สยามพิวรรธน์ อีกก้าวที่ไกลกว่า เตรียมตัวเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ และบุกตลาดโลก
สยามพารากอน ไอคอนสยาม และอีกหลายโครงการของสยามพิวรรธน์ ที่วันนี้ได้กลายเป็นจุดหมายปลายทางหนึ่งที่นักท่องเที่ยวจากต่างชาติต้องเข้ามาเยี่ยมเยือน
รวมทั้งชื่อเสียงในการได้รับรางวัลในสาขาต่าง ๆ จากเวทีชั้นนำของโลก
ทำให้หลังจากวิกฤตโควิด-19 ผ่านพ้นไปบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำระดับต้น ๆ จากหลายประเทศได้เข้ามาติดต่อเพื่อให้ไปร่วมลงทุนสร้างโครงการที่เป็นแลนด์มาร์กในประเทศต่าง ๆ
บริษัทฯ จึงได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี ซึ่งนอกจากจะมีแผนการลงทุนภายในประเทศแล้ว ยังศึกษาการขยายธุรกิจไปต่างประเทศด้วย โดยอาจจะเริ่มในภูมิภาคเอเชียก่อน
และเพื่อรองรับแผนยุทธศาสตร์และการขยายธุรกิจระยะยาว บริษัทฯ จึงได้ลงนามแต่งตั้งบริษัท หลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) และบริษัท หลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ตั้งแต่ปี 2566 ที่ผ่านมา เพื่อให้เป็นที่ปรึกษาทางการเงินเพื่อช่วยปรับโครงสร้างและวางแผนทางการเงิน ศึกษาเรื่องการระดมทุนที่เหมาะสม รวมทั้งความเป็นไปได้ในการเตรียมนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในอนาคต
ซึ่งในปัจจุบันกำลังเร่งศึกษา และดูในรายละเอียดต่าง ๆ
ตัวเลขจากสยามพิวรรธน์ระบุว่าประมาณการผู้มาใช้บริการในสยามพิวรรธน์กรุ๊ปทั้งคนไทยและต่างชาติมีจำนวน 110 ล้านคนในปี 2566 ที่ผ่านมา
อะไรคือวิธีคิดบนความท้าทายผ่านตำราการตลาดใหม่ ๆ ในยุคดิจิทัล ที่ผลักดันให้ปฏิวัติวงการเพื่อให้เกิดปรากฏการณ์ใหม่ ๆ ขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า
65 ปีของการเป็นผู้สร้าง “ตำนานบทใหม่” อย่างต่อเนื่อง
ย้อนอดีตกลับไปในปี 2502 เป็นจุดเริ่มต้นของสยามพิวรรธน์ที่ “กล้า” ทำสิ่งที่แตกต่าง ด้วยการพลิกฟื้นสวนผลไม้ริมถนนพระราม1 ในเนื้อที่ประมาณ 71 ไร่มาสร้างโรงแรมสยามอินเตอร์คอนติเนนตัล โรงแรม 5 ดาวแห่งแรกของไทย
ปี 2516 สยามเซ็นเตอร์ ศูนย์การค้าแห่งแรกที่เป็นศูนย์กลางของไอเดียที่ล้ำเทรนด์ ภายใต้การบริหารของสยามพิวรรธน์ก็เกิดขึ้น
เวลาล่วงเลยมานานถึง 50 ปี แต่สยามเซ็นเตอร์ก็ไม่เคยปล่อยให้ตัวเองสูงวัยและล้าหลังไปตามกาลเวลา แต่ยังเป็นTrend Setter และศูนย์กลางการใช้ชีวิตของวัยรุ่นทุกยุคสมัย
ปี 2540 เปิดตัว โครงการ Siam Discovery ซึ่งเป็นการผสมผสานศูนย์การค้าและสำนักงานร่วมกันเป็น “ครั้งแรก” ในเมืองไทย
ต่อมามีการปรับโฉมสยามดิสคัฟเวอรี่ ดิเอ็กซ์พลอราทอเรียม ให้กลายเป็นจุดหมายปลายทางรูปแบบไฮบริดรีเทล เพื่อตอบรับกับผู้บริโภคกลุ่ม Millennials ที่มีแนวคิดแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
ปี 2545 Turning Point ครั้งสำคัญของสยามพิวรรธน์ก็เกิดขึ้น เมื่อโครงการสยามพารากอนได้ออกมาอวดโฉมต่อสายตาของชาวโลก
คราวนี้เป้าหมายของสยามพิวรรธน์ไปไกลกว่าเดิม คือ ต้องการเป็น Show Case ของทวีปเอเชีย
จากจุดขายที่มีแบรนด์ชั้นนำทั้งระดับโลกและในเมืองไทยพาเหรดมาเปิดสาขา Flagship Store เพื่อสร้างประสบการณ์ที่แปลกใหม่ให้ลูกค้า
จนติดอันดับ 6 สถานที่ที่นักท่องเที่ยวเช็กอินสูงสุดในโลก ซึ่งเป็นสถานที่แห่งเดียวในภูมิภาคเอเชีย จากการจัดอันดับของ Facebook Review ในปี 2558 คือ จุดแข็งสำคัญในช่วงแรก
แต่การทรานส์ฟอร์มตัวเองเพื่อนำเสนอสิ่งใหม่ ๆ ซึ่งน่าตื่นเต้นมากมายอย่างต่อเนื่องคือความสำเร็จ ในปีต่อ ๆ มา
ปลายปี 2561 สยามพิวรรธน์ตอกย้ำความสำเร็จในการปฏิวัติวงการค้าปลีก (Retail revolution) อีกครั้ง ด้วยการรังสรรค์ “เมืองไอคอนสยาม” ริมแม่น้ำเจ้าพระยา สายน้ำที่ยิ่งใหญ่แห่งโลกตะวันออก
การทุ่มงบประชาสัมพันธ์สร้างแบรนด์ในวันเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ รวมทั้งการได้รับ 13 รางวัลในสาขาต่าง ๆ จากเวทีชั้นนำของโลก ทำให้ไอคอนสยามเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว
รางวัลที่ได้ เช่น Best Design of the Year จาก World Retail Awards 2019 โดยสภาการค้าปลีกโลก รางวัลชนะเลิศสาขาศูนย์การค้าที่ดีที่สุด จากเวที MAPIC Awards 2019 เมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศส และรางวัล VIVA Best-of-the-Best Awards 2020 และโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้าปลีกดีที่สุดในโลก จาก International Council Shopping Centers
“ชฎาทิพ จูตระกูล” ผู้นำคนสำคัญของสยามพิวรรธน์ ยังเป็นผู้หญิงไทยคนแรกที่ได้รับคัดเลือกให้ถูกจารึกชื่อใน “World Retail Hall of Fame 2019” ของสภาการค้าปลีกโลก (World Retail Congress) ในฐานะผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างความเปลี่ยนแปลงและมีอิทธิพลต่อการกำหนดทิศทางและการขับเคลื่อนธุรกิจค้าปลีกในระดับโลก
เธอเคยให้สัมภาษณ์ กับ Marketeer ว่า Big Story เบื้องหลังความสำเร็จต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นมาตลอดระยะเวลาอันยาวนานนี้ “คน” คือสิ่งสำคัญที่สุดที่ทำให้เกิดขึ้น
และในอนาคตข้างหน้าท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงมากมายของโลก “คน” อีกนั่นล่ะที่จะช่วยกันขับเคลื่อนองค์กรให้ไปสู่เป้าหมายที่วางไว้
ดังนั้น การเตรียมคนจึงเข้มข้นอย่างมากในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา มีการปรับกระบวนทัพการทำธุรกิจ และสร้างแผนยุทธศาสตร์ของกลุ่มบริษัทอย่างชัดเจน โดยสื่อสารกับพนักงานบริษัทในเครือทั้งหมด 48 บริษัท เพื่อให้รับทราบและเข้าใจเป็นทิศทางเดียวกัน
ปรับโครงสร้างภายในองค์กรและทำงานแบบ agile สร้างแผนพัฒนาศักยภาพของพนักงานในทุกระดับเพื่อให้สามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอก ด้วย Mindset Skillset และการเตรียมความพร้อมด้วย Digital Capability และเป็น Data-led organization
รวมทั้งเปิดโอกาสให้ middle management เข้ามาบริหารจัดการโครงการสำคัญ ๆ ของบริษัท เพื่อเตรียมเป็น Next Generation Leaders ขององค์กรในอนาคต
พร้อมกับเร่งสร้าง Culture องค์กรที่ใช้ว่า Empower limitless possibilities ซึ่งหมายถึงทุกคนต้องไปได้ไกลกว่าข้อจำกัดของตัวเอง
จากเดิมที่เป็นบริษัทที่ต้องไปเรียนรู้ เสาะหาไอเดียและแรงบันดาลใจในการพัฒนาโครงการจากต่างประเทศมาใช้ในประเทศไทย
วันนี้ สยามพิวรรธน์ สามารถนำเสนอสิ่งแปลกใหม่ที่ทั่วโลกจับตามอง ต้องการเรียนรู้และนำเอาไอเดียไปทำในประเทศตัวเอง
และทั้งหมดน่าจะเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้องค์กรกล้าที่จะประกาศว่าวันนี้ พร้อมแล้วที่จะเป็นพันธมิตรกับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำต่าง ๆ เพื่อร่วมสร้างโครงการที่เป็นแลนด์มาร์กในประเทศต่าง ๆ
และการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ก็เพื่อเตรียมความพร้อมที่จะเผชิญความท้าทายระดับโลกจากผู้เล่นรายใหญ่อื่น ๆ จากทั่วโลก
The Next Chapter ตำนานบทใหม่ของ สยามพิวรรธน์ กำลังจะเริ่มต้นอีกครั้งแล้ว
–
อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้
Website : Marketeeronline.co /
