เดอะมอลล์โฉมใหม่ขนแบรนด์ดังจับลูกค้ากำลังซื้อสูง ทุ่มพันล้านให้เเกรนด์โอเพนนิ่งในสองย่านโดยเฉพาะ พร้อมอัปเดตโฉมใหม่ M Life store บางกะปิ
การ Rebranding ครั้งใหม่ของศูนย์การค้าเดอะมอลล์บางกะปิ-บางเเค สองศูนย์การค้าที่เปิดตัวพร้อมกันเมื่อ 30 ปีก่อน เป็นสาขาใหญ่อันดับหนึ่งเเละสองของเดอะมอลล์ การรีเเบรนด์ใหม่ภายใต้ชื่อ ‘M Life store’ เพื่อยกระดับสู่ A Happy Place To Live life
ทั้งสองคือย่านการค้าฝั่งตะวันตก-ตะวันออก ที่นับได้ว่ามีการแข่งขันของศูนย์การค้าสูง เนื่องจากมีประชากรอาศัยอยู่หนาเเน่นทั้งชาวไทยเเละต่างชาติ แวดล้อมด้วยสถานศึกษา University town แทรฟฟิกการเข้าใช้บริการศูนย์การค้าทั้งสองย่านจึงคึกคักเป็นพิเศษ
ประกอบกับในช่วงที่ผ่านมา การขยายตัวของเมือง การมาถึงของรถไฟฟ้าหลายสาย ทำให้การเดินทางสะดวกยิ่งขึ้น เพิ่มโอกาสในการเข้าใช้บริการของลูกค้าสัญจรมากขึ้นอีก เดอะมอลล์จึงวาง Positioning ใหม่ เป็น “Capital of Life Wonders มหานครแห่งใหม่“
วรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า โดยปกติการเข้าใช้บริการของลูกค้า 70% คือขาประจำที่เเวะเวียนเข้ามาใช้บริการศูนย์การค้าอย่างน้อยเดือนละสองครั้ง เเต่เมื่อเกิดการขยายตัวของเมือง มีโครงการที่อยู่อาศัยพัฒนาขึ้นใหม่มากมาย ประกอบกับการคมนาคมที่สะดวกสบายขึ้น กลุ่มลูกค้าอาจไม่ได้วัดตามเดิมในระยะรัศมี 5-10 กิโลเมตรอีกต่อไป ซึ่งการรีโนเวตและเปิดแบรนด์ใหม่เอ็มไลฟ์สโตร์ เพื่อขยายฐานลูกค้า ดึงลูกค้าขาจร 30% ให้เลือกเดินทางมาใช้บริการ
ก่อนการรีโนเวตยอดแทรฟฟิกของทั้งสาขาบางกะปิเเละบางเเค รวมอยู่ที่ 40 ล้านคนต่อปี เเต่หลังการเปิดให้บริการโฉมใหม่ คาดการณ์แทรฟฟิกเพิ่มเป็น 50 ล้านคนต่อปี เฉพาะสาขาบางกะปิอยู่ที่ 28-30 ล้านคนต่อปี ในเเต่ละวันจะมีผู้เข้าใช้บริการราว 70,000-100,000 ต่อวัน
ในปัจจุบันเมื่อวิเคราะห์จาก Journey เทรนด์ เเละเซกเมนต์ของลูกค้าเเล้ว ด้วยปริมาณลูกค้าที่เข้าใช้บริการจำนวนมหาศาลในเเต่ละวัน มีทุกเจเนอเรชัน กลายเป็นโจทย์ว่า ไลฟ์สโตร์โฉมใหม่นี้ต้องมีเเม่เหล็กดึงดูดลูกค้าทุกช่วงวัย ครอบคลุมทุกกลุ่ม เพื่อให้ผู้ใช้บริการใช้เวลากับศูนย์การค้าให้ได้มากที่สุด
ไม่เพียงเท่านั้น การขยายตัวของเมือง โครงการที่อยู่อาศัยผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด ส่งผลให้จากเดิมที่ลูกค้าของเดอะมอลล์ คือ ระดับ C+ ถึง B อาจต้องขยับขึ้นไปหา B+ ถึง A- กลุ่มกำลังซื้อสูง ทำให้การเปิดเอ็มไลฟ์สไตล์จำต้องดึงเเบรนด์ดังมากมาย มาสร้างแม็กเน็ตจับกลุ่มลูกค้าระดับบน
5 ข้อที่ต้องห้ามพลาดในการมาเยือน เอ็มไลฟ์สโตร์ บางกะปิ-บางเเค
1. JAPAN JOY เอ็มไลฟ์สไตล์มหานครแห่งใหม่นี้ ถือได้ว่าเป็น Hub of Japan ยกเมกาเเบรนด์ดังจากญี่ปุ่นมาตั้งบางกะปิ กับครั้งแรกของ Don Don Donki สาขาใหญ่ที่สุดในไทย พร้อมนำเสนอไฮไลท์ใหม่ คือ โซนจำหน่ายอาหารแบบยะไต (ร้านเเผงลอยสไตล์ญี่ปุ่น) และ NITORI แบรนด์เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ภายใต้เเนวคิดการใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่าบนราคาที่จับต้องได้
2. DINING DESTINATION จุดหมายปลายทางของนักชิม รวบรวมอาณาจักรร้านอาหาร อาทิ Four season, ทองสมิทธ์, SAEMAEUL, Sushiro, Yuzu Ramen, Hasul Korea, HONGDAE Buffet, Pacamara, SOL Coffee ฯลฯ ตลอดจนครั้งเเรกของป๊อปอัป ‘เต่าบิน คาเฟ่’
3. ENTERTAINMENT เปิดประสบการณ์เอนเตอร์เทนเมนต์ กับ Bangkapi Cineplex โดย MAJOR Cineplex Group ที่IMAX ลงทุนเครื่องฉายรุ่นใหม่ RGB ครบทุกโรงภาพยนตร์ รวมถึงโรงภาพยนตร์จอยักษ์ พร้อมด้วยเทคโนโลยี IMAX With Laser ระบบการฉายภาพเลเซอร์ 4K เจเนอเรชันใหม่ ความคมชัดสูง สมจริงเท่าที่เคยมีมาบนจอภาพยนตร์
และ SF Cinema บางเเค ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘Entertainment Scenario’ ระบบฉาย Sony Digital Cinema 4K เปิดประสบการณ์ในการรับชมภาพยนตร์ในย่าน
4. EXCITEMENT Mega Harborland ประสบการณ์สนามเด็กเล่นขนาดใหญ่ ที่ผู้ใหญ่สามารถใช้บริการกับบุตรหลานได้ บนพื้นที่กว่า 12,000 ตารางเมตร พร้อมเครื่องเล่นในธีม ‘Aqua World’ ครอบคลุมทั้งพื้นที่ในร่มและกลางแจ้ง
และไฮไลท์อยู่ที่ “Harbor Island” สวนน้ำกลางเเจ้งขนาดใหญ่มาตรฐานยุโรป แบ่งโซนเครื่องเล่นออกได้เป็น หอคอยสไลด์ลอยฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย สไลด์ยักษ์ 18 ชนิด พร้อมเปิดให้บริการต้นปี 2567
5. COMPLEAT EVERY GENERATION ตอบโจทย์ทุกเจเนอเรชัน ไม่ว่าจะเป็นเด็ก วัยรุ่น วัยเรียน วัยทำงาน ทุกคนสามารถใช้เวลาในโซนของตนเองได้ ด้วยการขนทัพพันธมิตรธุรกิจ 2,000 เเบรนด์สินค้า Fashion, Beauty, Lifestyle, Entertainment, Food & Dining, Digital & Technology, Health & Wellness
สำหรับย่านบางกะปิ ไม่ใช่เพียงเดอะมอลล์เท่านั้นที่ประกาศรีโนเวตศูนย์การค้า ห้างร้านอื่น ๆ ในบริเวณเดียวกันนี้ ต่างก็ปรับปรุงรีโนเวตพื้นที่ภายในห้าง เพื่อแย่งชิงขยายฐานลูกค้าใหม่เช่นกัน ซึ่งเเต่ละเเห่งต่างก็มีฐานลูกค้าที่เเข็งแกร่งของตนเอง
ในอดีตจุดอ่อนอย่างหนึ่ง อย่างเดอะมอลล์บางกะปิ คือ ศูนย์การค้าดูเป็นผู้หญิงเกินไป เดิมเดอะมอลล์บางกะปิเเข็งเเกร่งด้านบิวตี้ เนื่องจากผู้หญิงเป็นกลุ่มลูกค้าสัดส่วนใหญ่ เเละแบรนด์สินค้าเป็นทาร์เกตเพศหญิง มีแบรนด์ของเพศชายน้อยกว่ามาก จำเป็นต้องปรับสมดุลพาเเบรนด์ของคุณผู้ชายมาให้บริการมากขึ้น
ด้านเดอะมอลล์บางเเค เเม้ความหนาเเน่นของประชากรบางเเคจะน้อยกว่าบางกะปิ 30% ตลอดจนความถี่ของการเข้าใช้บริการก็น้อยกว่า แทรฟฟิกอยู่ที่ 60,000 70,000 คนต่อวัน
เเต่กำลังซื้อกลับมีมากกว่า เเละเป็นกลุ่มลูกค้าครอบครัวเสียส่วนใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในย่านบางเเคจะมีครอบครัวนักธุรกิจไทยเชื้อสายจีนมากเป็นพิเศษ ขณะที่บางกะปิเป็นลูกค้าคนรุ่นใหม่วัยรุ่นวัยทำงาน อายุ 20-40 ปี ซึ่งยอดการใช้จ่ายครั้งหนึ่งของบางเเคอยู่ในระดับสูง อ้างอิงได้จาก gourmet market ของสาขาบางเเค ยอดการใช้จ่ายต่อบิลสูงสุดจากทุกสาขา
อย่างไรก็ดี คุณวรลักษณ์เผยว่า พฤติกรรมลูกค้าไม่ได้เข้าใช้บริการเพียงศูนย์การค้าเดียว เเต่จะเปลี่ยนไปตามวาระโอกาส เเละการประชันธุรกิจในรูปโฉมใหม่ ๆ ในทั้งสองฝั่งนี้ก็อาจช่วยสร้างสีสันความคึกคักให้ธุรกิจศูนย์การค้าย่านบางกะปิ-บางเเคได้อย่างดี
ในการวางเเผน Grand Opening เเละ Festive ของทั้งสองสาขา เดอะมอลล์ทุ่มงบ 1,000 ล้านบาท ลุยสร้างการรับรู้ทุกช่องทางทั้งออนไลน์เเละออฟไลน์ พร้อมขนทัพอัดอีเวนต์เพิ่มเท่าตัว 600 อีเวนต์ (ปีนี้ 200 อีเวนต์) ในปี 2024
–









