กระบะพรีเมียม เซกเมนต์เกิดใหม่ เติบโตต่อเนื่อง สวนทางกลุ่มแมส ค่ายรถยนต์หันชิงส่วนแบ่ง หนีรถยนต์นั่งฮวบ รุ่นพลังงานไฟฟ้า กลยุทธ์ใช้เจาะตลาด กวาดส่วนแบ่ง

 

ผ่านไปแล้วสำหรับงานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45 หนึ่งในความเคลื่อนไหวน่าสนใจอย่าง เกรท วอลล์ มอเตอร์ เปิดตัว GWM Poer Sahar Hev รถกระบะพลังงานไฟฟ้ารุ่นแรกที่เปิดตัวในไทย

โดยปี 2566 ยอดขายรถยนต์นั่งทั้งหมดในประเทศไทย 775,780 คัน เป็นรถยนต์นั่ง 292,505 คัน รถยนต์เพื่อการพาณิชย์ 483,275 คัน

รถกระบะ 1 ตัน (รวมรถกระบะดัดแปลง) 325,024 คัน และรถกระบะ 1 ตัน (ไม่รวมรถกระบะดัดแปลง) 264,738 คัน โดยจะพบว่ารถกระบะเป็นสัดส่วนตลาดที่มากที่สุด

คุณณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) หรือ GWM กล่าวว่า ตลาดรถกระบะในไทย แบ่งได้เป็น 3 กลุ่มหลัก เน้นบรรทุกสินค้าหนัก, ใช้งานในชีวิตประจำวัน

และกลุ่มพรีเมียม ราคาหนึ่งล้านบาทขึ้นไป ที่ตอบโจทย์การใช้งานทั้ง 2 เซกเมนต์ในคันเดียว ซึ่งเป็นสัดส่วนที่เข้ามาใหม่ในตลาดช่วง 8-9 ปีที่ผ่านมา

กระบะพรีเมียม มีสัดส่วนตลาดรถกระบะรวมอยู่ที่ประมาณ 20% ซึ่งเป็นเซกเมนต์ที่ยังเติบโตต่อเนื่อง สวนทาง 2 เซกเมนต์แรกที่ยังคงติดลบ

เป็นตลาดที่มีโอกาสให้หลายแบรนด์เข้าไปเจาะตลาด เพื่อกระจายความเสี่ยงจากตลาดรถยนต์นั่งที่ยังคงหดตัวต่อเนื่อง จากเหตุปัจจัยต่าง ๆ อาทิ ผู้บริโภคอิ่มตัว คู่แข่งเยอะ สงครามราคา

ทั้งการที่ยังไม่มีผู้เล่นหลักในเซกเมนต์พลังงานไฟฟ้าของตลาดกระบะพรีเมียม การเปิดตัว GWM Poer Sahar Hev หลังบริษัทได้มีการศึกษาตลาดรถกระบะในไทยมาอย่างรอบคอบ

ทำให้บริษัทไม่ได้แค่คาดหวังยอดขายเป็นหลัก แต่ต้องการสร้างการรับรู้ให้แบรนด์มีที่ทางในเซกเมนต์กระบะพรีเมียม เพื่อต่อยอดสู่โอกาสนำรุ่นย่อยเข้ามาทำตลาดได้ต่อเนื่อง

 

ต้นแบบรถกระบะไฟฟ้า BYD

 

ขณะที่ทิศทางการแข่งขันของตลาดกระบะพรีเมียมในไทย ค่ายเพื่อนร่วมชาติอย่าง BYD ก็เตรียมเปิดตัว กระบะไฟฟ้าเจาะตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะเอเชีย (รวมไทย) และออสเตรเลีย

ตลอดจนค่ายข้ามชาติที่เป็นผู้นำในตลาดรถกระบะในไทย ด้วยรุ่นต่าง ๆ อาทิ โตโยต้า ไฮลักซ์, อีซูซุ ดีแม็กซ์, ฟอร์ด เรนเจอร์, มิตซูบิชิ ไทรทัน ก็เริ่มมีความเคลื่อนไหวตลอด 1-2 ปีที่ผ่านมา

 

ต้นแบบอีซูซุ ดีแม็กซ์ไฟฟ้า

 

อย่าง อีซูซุ เปิดตัวรถกระบะไฟฟ้าต้นแบบของ อีซูซุ ดีแม็กซ์ ซึ่งมีแผนผลิตเพื่อส่งออกจากฐานการผลิตประเทศไทยในปี 2568 รวมถึงจะเปิดตัวในประเทศกลุ่มทวีปยุโรปบางประเทศ เช่น นอร์เวย์ในปี 2568

จากนั้นมีกำหนดการเปิดตัวในสหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย ไทย ตลอดจนประเทศหรือภูมิภาคอื่น ๆ เป็นลำดับถัดไป

ส่วนภาพรวมตลาดรถยนต์ช่วงเดือน ม.ค. – ก.พ. 2567 ชะลอตัวลงจากภาวะสุญญากาศตั้งแต่ช่วงปลายปี 2566 ต่อมาถึงต้นปี 2567 ส่วนสำคัญมาจากมาตรการ EV 3.0 ที่สิ้นสุดกับมาตรการ EV 3.5 ที่เพิ่งได้รับการอนุมัติ

ทำให้หลายค่ายติดขัดเรื่องการเคลียร์สต๊อก และภาวะรอลดราคาช่วงมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45 ของผู้บริโภค โดยหลังจบงานมอเตอร์โชว์ครั้งที่ 45 ตลาดรถยนต์รวมจะเริ่มคลี่คลายภายใน 2-3 เดือนหลังจากนี้

และสัดส่วนที่ใหญ่สุดของตลาดอย่างรถกระบะ ก็มีแนวโน้มที่ดีจากสัญญาณการฟื้นตัวในภาคเกษตรกร ซึ่งจะเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตลาดที่มีส่วนแบ่งมากสุด ช่วยเอฟเฟกต์ให้ตลาดรถยนต์รวมกลับมาคึกคักมากขึ้นในปีนี้


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer