Work/ด้วยความที่อยู่กันเป็นสังคมและต้องพึ่งพาผู้อื่นไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง “ใช่” และ “ได้” จึงเป็นคำพูดติดปากคนส่วนใหญ่ แล้วตามด้วยทำตามที่ได้รับการร้องขอ อ้อนวอน หรือกระทั่งสั่งแกมบังคับของคู่สนทนา
การเป็น Yesman ที่ตอบรับคำขอทุกครั้งและช่วยเหลือทุกคน อาจดีกับหน้าที่การงาน เพราะหัวหน้าและเพื่อนร่วมงานจะอุ่นใจว่าคุณเป็นพนักงานที่ปิดจ็อบได้ทุกครั้ง
และรับจบได้ทุกงาน โดยที่ตัวคุณอุ่นใจเช่นกันว่าจะได้รับการตอบแทนเมื่อคุณเป็นฝ่ายต้องขอความช่วยเหลือบ้าง

ทว่าหากไม่โลกสวยเกินไป คงไม่มีใครเป็น Yesman ได้ตลอด และต้องมีบางสถานการณ์ที่เราควรกล้าปฏิเสธไปก่อนตกที่นั่งลำบาก และกันไม่ให้น้ำตาตกจากสถานการณ์เอ็นดูเขาเอ็นเราขาด
ขอให้ทำงานเกินหน้าที่: สถานการณ์แรกที่เราควรกล้าพูด “ไม่” คือ เมื่อถูกขอให้ทำเกินหน้าที่ หรืองานใดก็ตามที่หนักเกินตัว โดยหากหลวมตัวหรือหลุดปากรับทำทั้งที่ไม่ได้ประเมินกำลังตัวเอง ผลเสียตามมาอาจมากกว่าที่คุณคิด
เพราะนอกจากทำงานตามหน้าที่ไม่เสร็จแล้ว งานใหญ่เกินตัวที่รับทำไปแล้วก็อาจพังไปพร้อมกันด้วย จนทำให้คุณถูกมองว่า ชอบจับปลาสองมือ และไม่ดูกำลังตัวเองเอาเสียเลย
เห็นว่ามีอันตรายจากเส้นตาย: สถานการณ์ต่อมาที่ควรเซย์โนคือ เส้นตายที่กระชั้นมากไปจนไม่สามารถทำงานให้เสร็จได้แต่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบแล้วว่าเป็นกรอบเวลาที่บีบรัดจริง ๆ และหากรับปากทำไป ผลงานก็จะออกมาไม่ดี
ส่วนทางแก้สถานการณ์นี้คือ การเสนอกรอบเวลาใหม่ที่ทั้งคุณกับอีกฝ่ายต่างยอมรับได้และเห็นตรงกันว่า จะจัดการงานให้ลุล่วงได้
ถูกคนใจร้ายเอาเปรียบ: อะไรที่มากไปย่อมมีผลเสียตามมา แต่นี่กลับเป็นหลุมพรางที่บรรดา Yesman และ “เดอะแบก” ทั้งหลายมักมองไม่เห็น จนเปิดช่องให้ผู้อื่นมาเอาเปรียบ นี่จึงถือว่าเป็นสถานการณ์ที่เราควรระวัง
ดังนั้น ถ้าพิจารณาแล้วว่า ประโยคอย่าง “ทำให้หน่อยนะ” และ “ขอร้องล่ะ” มีเจตนาเอาเปรียบแฝงอยู่ ก็ให้ปฏิเสธไปเลย

ย่องมาเงียบ ๆ สะกิดทำเรื่องเทา ๆ: ถัดจากการขอให้ทำงานเกินหน้าที่ ทำอะไรใต้กรอบเวลากระชั้นจนไม่ได้หายใจหายคอ และโดนหลอกใช้โดนเอาเปรียบแล้ว อีกสถานการณ์ที่ควรกล้าปฏิเสธคือ การขอให้ทำเรื่องผิดกฎ
ละเมิดจรรยาบรรณ หรือผิดธรรมเนียมปฏิบัติ โดยสถานการณ์ลักษณะนี้จะมีประโยคเหล่านี้ระหว่างพูดคุยกัน เช่น “ทำนี่ให้หน่อยแล้วเดี๋ยวมีค่าตอบแทนให้”, “เอาน่า ถือว่าช่วยกัน และ “ใคร ๆ ก็ทำกัน”
จุดสังเกตว่าคุณเจอกับสถานการณ์เหล่านี้เข้าให้แล้วคือ อีกฝ่ายมักขอไปคุยกับคุณเงียบ ๆ ในที่ลับตาคน และคุณต้องคิดหนักว่าจะทำดีหรือไม่ ดังนั้น เมื่อพิจารณาว่าทำไปก็ได้ไม่คุ้มเสีย หรือต้องทำอย่างปกปิด ก็ให้ปฏิเสธไปเลย
เอาใจด้วยลูกยอแล้วโยนภาระให้: การชื่นชมเป็นสิ่งพึงกระทำในสังคมการทำงาน เพราะช่วยให้พนักงาน เพื่อนร่วมงาน และผู้ใต้บังคับบัญชา มีกำลังใจในการทำงานต่อ ผ่านการบอกให้รู้ว่าเห็นคุณค่า
แต่ถ้ามันมากเกินจนมีพิรุธ พร้อมคำขอร้องให้ทำงาน แล้วคุณเองก็คิดแล้วว่าเกินความสามารถ ก็ให้ปฏิเสธไปเลยนอกจากจะเป็นประโยชน์ต่องานแล้ว
การไม่หลงไปกับลูกยอ ยังเป็นการเตือนตัวเองไม่ให้หลงระเริง เป็นโอกาสให้ได้เรียกสติ และฝึกการประเมินตนเองอีกด้วย
ลวงใช้ทำงานลากยาวก่อนลาพักร้อน: สถานการณ์สุดท้ายที่ควรกล้าพูดปฏิเสธคือ เมื่อมีใครมาขอให้คุณทำงานช่วงกำลังจะลางานหรือพักร้อน
เพราะหากหลวมตัวรับปากทำงานไป คุณจะต้องเหนื่อยกับการเคลียร์งาน และเป็นไปได้สูงว่าจะพักร้อนอย่างไม่เป็นสุข หรืออาจถึงขั้นยกเลิกการลาพักร้อนไปเลย
วิธีปฏิเสธคือการพูดว่า “ไม่” ตามด้วยบอกไปตรง ๆ ว่า กำลังจะลาพักร้อน แล้วทิ้งช่องทางการติดต่อหรือคนที่ทำงานแทนช่วงคุณลายาวเอาไว้/fastcompany
–
