ที่ผ่านมา “คาเฟ่ อเมซอน” มุ่งมั่นขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้แนวคิด BCG (Bio-Circular-Green Economy) ที่มุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตลอดห่วงโซ่การดำเนินธุรกิจ ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ พร้อมมุ่งสร้างการเติบโตร่วมกันกับสังคม ชุมชน รวมถึงผู้ขาดโอกาสในสังคมมากมายมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน

ภาพสะท้อนให้เห็นชัดเจน คือการนำเสนอแคมเปญ #กาแฟที่แฟร์กับคนทั้งโลก” ที่กล้าเปิด “ความจริง” ในอีกมิติ โดยเฉพาะในเรื่องของการดำเนินการและเป้าหมายด้านความยั่งยืน ที่ถ่ายทอดเรื่องราวความ “แฟร์” ของแบรนด์ผ่านการนำเสนอเรื่องราวหลากหลายแง่มุม

เผยให้เห็นความมุ่งมั่นและการ “ลงมือทำ” ตามโมเดลธุรกิจ BCG Economy ตั้งแต่บริหารจัดการอุปกรณ์ของใช้ (Supplies Used) ภายในร้าน ไม่ว่าจะเป็นการใช้แก้วร้อน Amazon Bio Cup เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้ได้มากที่สุด ตลอดจนการปรับปรุงกระบวนการทำงานตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ

ต้องบอกว่า #กาแฟที่แฟร์กับคนทั้งโลก เป็นแคมเปญที่นำเสนอ Brand Storytelling ของคาเฟ่ อเมซอน ทั้งในรูปแบบภาพยนตร์โฆษณาและภาพโฆษณาได้อย่างน่าสนใจ โดยเฉพาะความ Realistic ที่เจาะเข้าถึงอินไซต์ของผู้ได้รับชม โดยถ่ายทอดทั้งในเชิงของความ “เชื่อในคุณค่าที่มีอยู่ในตัวเองของทุกคน” ที่คาเฟ่ อเมซอนให้ความสำคัญกับคุณค่าของผู้คนผ่านการสร้างโอกาส สร้างงาน สร้างอาชีพ การให้ความรู้เพื่อเพิ่มคุณค่ากับผู้คน รวมทั้งเพิ่มมูลค่าผลผลิตมาโดยตลอด และยังส่งต่อแมสเสจให้คนเข้าใจถึงความเชื่อที่ว่า “กาแฟที่ดีที่สุด คือ กาแฟที่แฟร์กับโลกและผู้คนได้อย่างชัดเจน

อย่างภาพโฆษณา Key Visual ที่เปิดเผยให้เห็นความกล้าที่จะถ่ายทอดความจริงแบบ Realistic อย่าง การนำแก้วที่ย่อยสลายจนเห็นไส้เดือน มาเป็นภาพโฆษณาเพื่อยืนยันความจริงที่แบรนด์ทำแบบ “ไม่ห่วงสวย”  หรือการออกแบบภาพที่บ่งบอกถึง การนำขวดพลาสติกมาผ่านกระบวนการ Upcycling เป็นเส้นใยที่ถูกถักทอเป็นเสื้อบาริสต้าของคาเฟ่ อเมซอน ก็ทำให้คนดูรู้สึกถึงใจความสำคัญที่สะท้อนเรื่องราวของแบรนด์ผ่านภาพได้อย่างชัดเจน แต่สิ่งที่น่าสนใจมากกว่าภาพโฆษณาที่ดึงดูดใจ ก็คือ การที่แบรนด์กำลัง บอกสถิติแก่ผู้คนผ่านภาพ เพื่อสะท้อนให้เห็นว่าเสื้อบาริสต้าของคาเฟ่ อเมซอนทุกตัวที่เราเห็นกันอยู่ทุกวัน จริง ๆ แล้วทำมาจากขวดน้ำพลาสติกและแก้วพลาสติกใช้แล้ว สะท้อนให้เห็นถึงการเป็นแบรนด์ที่ใส่ใจทุกรายละเอียดที่จะแฟร์กับโลกนี้จริง ๆ

ในส่วนของภาพยนตร์โฆษณาก็มีความแปลกใหม่ตั้งแต่การกำหนดแนวคิดโดยใช้ “พ่อกระดาษ” จากจินตนาการของลูก เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวของครอบครัวที่ลูกถูกพรากพ่อด้วยความจำเป็นที่ต้องจากบ้านไปหาเงินเลี้ยงครอบครัว พ่อที่ถูกพรากความมั่นใจในการเลี้ยงดูครอบครัวเพราะงานไม่เป็นดังที่หวัง ทำให้พวกเขารู้สึกว่า “โลกนี้ไม่เคยแฟร์กับเขา” กระทั่งผู้เป็นพ่อกลับมาเจอเพื่อนเก่าอย่างคาเฟ่ อเมซอน ที่เป็นแรงบันดาลใจให้เขาหันมาปลูกกาแฟเพื่อเลี้ยงครอบครัว จนเขาได้รู้จักความหมายของ “กาแฟที่แฟร์กับคนทั้งโลก”

ซึ่งภาพยนตร์และภาพโฆษณาสามารถสะท้อนให้เห็นการขับเคลื่อนธุรกิจของคาเฟ่ อเมซอน ที่แฟร์กับทุกคนทุกส่วนที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ต้นน้ำ-กลางน้ำ-ปลายน้ำ ไปจนถึงการแฟร์กับธรรมชาติได้อย่างน่าสนใจ ด้วยรูปแบบที่แตกต่าง ดึงดูดใจ และสร้างความประทับใจปนประหลาดใจในความกล้าที่จะถ่ายทอดความจริงแบบจริงใจโดยไม่ห่วงภาพลักษณ์ เพื่อยืนยันถึงสิ่งที่แบรนด์ทำอยู่จริง

เล่าเรื่องราวการร่วมกันสร้างโอกาสให้กับผู้คนและโลกใบนี้  เพื่อยืนยันความเชื่อที่ว่ากาแฟสามารถสร้างสิ่งมหัศจรรย์ให้เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ได้ และย้ำให้เห็นอีกครั้งว่า “กาแฟที่ดีที่สุด คือกาแฟที่แฟร์กับโลกและผู้คน”

และทั้งหมดเป็นการตอกย้ำให้เห็นภาพการดำเนินธุรกิจของ “คาเฟ่ อเมซอน” ในทุกแง่มุม ทั้งการมุ่งเน้นสร้างโอกาสให้กับเกษตรกรและผู้ขาดโอกาสในสังคมกลุ่มต่าง ๆ เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน ไปจนถึงการมุ่งสร้างสิ่งแวดล้อมที่อุดมสมบูรณ์ ได้อย่างสมบูรณ์

และนี่ก็คือความ “เรียล” ในแบบฉบับ “คาเฟ่ อเมซอน” กาแฟที่แฟร์กับคนทั้งโลก

 


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer