ลอรีอัลแถลงผลประกอบการทำผลงานดีเยี่ยมเป็นประวัติการณ์ในปี 2566 เติบโตในอัตราเลขสองหลักเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน และเป็นอีกปีที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่นเหนือคู่แข่งในตลาด

นายนิโคลา ฮิโรนิมุส (Nicolas Hieronimus) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของลอรีอัล กล่าวถึงตัวเลขผลประกอบการดังกล่าวว่า “ปี 2566 ถือเป็นปีที่ลอรีอัล กรุ๊ป ประสบความสำเร็จอย่างมาก ด้วยพลังความคิดสร้างสรรค์ จิตวิญญาณในการเป็นผู้ประกอบการ และความมุ่งมั่นตั้งใจของทีมงาน เป็นสิ่งที่ทำให้เราสามารถเติบโตได้ในอัตราเลขสองหลักเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน 1 โดยบริษัทยังคงทำผลงานได้อย่างโดดเด่นเหนือคู่แข่งในตลาดความงามที่ไม่เคยหยุดนิ่ง ในสภาพแวดล้อมที่มีความท้าทาย ไม่ว่าจะด้วยความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ แรงกดดันด้านเงินเฟ้อ และตลาดความงามที่ซบเซาของจีน เราก็ยังสามารถทำสถิติการเติบโตได้ดีที่สุด1 ในรอบกว่า 20 ปี (ไม่นับรวมปี 2564) การเติบโตเช่นนี้พิสูจน์ให้เห็นถึงพลังของโมเดลแบบหลายขั้วของเราได้อย่างชัดเจน และผมรู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่เราสามารถเติบโตในตลาดเกิดใหม่ได้อย่างรวดเร็วและเข้มแข็ง เมื่อเราเดินหน้าต่อไปในปี 2567 เรายังคงมองว่าตลาดความงามมีแนวโน้มสดใส และมั่นใจในศักยภาพการทำงานที่โดดเด่นเหนือคู่แข่ง พร้อมที่จะผลักดันยอดขายและกำไรให้เติบโตต่อไปอีกปี ลอรีอัลมองไปยังอนาคต เพื่อทำให้โลกแห่งอนาคตมีบิวตี้เทค (Beauty Tech) เป็นแกนหลัก โดยบิวตี้เทคจะเข้ามากำหนดทิศทางอุตสาหกรรมของเรา และเปิดโอกาสให้เราเสริมสร้างความเป็นผู้นำต่อไป ด้วยการช่วยให้เรารู้จักผู้บริโภคดียิ่งขึ้น เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่ยั่งยืนและผลลัพธ์ที่ดีกว่าเดิม อีกทั้งยังทำให้เราดำเนินงานได้อย่างเฉียบคมมากยิ่งขึ้น”
สรุปยอดขายในปี 2566 ลอรีอัล กรุ๊ปมียอดขายมีมูลค่ารวม 4.118 หมื่นล้านยูโร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2566 เพิ่มขึ้น 11.0% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว และเพิ่มขึ้น 7.6% ตามที่ได้มีการรายงาน
ในด้านความยั่งยืน ลอรีอัล กรุ๊ปได้จัดตั้งกองทุนฉุกเฉินด้านสภาพภูมิอากาศของลอรีอัล มูลค่า 15 ล้านยูโร เพื่อช่วยเหลือชุมชนที่เปราะบางในการเตรียมความพร้อมและฟื้นฟูจากภัยพิบัติด้านสภาพภูมิอากาศ นอกจากนี้ยังคงเป็นผู้นำด้านความยั่งยืน โดยลอรีอัลเป็นเพียงบริษัทหนึ่งเดียวของโลกที่ได้รับสกอร์ ‘AAA’ จากซีดีพี เป็นเวลา 8 ปีติดต่อกัน และยังได้รับเหรียญแพลทินัมจากอีโควาดิส ซึ่งจัดอันดับให้ลอรีอัลติดอันดับบริษัทที่ยอดเยี่ยมที่สุด 1% ของโลกในแง่ผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม
สรุปผลการดำเนินงานตามแผนก
แผนกผลิตภัณฑ์ช่างผมมืออาชีพเติบโตอย่างแข็งแกร่งถึง 7.6%1
แผนกนี้ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นในตลาดความงามสำหรับมืออาชีพ โดยได้รับแรงหนุนจากการใช้กลยุทธ์ที่พุ่งเป้าไปยังผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม รวมทั้งการเสริมความแข็งแกร่งให้กับช่องทางการขายสินค้าหลากหลายช่องทาง (Omni-channel) และความสามารถในการครอบครองตลาดใหม่ ๆ
แผนกผลิตภัณฑ์อุปโภคเติบโตมากที่สุดในรอบกว่า 30 ปี โดยทะยานขึ้นถึง 12.6%1
แผนกนี้สามารถทำผลงานได้เหนือกว่าคู่แข่งในตลาดแมส (Mass Market) ที่ไม่เคยหยุดนิ่ง และยังคงเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งทะลุหลัก 1.5 หมื่นล้านยูโร โดยตลอดทั้งปีที่ผ่านมา แผนกธุรกิจผลิตภัณฑ์อุปโภคเติบโตทั้งในแง่ปริมาณและมูลค่า ด้วยการใช้กลยุทธ์ในการยกระดับการเข้าถึงผู้บริโภคและการพัฒนาสินค้าให้อยู่ในระดับพรีเมียม แบรนด์หลักทั้ง 4 แบรนด์เติบโตในอัตราเลขสองหลัก โดยที่ลอรีอัล ปารีส (L’Oréal Paris) สามารถทำยอดขายได้สูงกว่า 7 พันล้านยูโร
แผนกผลิตภัณฑ์ความงามชั้นสูงมีการเติบโตที่ระดับ 4.5%1 และก้าวขึ้นเป็นอันดับหนึ่งของโลกในด้านความงามชั้นสูง
หากไม่นับรวมภูมิภาคเอเชียเหนือ ซึ่งได้รับผลกระทบจากธุรกิจค้าปลีกสินค้าปลอดอากร (Travel Retail) ที่เปลี่ยนแปลงไป และตลาดความงามที่ซบเซาของจีนแผ่นดินใหญ่แล้ว แผนกผลิตภัณฑ์ความงามชั้นสูงของลอรีอัลมีการเติบโตในอัตราเลขสองหลัก โดยได้รับแรงหนุนจากการลงทุนอย่างต่อเนื่องในแบรนด์ต่าง ๆ ที่ส่งเสริมซึ่งกันและกัน รวมถึงกลยุทธ์ช่องทางการขายสินค้าหลากหลายช่องทาง แผนกผลิตภัณฑ์ความงามชั้นสูงของลอรีอัลได้ก้าวขึ้นเป็นผู้นำระดับโลกในด้านความงามชั้นสูง ด้วยแรงผลักดันที่แข็งแกร่งจากทั้งในตลาดที่พัฒนาแล้วและตลาดเกิดใหม่ รวมถึงผลการดำเนินงานที่โดดเด่นในประเทศจีน
แผนกผลิตภัณฑ์เวชสำอางเติบโตอย่างโดดเด่นที่ระดับ 28.4%1
แผนกผลิตภัณฑ์เวชสำอางยังคงมีความแข็งแกร่ง โดยเติบโตเร็วเป็นสองเท่าของตลาดเวชสำอางที่คึกคัก และมีการเติบโตในอัตราเลขสองหลักเป็นปีที่ 6 ติดต่อกัน ส่งผลให้ยอดขายเพิ่มสูงขึ้นกว่าสองเท่าภายในระยะเวลาเพียงสามปี โดยได้รับแรงหนุนจากแบรนด์ต่าง ๆ ที่ส่งเสริมซึ่งกันและกัน ตลอดจนช่องทางจำหน่ายทั้งออนไลน์และออฟไลน์ที่ครอบคลุม และความเป็นผู้นำอย่างยาวนานด้านผลิตภัณฑ์ที่สั่งจ่ายโดยแพทย์


