล่อยมุขเสี่ยวๆ สร้างสีสันความเสี่ยว ที่น่ารัก สะกิตอารมณ์เสี่ยวๆ และพยายามรักษาแนวทางคอนเทนต์ให้เหมือนเดิม ถึงแม้ว่ารูปแบบการนำเสนอก็จะปรับเปลี่ยนไปตามอัลกอริทึมของเฟซบุ๊กที่ Reach คอนเทนต์ที่เป็นภาพมากกว่าที่พิมพ์เป็นข้อความ ซึ่งเป็นปัญหาหลักของคนทำเพจทุกๆ คนโดยเฉพาะเพจที่มีแฟนเพจหลักแสน และหลักล้าน

“แอดมินรุ่นสองตั้งมาเพื่อหล่อเลี้ยงคอนเทนต์ในเพจ ถึงแม้ว่าเฟซบุ๊กจะเปลี่ยนอัลกอริทึม ลดเปอร์เซ็นการเห็นเพจจะทำให้แอดมินรุ่นสองรู้สึกท้อจาก Reach ที่น้อยลง แต่ก็ไม่ได้ไปกดดันอะไร ส่วนรูปแบบการนำเสนอมีการกำหนดแนวทางไว้คร่าวๆ เช่น ฟอนต์พิมพ์ดีดบนพื้นสีดำ ผมมองว่ามันคลาสสิคดี หรือนำตัวการ์ตูนที่ออกแบบมาให้มาประกอบมุข แต่ไม่ซีเรียสมาก สุดท้ายขึ้นอยู่กับแอดมินแต่ละคน บางคนไม่สะดวกทำในรูปแบบที่วางไว้ ซึ่งทางผมก็ไม่ได้ซีเรียส”


ชายนิรนามเล่าว่าการแข่งขันของเพจมุขอารมณ์ขันแบบเสี่ยวๆ ต้องอาศัยความสดใหม่และคุณภาพของมุขจะเป็นสิ่งที่ดึงดูดให้ลูกเพจมาสนใจ เพราะยังไงคนไทยก็ยังชอบเสพมุขเสี่ยวๆ อยู่ เพียงแต่ว่าลักษณะของมุกที่ได้รับความสนใจอาจจะขึ้นอยู่กับบริบทของสังคมในช่วงเวลานั้นๆ

และในฐานะซีเนียร์ในวงการคอนเทนต์ ชารนิรนามให้ความเห็นว่าความยากของคนในทำคอนเทนต์ออนไลน์คือต้องคอยคิดสิ่งใหม่ๆ มานำเสนอให้ได้อย่างต่อเนื่อง ในสมัยที่เพจใหม่เกิดขึ้นง่ายมาก สิ่งที่จะเป็นตัวตัดสินว่าเพจจะ เกิดแล้วดับ หรือ เกิดแล้วอยู่ คือ ความคิดสร้างสรรค์ เพราะ identity อาจถูกเลียนแบบกันได้ แต่ creativity มันลอกกันไม่ได้

 

Cr. ภาพจากสมาคมมุขเสี่ยวๆ