แบรนด์อาหารแมวชั้นนำระดับโลก ‘วิสกัส’ (whiskas) รับเทรนด์ Pet Humanization ดึง ‘เอิร์ท-มิกซ์’ ลุยแคมเปญ ‘Lucky Cat’ ชูคอนเซปต์ ‘แมวโชคดีคือแมวสุขภาพดี’ ส่งประติมากรรมแมวยักษ์บุกสยามพร้อมกิจกรรม O2O เจาะคนรุ่นใหม่ มุ่งเปลี่ยนพฤติกรรมด้านโภชนาการน้องแมวกับคุณพ่อคุณแม่แมวอย่างยั่งยืน

เอิร์ท พิรพัฒน์ / ดร. ซูซาน หว่าน / มิกซ์ สหภาพ

ดร. ซูซาน หว่าน ผู้เชี่ยวชาญด้านสัตวแพทย์ และผู้อำนวยการกลุ่มประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ และไทย มาร์ส เพ็ทแคร์ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงไทยถือเป็นสมรภูมิที่เติบโตต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีมูลค่ารวมสูงถึงประมาณ 30,000 ล้านบาท ซึ่งในส่วนการเติบโตของธุรกิจอาหารแมวในไทยส่วนหนึ่งมาจากปัจจัย ดังนี้

1.การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่อยู่อาศัย

แม้สุนัขจะมีประชากรกว่า 20 ล้านตัว แต่แมวที่มีอยู่ประมาณ 7-8 ล้านตัวกลับมีอัตราการเติบโตที่รวดเร็วและน่าจับตามอง เนื่องจากผู้คนหันมาอาศัยในคอนโดมิเนียมหรือห้องพักขนาดเล็กมากขึ้น ทำให้การเลี้ยงแมวตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ในพื้นที่จำกัดได้ดีกว่า

2.กระแส Pet Humanization ที่มาแรง

จากผลการศึกษาล่าสุด WHISKAS® Purr Study โดยสำรวจกลุ่มผู้เลี้ยงแมวในประเทศไทยกว่า 2,000 คน เมื่อเดือนมีนาคม 2026 พบว่า 71% ของผู้เลี้ยงแมวชาวไทย มองว่าแมวคือสมาชิกในครอบครัวและรักเหมือนลูก ซึ่งเติบโตอย่างก้าวกระโดดจากอดีตที่เคยมีเพียง 30% โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่หรือ Gen Z ที่มีสัดส่วนในการมองว่าแมวเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตสูงกว่าเจนเนอเรชันอื่น ๆ อย่างเห็นได้ชัด

ความผูกพันที่แนบแน่นเสมือนสมาชิกในครอบครัวนี้ ยังสะท้อนผ่านความน่ารักของการตั้งชื่อ โดยสรุปรายชื่อแมวที่พบได้บ่อยและได้รับความนิยมสูงสุดในประเทศไทย 5 อันดับแรก ได้แก่ ขาว (Khao), ส้ม (Som), อ้วน (Ouan), ดำ (Dam) และ ถุงทอง (Thung Thong)

3.การเยียวยาจิตใจ

แมวมีบทบาทสำคัญในการช่วยเยียวยาสุขภาพจิต โดย 54% ของผู้เลี้ยงระบุว่าแมวช่วยลดความเครียดได้ และ 52% รู้สึกว่าการได้ให้อาหารหรือเล่นกับแมวคือความสุขที่ยิ่งใหญ่ในชีวิต นอกจากนี้

หากเจาะลึกถึงสายพันธุ์ยอดฮิต แมวสยามครองแชมป์เพราะความ ‘ช่างจ้อ’ โดยแมวสยาม หรือแมวไทย เป็นสายพันธุ์ที่ฮิตที่สุดเป็นอันดับ 1 ในไทย (30%) ซึ่งอินไซต์ความน่ารักคือ พวกมันมีนิสัยที่เป็นมิตรมาก ๆ และที่สำคัญคือ ‘ช่างพูดช่างเจรจาหรือส่งเสียงเก่ง’ (Very vocal)

ความขี้เล่นดังกล่าว สอดคล้องกับสถิติที่ว่า ผู้เลี้ยงกว่า 46% รู้สึกมีความสุขเพราะพฤติกรรมของแมวช่วยสร้างความบันเทิงและทำให้พวกเขามีเสียงหัวเราะได้เสมอ

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความรักที่ผู้เลี้ยงมีให้เสมือนลูก ตลาดยังคงมีอุปสรรคสำคัญคือ มีผู้เลี้ยงเพียง 40% เท่านั้นที่ให้อาหารสำเร็จรูปสำหรับแมว ในขณะที่อีก 60% ยังคงให้แมวทานอาหารคนหรือปรุงอาหารให้ทานเอง เนื่องจากมีความเชื่อที่ผิดว่าอาหารที่คนทานมีประโยชน์ต่อแมว ทั้งที่ในความเป็นจริง แมวเป็นสัตว์กินเนื้อที่ต้องการสารอาหารจำเป็นมากถึง 41 ชนิดต่อวัน ซึ่งแตกต่างจากมนุษย์อย่างสิ้นเชิง

นอกจากนี้ ผู้เลี้ยงกว่า 60% มักหาข้อมูลโภชนาการผ่านโซเชียลมีเดีย แต่ 39% กลับรู้สึกสับสนกับข้อมูลที่ขัดแย้งกัน จนทำให้ผู้เลี้ยงถึง 36% เกิดความกังวลใจเรื่องสุขภาพของลูกรัก

ซึ่งช่องว่างและโอกาสในการเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคที่หากแบรนด์สามารถเข้าไปสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องได้ มองว่าจะส่งผลให้ตลาดอาหารแมวเกิดการขยายตัวได้อีกมหาศาล ซึ่ง ‘วิสกัส’ (whiskas) แบรนด์ภายใต้บริษัท มาร์ส เพ็ทแคร์ (Mars Petcare) จะไม่ได้มุ่งเน้นการแข่งออกสินค้าตามกระแส แต่วางความสำคัญอันดับหนึ่งคือ การให้ความรู้และการสร้างความตระหนักรู้แก่บรรดาคุณพ่อคุณแม่แมว โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ผ่านกลวิธีการตลาดแบบ 360 องศา

อย่างล่าสุดกับแคมเปญระดับโลกครั้งแรกในไทย ‘Lucky Cat’ ซึ่งมีแผนการตลาด ดังนี้

1.ใช้ Star Power เชื่อมแบรนด์กับคนรุ่นใหม่ ดึงนักแสดงดูโอ้ขวัญใจมหาชน และทาสแมวตัวจริงอย่าง ‘มิกซ์ สหภาพ’ และ ‘เอิร์ท พิรพัฒน์’ มาร่วมสร้างสีสันในแคมเปญ Lucky Cat เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายวัยรุ่น โดยทั้งคู่มีผู้ติดตามรวมกันมากกว่า 7 ล้านคน

2.สร้าง O2O Engagement ปูพรมแลนด์มาร์กใจกลางสยาม พลิกมุมมองความเชื่อว่า ‘แมวที่โชคดี คือแมวที่มีสุขภาพดี’ ผ่านการสร้างประติมากรรมแมวกวักสีม่วงขนาดยักษ์ความสูง 10 เมตร ณ สยามสแควร์ ซอย 3 รายล้อมด้วยตุ๊กตาแมวกวักเล็กเกือบ 1,000 ตัว ที่นำมาจัดแสดงในวันที่ 3 – 4 เมษายน 2026 พร้อมปูพรมสื่อโฆษณา Out-of-Home รอบย่านการค้าสยามถึง 41 จุด

3.เจาะพฤติกรรมดิจิทัลและการทดลองใช้จริง ตอบโจทย์ผู้บริโภค Gen Z (11-26 ปี) และ Gen Y (27-42 ปี) ด้วยการจัดกิจกรรม TikTok Shop Livestream ต่อเนื่องยาวนานถึง 35 ชั่วโมง ควบคู่ไปกับการเร่งแจกสินค้าตัวอย่างจำนวน 15,000 ชิ้น เพื่อกระตุ้นให้เกิดการทดลองใช้ในวงกว้าง

อย่างไรก็ดี สำหรับการให้ความรู้และการตอกย้ำแคมเปญ Lucky Cat ถือเป็นการวางรากฐานเพื่อดึงผู้บริโภคที่ให้อาหารปรุงเอง 60% ให้หันมาใช้อาหารสำเร็จรูป

ทั้งนี้ วิสกัสยังคงมุ่งมั่นสร้างความแข็งแกร่งด้วยวิทยาศาสตร์เบื้องหลังผลิตภัณฑ์ที่ใช้วิธีวิจัยแบบไร้การทำทารุณกรรม (Non-invasive) 100% จากศูนย์วิจัย APEC Pet Center ในไทย ที่ยืนยันได้ว่าอาหารสามารถดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ถึง 70% เพื่อเปลี่ยนความรักของผู้เลี้ยงให้กลายเป็นการดูแลสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน