ผ่านพ้นไปกับ งาน Marketeer Talk EP น้อนน Economy กับปรากฏการณ์น้อนกลายเป็นครอบครัวของนุด วันอังคารที่ 18 มิถุนายน ณ SCBX Next Stage ชั้น 4 สยามพารากอน จากวิทยากรในแวดวงต่างๆ ที่เกี่ยวกับน้อนน
จากเทรนด์ Pet Parent ที่นุดความสำคัญกับน้อนคือหนึ่งในครอบครัว ได้กลายเป็นปรากฏการณ์ต่างๆ ที่แบรน์ต่างให้ความสนใจ
และปรากฏการณ์นี้ เพชรลดา พูลวรลักษณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ให้ข้อมูลในงานว่าในวันนี้วิกฤตโรคระบาด, สังคมผู้สูงวัย, สังคมคนเมือง, คู่รักใช้ชีวิตโดยไม่มีลูก เป็นปัจจัยหลัก ๆ ที่ทำให้เทรนด์เลี้ยงสัตว์เติบโต

และในปีนี้ตลาดสัตว์เลี้ยงในประเทศไทย มีมูลค่ามากถึง 55,000 ล้านบาท เติบโต 16% จากปีที่ผ่านมา และการเติบโตนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ เมเจอร์ ดีเวลลอปเมนท์ ให้ความสำคัญการสร้างคอนโด เพื่อสัตว์เลี้ยง
โดยในปัจจุบันคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้มีการเติบโตมากถึง 4,000% ที่สะท้อนถึงภาพคนไทยที่เลี้ยงหมาและแมวเหมือนลูก

และตลาดเช่าคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้มี YIELD (อัตราผลตอบแทนจากการลงทุนอสังหาฯ) สูงกว่าห้องทั่วไป
และเมเจอร์ ดีเวลลอปเมนท์ นำวิธีคิดจาก Pain Point คอนโด ที่ติดป้ายห้ามเลี้ยงสัตว์ มาพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยที่ให้ความสำคัญต่อสัตว์เลี้ยงอย่างต่อเนื่องเพื่อคำนึงถึงน้องเทรนด์นี้
สำหรับ พรชัย ตติยชัยทวีสุข ประธานเจ้าหน้าที่ด้านการพาณิชย์ บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ให้ความเห็นว่า
เทรนด์ Pet Friendly มีเทรนด์ใหม่ๆ ก้าวเข้ามามากในประเทศไทยตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงมีมูลค่า 51,000 ล้านบาท และตลาดโลกมีมูลค่า 151,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (5,544,700 ล้านบาท)

พรชัยให้ข้อมูลว่าที่ผ่านมาเทรนด์อาหารสัตว์เลี้ยงจะให้ความสำคัญกับเรื่องสารอาหารครบถ้วน แต่ในวันนี้เป็นเรื่องเบสิก เพราะในปัจจุบันเทรนด์ที่น่าสนใจของอาหารสัตว์เลี้ยงบนโอกาสของเทรนด์ Humanization & Premiumization Era
ซึ่ง Humanization เป็นเทรนด์ที่มาแรง โดยเฉพาะช่วงโควิด-19 และกลุ่มนี้ในตลาดโลกไม่ได้ทิ้งสัตว์เลี้ยง แต่จะหาพ่อแม่ใหม่ให้ทันทีในกรณีที่ไม่สามารถเลี้ยงสัตว์ได้ และ Premiumization จากการมองลูกฉันต้องได้กินสิ่งที่ดีเสมอ โดยเฉพาะน้องแมว ที่กินอาหารแบรนด์ไหนแบรนด์นั้น

และไอเทลยังมองว่าเทรนด์ Humanization & Premiumization Era ยังมาพร้อมกับโอกาสของ
Cross Sector Collaboration, Agility, Innovation with Speed, Know Your Customers ลูกค้าคือน้องหมาน้องแมว และ Sustainability
ในส่วนของ ณัฐพล อังควานิช ผู้อำนวยการ ฝ่ายพัฒนาธุรกิจและการตลาด บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ได้แชร์ข้อมูลว่าที่ผ่านมา ทิพย์ประกันภัย ได้ปรับตัวจากการนำเสนอกรมธรรม์แบบเดิมๆ เป็นกรมธรรม์ที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ต่างๆ มากขึ้น รวมถึง ประกันสัตว์เลี้ยง
และทำให้ทิพยประกันภัยเป็นบริษัทแรกๆ ที่ลงเล่นในธุรกิจประกันสัตว์เลี้ยง
โดยในปัจจุบันตลาดประกันภัยสัตว์เลี้ยงมีมูลค่าประมาณ 100-200 ล้านบาท จากการแข่งขันของคู่แข่งในตลาด 3-4 ราย โดยทิพยประกันภัย เจาะกลุ่มเป้าหมายที่มีศักยภาพ 35 ปีขึ้นไป ไม่มีลูก และเลี้ยงสัตว์ และกลุ่ม เกือบ 60 ปีที่เลี้ยงสัตว์อยู่บ้าน และลูกๆ ซื้อสัตว์เลี้ยงให้ เป็นกลุ่มที่ไม่ค่อยออกจากบ้านเป็นหลัก
ส่วนเคสที่มีการเคลมประกันสัตว์เลี้ยงของทิพยมากที่สุดคือ สุขภาพเจ็บป่วย

มองในมุมของ SMEs อย่าง ภูริ์ บัณฑิตกุล 1 ใน 2 พี่น้องผู้ก่อตั้งโรงแรมแมว “หน้าแมว” เพจหน้าแมว และ Nhamaew Pet AI ได้มองว่าในอดีตโรงแรมรับฝากแมว เป็นธุรกิจที่คนยังไม่รู้จักมากนัก ทำให้จุดเริ่มต้นของโรงแรมหน้าแมว เริ่มจากการทำรีเสิร์ซคนเลี้ยงแมวทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ถึงปัจจัยหลักในการฝากหรือไม่ฝากแมวในโรงแรมรับฝากแมว
และพบกว่าสิ่งที่เป็น 4 Core หลักในการทำโรงแรมแมวจะประกอบด้วย
1.โรงแรมแมวที่รับฝากแมวคือใคร มีความรักและความผูกพันในแมวแค่ไหน และจุดนี้ทำให้เปิดเพจหน้าแมวในเฟซบุ๊กเพื่อแสดงตัวตนว่าเป็นใคร และมีความรู้ด้านแมวมากแค่ไหน เพื่อต่อยอดไปยังโรงแรมหน้าแมว
2.สถานที่ในโรงแรมแมว ที่ออกแบบตามความต้องการน้องแมวและคนฝากเลี้ยง ทั้งสี พื้น ขนาดห้อง จากพฤติกรรมน้องแมวไม่ได้อยู่ตามพื้น และชอบพื้นที่แนวตั้ง
3.โลเคชั่น ที่สะดวกกับผู้ฝาก
4.การตั้งราคา ตามกลุ่มลูกค้าที่ต้องการให้บริการ
สิ่งเหล่านี้ทำให้โรงแรมแมวมีลูกค้ามาพัก และเข้าในว่าโรงแรมหน้าแมวคือใคร จนต่อยอดไปยัง Nhamaew Pet AI เพื่อเป็นเพื่อนที่ช่วยตอบคำถามต่างๆ เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงทั้งแมว หมา และอื่นๆ ที่เป็นภาษาไทย จากการมองเห็นพฤติกรรมการค้นหาข้อมูลของคนไทยที่นิยมค้นหาจากคีย์เวิร์คมากกว่าการตั้งคำถาม ทำให้ข้อมูลที่ค้นหาจาก Google เป็นข้อมูลที่กระจัดกระจาย และอุปสรรค์ด้านภาษา

อย่างไรก็ดีภูริ์ แชร์ข้อมูลคำถามที่ส่งมาถามผ่าน Nhamaew Pet AI ตลอดเดือนมกราคม 2567 พบว่าคำถามยอดนิยมจะประกอบด้วย 57% คำถามทั่วไป, 15.5% การเจ็บป่วยทั่วไป และ 13.2% ปัญหาพฤติกรรม เป็นต้น
สุดท้ายนันทพร ธารามาศกุล Business Director, Essencemediacom Thailand ได้ให้ข้อมูลที่น่าสนใจว่าในวันนี้ น้องๆ และ Pet Parent มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น จากปัจจัยพื้นฐานทั้งอาหาร และสุขภาพ จากการปรับตัวของ Technology

ซึ่ง Essencemediacom Thailand ได้แบ่งกลุ่ม Pet Parent ได้ออกเป็น 4 กลุ่มที่น่าสนใจ ได้แก่
1.New Pet Companionship
กลุ่มพ่อแม่มือใหม่จากโควิดทำให้เกิดพ่อแม่มือใหม่มากและต้องการเลี้ยงให้เติบโตแข็งแรงเลี้ยงง่าย เชื่อฟังคำสั่งสอน พฤติกรรมคือการหาข้อมูลในแหล่งที่เชื่อถือได้ รวมถึงข้อมูลในอินเตอร์เน็ต คอมมูนินี้ต่างๆ
2.Gourmet Paws กลุ่มให้ความสำคัญกับอาหารเป็นพิเศษ ที่เหมาะกับสายพันธ์และการใช้ชีวิต
ทั้งกลุ่มอาหารหลัก ทั้งแห้ง เปียก และอื่นๆ
3.Pawcation ประกอบด้วยพ่อแม่สายชิล พ่อแม่สายลักชัวรี่ และพ่อแม่สายลุย
4.Tech Savvy Pet Parent พ่อแม่ที่มองหาตัวช่วยการดูแลสุขภาพ ความเป็นอยู่น้องๆ ให้ดีขึ้น มาพร้อมกับเทคโนโลยี เช่นเครื่องให้อาหารอัตโนมัติ หรือบริการ หน้าแมวเอไอ กลุ่มนี้อาจะไม่ใหญ่มาก แต่เป็นกลุ่มที่มีอนาคตเติบโตดี
และทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งในงาน Marketeer Talk EP. น้อนนน Economy
