วงการฟุตบอลอิตาลียังคงเผชิญมรสุมอย่างต่อเนื่อง โดยหลังจากแพ้ บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา ในรอบเพลย์ออฟเมื่อวันที่ 31 มีนาคมแบบช็อกโลก ส่งผลให้ไม่ได้ไปเตะฟุตบอลโลกติดต่อกันเป็นสมัยที่ 3 ทั้งที่เคยคว้าแชมป์มาได้หลายสมัย ล่าสุดก็อาจพลาดการเป็นเจ้าภาพทัวร์นาเมนต์ใหญ่ที่สุดของยุโรป

อเล็กซานเดอร์ เซเฟริน ประธานสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (UEFA) เตือนว่า อิตาลีมีความเสี่ยงสูงที่จะถูกตัดสิทธิ์การเป็นเจ้าภาพศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปในปี 2032  (ยูโร 2032) ร่วมกับตุรกีหากรัฐบาลและผู้บริหารสมาคมฟุตบอลอิตาลียังไม่สามารถยกระดับโครงสร้างพื้นฐานที่ล้าหลังได้ทันท่วงที

อเล็กซานเดอร์ เซเฟริน วิจารณ์ว่า สภาพสนามในอิตาลีแย่ที่สุดในบรรดาประเทศชั้นนำของยุโรป โดยจากการตรวจสอบพบว่ามีเพียงสนาม Allianz Stadium ของ Juventus เท่านั้นที่ผ่านมาตรฐาน 

ส่วนสนามดังๆ ที่เหลือไม่ว่าจะเป็น San Siro ของ AC Milan หรือ Stadio Diego Armando Maradona ของ Napoli ต่างติดหล่มอยู่ในแผนการปรับปรุงที่ล่าช้าและเต็มไปด้วยปัญหาเชิงระบบมากมาย

อเล็กซานเดอร์ เซเฟริน ย้ำว่า “ยูโร 2032” จะเกิดขึ้นแน่นอน แต่ถ้าโครงสร้างพื้นฐานทางฟุตบอลในอิตาลีไม่พร้อม ทัวร์นาเมนต์นี้ก็จะไม่จัดที่อิตาลี โดยจากนี้อิตาลีต้องผ่านเส้นตายในเดือนตุลาคมนี้ให้ได้ อิตาลีต้องคัดเลือก 5 สนามหลักจาก 11 เมือง และโครงการก่อสร้างหรือปรับปรุงทั้งหมดต้องเริ่มลงมือภายในเดือนมีนาคม 2027

คำขู่จากยูฟ่าเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ฟุตบอลอิตาลีกำลังระส่ำระสายอย่างหนัก หลังทีมชาติอิตาลีไม่ได้ไปเตะฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกัน (2018, 2022 และ 2026) นี่ทำให้ต่อมาทั้ง กาเบรียล กราวินา ประธานสหพันธ์ฟุตบอลอิตาลี (FIGC) วัย 72 ปี กับ จันลุยจิ บุฟฟอน ตำนานผู้รักษาประตูและหัวหน้าคณะผู้แทนทีมชาติ ต่างก็ลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบ

ขณะที่ เจนนาโร กัตตูโซ อดีตกัปตันทีมชาติชุดแชมป์โลก ก็ถูกคนทั้งประเทศกดดันให้ลาออกจากตำแหน่งโค้ชทีมชาติ หลังทำงานมาได้เพียง 10 เดือน จนที่สุดตัดสินใจลาออกไปอีกคน  

วิกฤตดังกล่าวนักสื่ออิตาลีส่วนใหญ่ออกมาวิจารณ์อย่างรุนแรง แต่ขณะเดียวกันก็ยอมรับว่าชินชา เพราะผิดหวังต่อเนื่องมานานแล้ว ขณะที่ โรแบร์โต้ บาจโจ้อดีตนักเตะทีมชาติอิตาลีคนดัง ก็เคยเตือนให้ปฏิรูปวงการฟุตบอลในประเทศมาตั้งแต่ปี 2011 แล้ว

ทั้งนี้อิตาลีถือเป็นหนึ่งในประเทศชั้นนำด้านฟุตบอล โดยสามารถคว้าแชมป์มาได้ 4 สมัยคือในปี 1934, 1938, 1982 และ 2006 แต่ตลอด 20 ปีมานี้เผชิญวิกฤตหลายด้าน ทั้งปัญหานักเตะต่างชาติล้นลีกในทุกระดับ ขณะที่สโมสรส่วนใหญ่ต้องการความสำเร็จอย่างรวดเร็วจนไม่อยากเสียเวลาไปปั้นนักเตะเยาวชนชาวอิตาลี 

นอกจากนี้สนามส่วนใหญ่ก็เก่า จากสาเหตุทั้งหมดจึงทำให้ท้ายที่สุดอิตาลีไม่ได้ไปเตะฟุตบอลโลกต่อเนื่องมา 3 สมัย คือในปี 2018, 2022 และ 2026

มีการประเมินว่าความตกต่ำดังกล่าวทำให้วงการฟุตบอลอิตาลีพลาดการได้รับเงินรางวัลและค่าสปอนเซอร์รวมกว่า 34 ล้านยูโร (ประมาณ 1,250 ล้านบาท) นอกจากนี้ยังกระทบต่อ GDP ของประเทศ ทั้งจากธุรกิจร้านอาหาร สื่อโฆษณา และสินค้าลิขสิทธิ์ที่ซบเซาลงอย่างหนักในช่วงทัวร์นาเมนต์

วิกฤตฟุตบอลอิตาลีในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ผลการแข่งขันในสนาม แต่มันคือความล้มเหลวเชิงโครงสร้างที่ฉุดรั้งให้ชาติมหาอำนาจลูกหนังต้องตกต่ำลงอย่างน่าตกใจ การลาออกของผู้นำสมาคมอาจเป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ 

ดังนั้นหากอิตาลีไม่สามารถทลายกำแพงระบบราชการเพื่อปรับปรุงสนามแข่งขันให้ทันสมัยตามคำเรียกร้องของยูฟ่า และไม่สามารถออกแบบระบบการสร้างนักเตะใหม่ได้สำเร็จ พวกเขาอาจไม่ได้สูญเสียแค่สิทธิ์เจ้าภาพยูโร 2032 หรือโอกาสในการไปบอลโลกเท่านั้น แต่กำลังจะสูญเสีย “สถานะ” การเป็นศูนย์กลางฟุตบอลของโลกในระยะยาว / theguardian