เพราะเป็นอาหารที่ไม่ได้มีความจำเป็น แถมเฉลี่ยใน 1 อาทิตย์คนเราก็ไม่ได้กินขนมหวานแบบจานใหญ่ ๆ บ่อยขนาดนั้น แต่ก็น่าแปลกใจว่า เรามักจะเห็นภาพของผู้คนยืนรอคิวอยู่หน้าร้าน After You อยู่ทุกวัน ไม่ใช่แค่เสาร์-อาทิตย์ แต่กับวันธรรมดาทั่วไปคนก็ยังแน่นเช่นกัน

และแม้จะมีร้านเบเกอรี่หรือคาเฟ่ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด แต่ร้านเหล่านั้นก็มักจะมีคิวยาวในช่วงที่เป็นกระแสหรือเพิ่งเริ่มเปิดร้านใหม่ ๆ เท่านั้น (แม้จะเป็นแบรนด์ขนมของต่างประเทศก็ตามเถอะ)

เบื้องหลังของความสำเร็จนี้คืออะไร ? ทำยังไงให้ร้านดังตั้งแต่ในยุคที่ยังไม่มี Social Media ? มาหาคำตอบได้จาก พี่เม เจ้าของและผู้ก่อตั้งปั้นแบรนด์ After You ตั้งแต่ยังมีอายุเพียง 20 ต้น ๆ กันเลยดีกว่า : )

Before ‘After You’ จุดเริ่มต้นของขนมแบรนด์ดัง

ย้อนกลับไปเมื่อเกือบ 10 ปีก่อน คนไทยรู้จักร้านเบเกอรี่แต่ในรูปแบบที่เป็นเค้กสามเหลี่ยมและก็มีเครื่องดื่มให้สั่งมากินด้วยนิด ๆ หน่อย ๆ แต่พี่เมเชื่อว่าขนมที่อร่อยที่สุด คือขนมที่เพิ่งออกมาจากเตาใหม่ ๆ ทำเสร็จใหม่ ๆ ที่ยังคงมีความร้อนอยู่ หรือไม่ก็เป็นขนมที่ได้กินคู่กับไอศกรีมในตอนนั้นเลย

จนครั้งหนึ่งที่มีโอกาสได้ไปต่างประเทศ พี่เมก็เลยได้พบกับร้านขนมแบบ ‘Dessert Cafe’ ซึ่งเป็นรูปแบบที่ยังไม่มีในประเทศไทย ตอนนั้นจึงตัดสินใจว่าอยากจะเปิด Dessert Cafe ให้เร็วที่สุด ด้วยเหตุผลที่ว่ากลัวมีคนอื่นจะมาแย่งไอเดียไป

แต่เมื่อลองเอาเรื่องนี้ไปปรึกษากับที่บ้าน คุณพ่อของพี่เมกลับบอกว่าให้ไปเอาปริญญามาสักใบก่อน เพราะถ้าเกิดมันไม่ไปไม่รอดหรือดันมีเหตุการณ์อะไรขึ้นมา มันจะไปต่อไม่ได้

แม้ในตอนนั้นจะไม่ได้สนับสนุนแต่ก็ไม่ถึงกับห้าม เพราะคุณพ่อยังได้ทิ้งข้อคิดเอาไว้ว่า ‘จุดเริ่มต้นความสำเร็จของคนเรามันเริ่มมาจากความฝันนี่แหละ พอฝันเสร็จก็วาดมันออกมาให้เป็นภาพ’

….. นับจากวันนั้นไอเดียก็เริ่มกลายเป็นรูปเป็นร่าง และกลายมาเป็นร้าน After You ในอีก 10 ปีถัดมา

ด้วยความเป็นเด็ก จึงไม่มีใครเชื่อใจอยากให้เช่าพื้นที่

พอเริ่มจะเปิดร้านอย่างจริง ๆ จัง ๆ มันกลับไม่ได้ง่ายเหมือนภาพที่วาดเอาไว้ ด้วยความที่อายุเพียง 20 ต้น ๆ จะไปขอเช่าพื้นที่ ๆ ไหนก็ไม่มีใครเชื่อ บวกกับร้านแบบ Dessert Cafe ที่พูดไปในตอนนั้นก็ยังไม่มีใครรู้จัก การหาทำเลในตอนนั้นจึงเป็นอะไรที่ลำบากไม่ใช่น้อย

จนกระทั่งลูกพี่ลูกน้องของพี่เมไปเจอกับทำเลที่ J Avenue แถวทองหล่อ ซึ่งเจ้าของร้านเดิมกำลังจะยกเลิกกิจการและย้ายออก พี่เมเลยตัดสินใจขอเช่าที่ตรงนั้นต่อทันที

นับตั้งแต่ได้ที่ตรงนั้น พี่เมมีเวลาแค่ 2 เดือนกว่า ๆ ในการเซ็ตร้าน ซึ่งถือเป็นเวลาที่ค่อนข้างจำกัดอยู่พอควร โชคดีที่เคยวาดไอเดียตามที่คุณพ่อบอกเอาไว้ พี่เมก็เลยเอาความคิดในตอนนั้นมาใส่ลงไปในร้านได้ทันที

ถึงเวลาหาเมนูพระเอกของร้าน

พอจัด Layout ต่าง ๆ ในร้านเสร็จ ก็ไม่ใช่ว่าจะเปิดร้านได้เลย เพราะยังเลือกเมนูที่จะมาเป็นพระเอกของร้านไม่ได้ ที่ต้องทำแบบนี้ก็เพราะว่า เวลาคนเราจะกินอะไร เขาจะนึกออกอยู่แค่ไม่กี่อย่าง และถือเป็นการสร้างการจดจำให้กับร้านได้ด้วย

ในตอนแรกพี่เมจะให้ช็อกโกแลตลาวาเป็นพระเอกของร้าน แม้จะอร่อยมากก็จริง แต่ก็เป็นเมนูทั่ว ๆ ไปที่ใครก็เคยเห็น จนกระทั่งวันหนึ่งที่ได้ไปชิบูย่า แล้วได้เจอกับ เมนูจัมโบ้โทสต์ ก็เลยคิดว่าอันนี้แหละน่าจะใช่ แต่พอได้ลองเข้าไปกินกลับรู้สึกว่ารสชาติมันยังไม่เข้าร่องเข้ารอยเท่าที่ควร และก็คิดว่าจริง ๆ มันก็คือขนมปังทาเนยดี ๆ นี่เอง แค่มีหน้าตาที่แตกต่างออกไป

หลังจากนั้นพี่เมก็เลยเอาจัมโบ้โทสต์มาปรับรสชาติให้ถูกปากคนไทย แต่ทำเท่าไหร่ก็ไม่ถูกใจซักที พับเมนูโทสต์นี้ไป 50 กว่ารอบและอยากจะให้ช็อคลาวามาเป็นพระอกเหมือนเดิม

จนกระทั่งคุณแม่ของพี่เมไปเจอกับเนยยี่ห้อหนึ่งที่ผสมออกมาแล้วรสชาติมันใช่ สุดท้ายก็กลายมาเป็น ‘ชิบูย่า ฮันนี่โทสต์’ Signature ของร้านที่ใคร ๆ ไปก็ต้องสั่งมาทานนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

เปิดอาทิตย์แรก ลากเพื่อนมาช่วยนั่งสร้างกระแสให้ดูเหมือนคนเยอะ

ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 10 ปีก่อนที่ Social Media ยังไม่บูมเหมือนในทุกวันนี้ การจะทำให้ร้านขนมร้านเล็ก ๆ กลายเป็นที่รู้จักได้จึงเป็นอะไรที่ยากไม่ใช่น้อย

ในอาทิตย์แรกที่เปิดร้าน พี่เมเลยทำการตลาดแบบบ้าน ๆ คือดึงเพื่อนฝูงที่รู้จักให้ช่วยมานั่งที่ร้านให้เต็ม แลกกับค่าจ้างคือการให้กินขนมฟรี เพราะถ้าปล่อยให้ร้านโล่ง ๆ ไม่มีคนนั่ง มันก็แทบไม่ต่างจากร้านขายเฟอร์นิเจอร์ที่มีแต่เก้าอี้กับโต๊ะ

และด้วยความที่ร้านตั้งอยู่ตรง J Avenue ทองหล่อ ซึ่งอยู่หัวมุมถนนที่รถมักจะจอดติดไฟแดงอยู่บ่อย ๆ คนที่ผ่านไปผ่านมาแถวนั้นก็เลยเกิดความสงสัย ว่าร้านอะไรจะคนเยอะขนาดนั้น และนั่นก็นำมาสู่ความอยากรู้อยากลองไปโดยปริยาย

ซึ่งนี่เป็นแค่การตลาดของร้านในอาทิตย์แรกเท่านั้น เพราะถ้าคนที่เข้ามาต่อคิวในทุกวันนี้ไม่ใช่ลูกค้าที่เข้ามาอุดหนุนจริง ๆ After You ก็คงจะไม่เติบโตขนาดที่จะเข้าตลาดหลักทรัพย์ในอีก 1 เดือนข้างหน้าได้เป็นแน่

สาขาแรกที่เข้าห้าง ก็โดนไฟไหมทันที

ทุกธุรกิจล้วนมีอุปสรรค กับ After You ก็เช่นกัน เนื่องจากธุรกิจที่บ้านเคยไม่ประสบความสำเร็จกับการเข้าห้างมาครั้งหนึ่ง บวกกับกฏเกณฑ์ต่าง ๆ ของห้างที่ค่อนข้างเข้มงวด พี่เมเลยมีความรู้สึกกลัวห้างอยู่ไม่ใช่น้อย แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจเปิด After You สาขาที่ 3 และ เป็นสาขาแรกที่ขึ้นห้างใน Central World

พอเปิดไปได้ 40 วัน……. ไฟไหม้ทันที

จากเหตุการณ์เผาบ้านเผาเมืองในตอนนั้น ทำให้ร้าน After You ได้รับผลกระทบไปด้วย พอกลับมาดูที่ร้าน คือแทบไม่เหลืออะไรเลย ดำมอดไปหมด

แต่ด้วยความเป็นคนใจสู้ พี่เมก็เลยค่อย ๆ ปรับตัวตามสถานการณ์และก็นำพาร้านมาสู่จุดความสำเร็จแบบทุกวันนี้

เด็กรุ่นใหม่มีไอเดียอะไร ให้รีบลงมือทำ แต่อย่าให้เกินตัว

ความสำเร็จในมุมมองของพี่เม คือถ้ามีไอเดียอะไรให้ลงมือทำทันที อย่าเพิ่งไปคิดว่าอันไหนดี อันไหนไม่ดี เพราะสุดท้ายถ้าได้ลองเราก็จะได้รู้คำตอบที่เหมาะกับเรามากที่สุด

แต่ถึงอย่างนั้นพี่เมก็บอกว่า อย่าทำอะไรที่เกินตัวจนเกินไป เช่นกู้หนี้ยืมสินมา ยกเว้นแต่ว่าจะเห็นโอกาสในการไปต่อจริง ๆ เมื่อมั่นใจค่อยขยายสเกลในตอนนั้นก็ยังไม่สาย

ขอบคุณภาพ : IG : @mayafteryou l Facebook : After You



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer