กำลังเป็นกระแสสำหรับ swensen’s 101 Flavor ป๊อปอัปสโตร์ที่ขายไอศกรีม 101 รสชาติ รวมรสหายากและที่อยากให้มีของไอศกรีมแบรนด์สเวนเซ่นส์ กับระยะเวลาการขายเพียง 3 เดือน (21 พ.ย. 66 – 18 ก.พ. 67) ที่ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ

การเปิดป๊อปอัปสโตร์ที่มีระยะเวลาการขายเพียง 3 เดือน จะคุ้มกับเม็ดเงินโฆษณาและการทำ R&D ไอศกรีมทั้ง 101 รสชาติหรือไม่ งานนี้ swensen’s ได้อะไร แล้วทำไมต้องเป็น 101 รส เรามาค้นหาคำตอบไปพร้อม ๆ กัน

การที่อยู่ในตลาดมานานกว่า 37 ปี และมีสาขามากถึง 330 สาขา ทิ้งห่างคู่แข่งไปหลายเท่าตัวทำให้ความท้าทายของ ‘สเวนเซ่นส์’ ไม่ใช่การแข่งขันในตลาด หากแต่เป็นเทรนด์ความต้องการของผู้บริโภค และการสร้างการเติบโตให้ตลาด

สเวนเซ่นส์ ในฐานะผู้นำจึงต้องสร้างมูฟเมนต์ใหม่ ๆ ให้ตลาดอย่างต่อเนื่อง และในฐานะแบรนด์เองก็ต้องทำ Branding อย่างสม่ำเสมอเช่นกัน

แล้วจะสร้างแบรนด์อย่างไรให้มีอิมแพคมากที่สุด?
.
เล่าให้ฟังก่อนว่า 101 Flavor ไม่ใช่แคมเปญแรกในการสร้าง Movement ใหม่ให้ตลาด ที่ผ่านมาสเวนเซ่นส์มีโปรเจกต์ Experiential Concept Store ถึง 4 แคมเปญด้วยกัน

ตั้งแต่ Sweet Aholic By Swensen’s ในปี 2020, Swensen’s Craft Bar ช่วงเดือนตุลาคมปี 2021, Swensen’s Cake Carnival ช่วงเดือนพฤศจิกายนปี 2021 และ SIP By Swensen’s เมื่อเดือนพฤษภาคม 2023

ล่าสุดกับ Swensen’s 101 Flavor ป๊อปอัปสโตร์ที่ขายเฉพาะไอศกรีม 101 รสชาติ ซึ่งเยอะที่สุดในโลก ในรูปแบบสกู๊ป กับระยะเวลาการขายเพียง 3 เดือนอย่างที่กล่าวไปในข้างต้น

ที่มาของ Swensen’s 101 Flavor อนุพนธ์ นิธิยานันท์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท สเวนเซ่นส์ (ไทย) จำกัด บอกว่า เป็นการสร้างความผูกพันระหว่างแบรนด์กับลูกค้า (Emotional Branding) และตอกย้ำการเป็น Specialist ตลาดไอศกรีมในประเทศไทยของสเวนเซ่นส์

ถามว่าสเวนเซ่นส์ได้อิมแพคอย่างไรในการเปิดป๊อปอัปครั้งนี้ เราลองมาไล่เป็นข้อ ๆ

1. สร้างแบรนด์สเวนเซ่นส์ให้อยู่ในกระแสอย่างต่อเนื่อง

นอกจากการเปิดตัวเมนูหรือรสชาติใหม่  ๆ แล้ว การสร้างประสบการณ์ (Experience) ที่เกินความคาดหวังของลูกค้า งานนี้สเวนเซ่นส์สามารถขยายฐานลูกค้าใหม่ไปพร้อม ๆ กับสร้าง Loyalty ให้กับลูกค้าเก่าด้วยเช่นกัน

อีกทั้งระยะเวลาและการผลิตที่จำกัด (ทุกรสชาติผลิตมาในจำนวนจำกัด หมดแล้วหมดเลย) ก็ยิ่งช่วยสร้างแรงจูงใจ กระตุ้นความอยากของกลุ่มลูกค้าได้เป็นอย่างดี

2. ตอกย้ำการเป็นผู้นำด้าน Flavor uniqueness

เนื่องด้วยเมนู ‘ซันเด’ ที่เป็นไอคอนิกของแบรนด์ ทำให้ผู้คนเริ่มจะหลงลืมว่า สเวนเซ่นส์เองก็เป็น Specialist ด้านรสชาติ ที่ผลิตไอศกรีมมาแล้วกว่า 1,000 รส และมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ด้วยเช่นกัน

ดังนั้น Swensen’s 101 Flavor จะมาช่วยปิดช่องโหว่ตรงนี้ ไปพร้อม ๆ กับการตอกย้ำด้านนวัตกรรมการผลิตของสเวนเซ่นส์เอง

3. ได้ทำ Market Research และหา Business Model ใหม่ไปในตัว

ปัจจุบันไอศกรีมหลักในร้านสเวนเซ่นส์มี 24 รสด้วยกัน ซึ่งมีการเพิ่มและเปลี่ยนไปตามเทรนด์ โดยลูกค้าเองก็มีการเรียกร้องให้นำไอศกรีมรสชาติเก่า ๆ กลับมา ซึ่ง Swensen’s 101 Flavor เป็นการรวบรวมไอศกรีมรสชาติเก่า รสชาติใหม่ที่เพิ่มนวัตกรรมเข้าไปทั้ง 7 กลุ่มมาตอบโจทย์นี้ ขณะเดียวกันก็เป็นการสำรวจไปในตัวว่ารสชาติไหนได้รับความนิยมมากที่สุด เพื่อนำไปพัฒนาต่อยอดเป็นรสชาติหลักในอนาคต

ในมุมการตลาดแคมเปญ Swensen’s 101 Flavor รวมถึง Experiential Concept Store ทั้ง 4 แคมเปญ ของสเวนเซ่นส์ เป็นทั้งการสร้าง Movement ให้ตลาดไอศกรีม, การสร้างแบรนด์, การทำ Market Research และที่สำคัญเป็นการหา Business Model ใหม่ไปในตัว

สรุป ในมุมของยอดขาย Swensen’s 101 Flavor อาจไม่ได้สร้างรายได้ในจุดที่คุ้มทุนให้กับสเวนเซ่นส์ แต่ที่แน่ ๆ คือ สามารถสร้างแบรนด์ให้ ‘สเวนเซ่นส์’ ทัชใจลูกค้ามากขึ้น

อีกหนึ่งกลยุทธ์การตลาดที่น่าสนใจ ยิงแคมเปญเดียวได้ผลลัพธ์ตั้งหลายด้าน

 

 


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer