แม้ดีมานด์การจองเที่ยวบินยังไม่กลับมาเท่าก่อนสถานการณ์โควิด เนื่องจากทั่วโลกยังคงเผชิญภาวะเศรษฐกิจซบเซาจากทั้งสงครามและเงินเฟ้อ ในประเทศไทย ปีที่ผ่านมาจำนวนนักท่องเที่ยวไม่เป็นไปตามเป้า นักท่องเที่ยวจีนไม่เดินทางเนื่องจากสถานการณ์ภายในประเทศ
แต่ในปีนี้แนวโน้มอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจะกลับมาสดใสได้ สะท้อนจากอุปสงค์ที่ฟื้นตัวกลับมาใกล้เคียงปี 2562 โดยมีปัจจัยบวกจากภาครัฐบาล ที่สนับสนุนการท่องเที่ยวต่อเนื่อง เช่น การยกเว้นวีซ่าให้กับบางสัญชาติ การส่งเสริมการเที่ยวเมืองรอง การท่องเที่ยวเชิงกิจกรรมเพื่อกระตุ้นและดึงนักท่องเที่ยวเข้ามาเพิ่มในไทย
คุณพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมการบินโลกและการท่องเที่ยวของประเทศไทยมีการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (International Air Transport Association: IATA) สรุปรายได้สายการบินทั่วโลกปี 2566 อยู่ที่ 107% ของปี 2562 และคาดการณ์ว่าในระดับอุตสาหกรรมการบินโลกและระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะฟื้นกลับมาในปี 2567 ซึ่งถือเป็นภูมิภาคที่มีการคาดการณ์อัตราการเติบโตสูงสุด โดยจะมีผู้โดยสารเพิ่มขึ้นอีก 2,536 ล้านคนจากปี 2567-2583
สำหรับประเทศไทย จากสถิติผู้โดยสารที่ใช้บริการสนามบินในประเทศทั้งหมดในปี 2566 จะอยู่ที่ 74% ของปี 2562 แบ่งเป็นการเดินทางภายในประเทศ 80% และการเดินทางระหว่างประเทศ 68% ของปี 2562
หยุดลงเล่นสงครามราคา กำไรดีดตัว
คุณอนวัช ลีละวัฒน์วัฒนา รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่อาวุโส สายงานการเงินและบัญชี บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปี 2566 ที่ผ่านมา บริษัทมีรายได้ต่อหน่วยจากการผลิตด้านผู้โดยสาร (Revenue per ASK: RASK) ที่ 5.41 บาท ในขณะที่ค่าใช้จ่ายทั้งหมด (ต้นทุนหลักค่าใช้จ่ายต่อเที่ยวบิน ประกอบด้วย ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง ค่าซ่อมบำรุงเครื่องบิน เงินเดือนพนักงานและผลประโยชน์ต่าง ๆ รวมถึงค่าบริการผู้โดยสารของบางกอกแอร์เวย์ส) อยู่ที่ 5.14 บาท สัดส่วนกำไร 0.27 บาท คุณภาพ RASK ดีขึ้นจากช่วงก่อนโควิดซึ่งอยู่ที่ 3.33 และค่าใช้จ่าย 3.58
เนื่องจากในช่วงปี 2560-2562 เป็นช่วงที่สายการบินแข่งกันดึงลูกค้า กระหน่ำอัดโปรโมชั่นลดราคาให้ต่ำ ทุกบริษัทจำเป็นต้องลงเล่นในสงครามราคานั้น เพราะหากไม่กระโดดลงไปก็ไม่สามารถเอาตัวรอดได้ จนส่งผลให้หลายเจ้าขาดทุนกันระนาว สายการบินจึงไม่มีกำไรในช่วงนั้น
ภาพรวม EBITDA ของบริษัทในปี 2566 เท่ากับ 4,782 ล้านบาท และ EBITDA Margin เท่ากับ 23% กำไรสุทธิรวม 3,108 ล้านบาท
ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสนามบิน
ยังมีแนวโน้มการเติบโตเพิ่มสูงขึ้นตามจำนวนเที่ยวบินที่เข้ามายังสนามบินสุวรรณภูมิ
บริษัท ครัวการบินกรุงเทพ จำกัด (Bangkok Air Catering: BAC) โดยจากปี 2566 มีจำนวนลูกค้าสายการบิน 23 ราย ลดลง 3 รายเมื่อเทียบกับช่วงพรีโควิด มีมาร์เก็ตแชร์ในระดับ 20% คิดเป็นจำนวนอาหารที่เอาขึ้นเครื่อง 6 ล้านมื้อต่อเดือน รายได้ 81% จากช่วงก่อนโควิด-19
บริษัท บริการภาคพื้นการบินกรุงเทพเวิลด์ไวด์ไฟลท์เซอร์วิส จำกัด (BFS Ground) มีจำนวนลูกค้าสายการบินทั้งหมด 90 ราย และมีรายได้อยู่ในระดับ 93% จากปี 2562
บริษัท ดับบลิวเอฟเอสพีจี คาร์โก้ จำกัด (BFS Cargo) มีลูกค้าสายการบิน รวม 86 สายการบิน มีลูกค้ามาใช้บริการเพิ่ม 10%
กางแผนการดำเนินงานปี 2567
บริษัทฯ คาดการณ์จำนวนเที่ยวบิน 48,000 เที่ยวบิน อัตราบรรทุกผู้โดยสาร (%Load Factor) เฉลี่ยเท่ากับ 85% จำนวนผู้โดยสาร 4.5 ล้านคน และรายได้ผู้โดยสาร (Passenger Revenue) 17,800 ล้านบาท
แนวโน้มการสำรองที่นั่งล่วงหน้าในปี 2567 พบว่าเติบโตขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2566 ประมาณ 14% โดยมีสัดส่วนตามกลุ่มเส้นทาง ได้แก่ กลุ่มเส้นทาง สมุย 63% กลุ่มเส้นทางภายในประเทศ 28% กลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน CLMV 8% และเส้นทางต่างประเทศ 1%
โดยปัจจุบันบางกอกแอร์เวย์สให้บริการเที่ยวบินสู่ 20 จุดหมายปลายทาง ประกอบด้วยภายในประเทศ 12 แห่ง ได้แก่ กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิและดอนเมือง) เกาะสมุย เชียงใหม่ ภูเก็ต กระบี่ ตราด ลำปาง แม่ฮ่องสอน สุโขทัย หาดใหญ่ อู่ตะเภา และจุดหมายปลายทางต่างประเทศ 8 แห่ง ได้แก่ มัลดีฟส์ สิงคโปร์ เสียมเรียบ พนมเปญ หลวงพระบาง ฮ่องกง เฉิงตู ฉงชิ่ง โดยเส้นทางบิน “สมุย – ฉงชิ่ง” และ “สมุย – เฉิงตู” เป็นเส้นทางบินที่กลับมาเปิดให้บริการล่าสุด ในช่วงปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา เฉลี่ย 2-3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวชาวจีน
ด้านสายการบินพันธมิตร (Codeshare Partners) ปัจจุบันรวมทั้งสิ้น 28 สายการบิน และมีสายการบินข้อตกลงร่วม (Interline Partners) 70 สายการบิน ปีนี้ยังคงขยายการร่วมมือเพิ่ม 2 สายการบิน รองรับอุปสงค์การเดินทางระหว่างประเทศ เพิ่มเครื่อง 3 ลำ Airbus 320 หนึ่งลำ และ Airbus 319 สองลำ คาดการณ์ว่าจะมีจำนวนเครื่องบินรวมทั้งสิ้น 25 ลำในฝูงบิน
ปัจจุบันราคาบัตรโดยสารของบางกอกแอร์เวย์สเฉลี่ยต่อเที่ยวบินประมาณ 3,900 บาทต่อที่นั่ง คุณพุฒิพงศ์ กล่าวว่า ประเด็นการปรับราคาบัตรโดยสารนั้นมีกรอบเพดานที่ถูกควบคุมไว้อยู่ ราคาโดยทั่วไปอยู่ที่ 13 บาทต่อกิโลเมตร สำหรับกลุ่มพรีเมียม และ 9 บาทต่อกิโลเมตร สำหรับกลุ่ม Low cost
การปรับราคาครั้งหนึ่งต้องอิงจากการปรับตัวของต้นทุน และเคลื่อนไหวได้ตามที่กรอบกำหนดไว้เท่านั้น ซึ่งปัจจุบันหลายสายการบินค่อนข้างปรับราคาขึ้นใกล้เพดานให้มากที่สุด เนื่องจากต้นทุนดีดตัวสูงมาก
ในการปรับราคาแต่ละเที่ยวบินจะแตกต่างกันออกไปตามดีมานด์ซัปพลายในพื้นที่นั้น ๆ เช่น หากเป็นจุดหมายปลายทางที่ส่วนใหญ่เป็นการเดินทางของคนในประเทศ จะไม่สามารถเพิ่มราคาได้มากนัก แต่หากเป็นเส้นทางที่มีนักท่องเที่ยวมาก ราคาสามารถปรับขึ้นได้สูง เพราะกำลังซื้อแตกต่าง อย่างไรก็ตาม ราคาจะใช้เวลาในการปรับกลับสู่สมดุลดีมานด์ซัปพลายตามกลไกตลาดที่ควรจะเป็น
อัดโปรโมชั่นไฮไลท์กระตุ้นการเดินทาง
คุณอมรรัตน์ คงสวัสดิ์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายขายและรักษาการรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายการตลาด บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในปี 2567 บางกอกแอร์เวย์สวางสัดส่วนของช่องทางการขาย เป็นทางเว็บไซต์ 30% และช่องทางอื่นๆ 70% (BSP Agent, Online Travel Agent, Call Center, Etc.) ซึ่งจะมาจากต่างประเทศ 57% โดยวางแผนขยายการขายเชิงรุกสำหรับตลาดต่างประเทศ โดยการขยาย GSA เพื่อครอบคลุมโอกาสการขายไปยังกลุ่มตลาดใหม่ อาทิ เอเชียตะวันตกเฉียงใต้ ในประเทศซาอุดีอาระเบีย ลาตินอเมริกา และตุรกี โดยปัจจุบันมี GSA รวมทั้งสิ้น 26 สำนักงานทั่วโลก
ด้าน ESG บริษัทเดินหน้าในนโยบายทั้งแคมเปญสิ่งแวดล้อม “Low Carbon Skies by Bangkok Airways” ซึ่งมีแผนดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เช่น โครงการใช้น้ำมันอากาศยานอย่างมีประสิทธิภาพ การประเมินคาร์บอนฟุตพรินต์ขององค์กร การจัดการของเสียและเพิ่มมูลค่า การส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และพลังงานทางเลือก
ความท้าทาย
คุณพุฒิพงศ์กล่าวในตอนท้ายว่า หลายปัจจัยของธุรกิจสายการบินยังคงน่ากังวล โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่กระโดดไปหลัก 100 กว่าดอลลาร์ต่อบาร์เรล ประเทศจากฝั่งยุโรปยังเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย อย่างไรก็ดี การ booking ช่วงเวลาวันหยุดฤดูร้อนของฝั่งยุโรปที่เห็นในปีนี้มีแนวโน้มที่ดีขึ้นแล้ว
–



