ขณะที่เรากำลังเปิดฟังข่าวสงครามที่ถาโถมเข้ามาไม่เว้นแต่ละวัน “สันติภาพ” กำลังเคลื่อนที่อย่างเงียบงัน ด้วยความเร็ว 3 ไมล์ต่อชั่วโมง
ช่วงนี้หากคุณเลื่อนหน้าฟีดโซเชียลมีเดีย อาจได้เห็นปรากฏการณ์หนึ่งจากฝั่งสหรัฐอเมริกา นั่นคือการติดตามการเดินเท้าเพื่อสันติภาพของพระภิกษุ 19 รูป ที่ออกเดินทางข้ามประเทศจากรัฐเท็กซัส มุ่งหน้าสู่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เพื่อแสดงออกถึงสันติภาพ ความเมตตา และการให้อภัย บนเส้นทางระยะ 2,300 ไมล์
หากเทียบกับบริบทของไทย ปรากฏการณ์นี้อาจชวนให้นึกถึงโครงการ “ก้าวคนละก้าว” เบตง–แม่สาย ที่เคยเชื่อมโยงจิตใจของผู้คนทั้งประเทศมาแล้ว การเดินเพื่อสันติภาพ (The Walk for Peace) ก็ไม่ต่างกัน ผู้คนทั่วสหรัฐฯ ต่างเฝ้ารอและยินดีต้อนรับตามเส้นทางที่พระภิกษุเดินผ่าน เกิดเป็นภาพไวรัลที่อบอุ่นหัวใจ
ตลอดเส้นทาง ผู้คนออกมายืนรอริมถนนเพื่อมอบดอกไม้สีขาว พระภิกษุแสดงธรรม ให้โอวาท และผูกสายสิญจน์เพื่อสร้างขวัญกำลังใจ กลายเป็นภาพแห่งศรัทธาทางจิตวิญญาณที่ช่วยปลอบประโลมใจผู้คน ในช่วงเวลาที่โลกเต็มไปด้วยความตึงเครียดและความขัดแย้ง
การเดินครั้งนี้มีผู้ติดตามผ่านช่องทางออนไลน์มากกว่า 1 ล้านคน ยอดไลก์และแชร์จำนวนมหาศาลสะท้อนให้เห็นว่า การเคลื่อนไหวที่เรียบง่ายและสงบนิ่ง กลับได้รับความสนใจอย่างล้นหลามในสังคมร่วมสมัย
หว่านเมล็ดพันธุ์สันติภาพ ท่ามกลางสังคมที่แตกแยก
ในขณะที่สหรัฐฯ กำลังเผชิญกับความแตกแยกทางความคิด วิกฤตสุขภาพจิต และความขัดแย้งทั้งภายในและภายนอกประเทศ การเดินทางครั้งนี้เปรียบเสมือนการหว่านเมล็ดพันธุ์แห่งสันติภาพลงบนหัวใจผู้คน เพื่อให้ค่อย ๆ แผ่ขยายจากตัวตน สู่ครอบครัว ชุมชน ประเทศชาติ และโลกใบนี้
จุดเริ่มต้นของการเดินทาง
การเดินเท้าเพื่อสันติภาพเริ่มต้นขึ้นในเช้าวันที่ 26 ตุลาคม 2025 ณ วัดพุทธหวงเต๋า เมืองฟอร์ตเวิร์ธ รัฐเท็กซัส พระภิกษุสงฆ์ออกเดินทางแสวงบุญระยะทางกว่า 2,300 ไมล์ มุ่งหน้าขึ้นเหนือ ผ่านหลายรัฐ รวมถึงพื้นที่ชนบทของรัฐเวอร์จิเนีย ก่อนเข้าสู่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมความสามัคคี ความเมตตา และการเยียวยาทางจิตใจให้กับสังคมอเมริกัน
ทุกวันพระภิกษุจะเริ่มออกเดินตั้งแต่ยามเช้าตรู่ และเดินต่อเนื่องจนพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า ทำเช่นนี้ติดต่อกันนานกว่าสามเดือน จนระยะทางสะสมเดินทางไปแล้วกว่าครึ่งหนึ่งของเส้นทางทั้งหมด
สองฝีเท้าที่ก้าวไปบนถนนอย่างเงียบงัน ไม่เพียงช่วยประหยัดพลังงาน แต่ยังเปิดพื้นที่ให้การเจริญสติและวิปัสสนากรรมฐานเกิดขึ้นในทุกย่างก้าว หัวใจหลักของโครงการนี้ตั้งอยู่บนหลักสันติภาพ ความเมตตา การสมานฉันท์ และการเยียวยาโลก เอาชนะสงครามด้วยความสงบ และกลบเสียงอาวุธด้วยเสียงสวดมนต์
“เราวางแผนที่จะไปวอชิงตัน ดี.ซี. เพราะที่นั่นคือหัวใจของประเทศชาติ เราเชื่อว่าหากเข้าถึงหัวใจของประเทศได้ ก็จะเข้าถึงหัวใจของชาวอเมริกันทั่วประเทศ และส่งต่อสารแห่งสันติภาพจากจุดนั้น” นีราช บาจราชารยา เจ้าหน้าที่ประสานงานภาครัฐและสื่อมวลชนของโครงการ กล่าวกับสื่อ
พระภิกษุที่ร่วมเดินทางได้รับการเชิญจากพระภิกษุปัญญาการะ ผู้นำการเดินเพื่อสันติภาพ โดยมีทั้งพระจากรัฐต่าง ๆ ในสหรัฐฯ เช่น เท็กซัส เคนตักกี้ และเวอร์จิเนีย รวมถึงพระจากหลายประเทศ อาทิ ฝรั่งเศส ไทย ลาว เวียดนาม อินเดีย
ตลอดการเดินทาง พระภิกษุจะฉันภัตตาหารเฉพาะที่ได้รับจากชาวบ้าน และพักอาศัยเฉพาะในที่พักพิงที่มีผู้จัดหาให้เท่านั้น ในคณะนี้ยังมีพระภิกษุจากพุทธศาสนานิกายเถรวาท ซึ่งยึดถือพระวินัยดั้งเดิมอย่างเคร่งครัด คือดำรงชีวิตในเพียงสามอิริยาบถ ได้แก่ เดิน ยืน และนั่ง โดยไม่เอนกายนอนราบ และนั่งสมาธิหลับตลอดคืน
อุปสรรคระหว่างทาง
การเดินเพื่อสันติภาพครั้งนี้ต้องเผชิญกับอุปสรรคไม่น้อย ทั้งสภาพอากาศที่โหดร้าย ไม่ว่าจะเป็นหิมะ น้ำแข็ง หรืออุณหภูมิที่หนาวจัด นอกจากนี้ ในเดือนพฤศจิกายนยังเกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกพุ่งชนรถนำทางของขบวน จนรถกระเด็นไปชนพระภิกษุสองรูป ส่งผลให้ได้รับบาดเจ็บ โดยหนึ่งในนั้นต้องสูญเสียขาและยุติการเดินทางลง ทว่าความสูญเสียและความยากลำบากก็ไม่อาจหยุดยั้งภารกิจแห่งสันติภาพนี้ได้
“อโลกา” สุนัขร่วมทางแห่งสันติภาพ
อีกหนึ่งตัวละครสำคัญของการเดินทางครั้งนี้คือ “อโลกา” สุนัขที่พระปัญญาการะช่วยเหลือมาจากประเทศอินเดียในปี 2022 ชื่อของมันมาจากภาษาสันสกฤต แปลว่า “แสงศักดิ์สิทธิ์” อโลกาได้ร่วมเดินทางเคียงข้างพระภิกษุ และกลายเป็นขวัญใจของผู้ติดตามบนโซเชียลมีเดีย
แม้ช่วงปีใหม่อโลกาจะได้รับบาดเจ็บที่ขาและต้องเข้ารับการผ่าตัดที่รัฐเซาท์แคโรไลนา แต่ล่าสุดก็กลับมาร่วมเดินทางได้เป็นช่วง ๆ โดยเดินประมาณ 10 นาที วันละ 6 ครั้ง ระหว่างการฟื้นฟูร่างกาย สุนัขสี่ขาตัวนี้จึงกลายเป็นสัญลักษณ์เล็ก ๆ ที่ย้ำเตือนว่า สันติภาพสามารถขับเคลื่อนได้โดยทุกชีวิต
ข่าวฮีลใจในวันที่โลกตึงเครียด
การเดินเท้าเพื่อสันติภาพถูกถ่ายทอดสดผ่านโซเชียลมีเดียของโครงการ ซึ่งมีผู้ติดตามมากกว่า 1 ล้านคน ผู้ชมจำนวนไม่น้อยบอกตรงกันว่า การได้หยุดเลื่อนดูภาพแห่งสันติภาพเช่นนี้ ดีกว่าการเสพข่าวร้ายที่เต็มไปด้วยความโกรธและความสิ้นหวัง
ภาพการเดินอย่างช้า ๆ ของพระภิกษุบนทางหลวงและในเมืองเล็ก ๆ ช่วยสร้างบรรยากาศแห่งความสงบ ที่ค่อย ๆ แผ่ซึมเข้าสู่ใจผู้ชม จนกลายเป็นคอนเทนต์ทางเลือกในยุคที่ข่าวร้ายครอบงำหน้าฟีด
ตลอดเส้นทาง ขบวนจะแวะไปยังเมืองหลวงของแต่ละรัฐที่เดินผ่าน และไม่ว่าจะไปถึงที่ใด ฝูงชนหลายพันคนก็มักออกมารอต้อนรับ โดยเฉพาะในช่วงสี่ไมล์สุดท้ายก่อนเข้าสู่แต่ละเมือง
อีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญเมื่อเดินทางถึงกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. คือการยื่นข้อเสนอให้รัฐสภาสหรัฐฯ พิจารณาประกาศ “วันวิสาขบูชา” ซึ่งเป็นวันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพานของพระพุทธเจ้า ให้เป็นวันหยุดราชการ
สันติภาพที่ยังคงก้าวเดิน
จนถึงขณะที่คุณอ่านบทความนี้ เหล่าพระภิกษุยังคงก้าวเท้ามุ่งหน้าสู่วอชิงตัน ดี.ซี. เพื่อสอนโลกให้รู้จักสันติภาพ ความเมตตา การเยียวยา และการให้อภัย
การให้อภัยในที่นี้ ไม่ใช่การลืมความเจ็บปวดหรือปฏิเสธความผิดพลาด แต่คือการเลือกไม่เก็บความเกลียดชังไว้ในใจ เป็นการปล่อยวางสิ่งที่เป็นพิษต่อตนเอง เพื่อเปิดทางให้การเยียวยาได้เริ่มต้นขึ้น
สันติภาพที่กำลังเคลื่อนไหวด้วยสองเท้านี้ กำลังแผ่ซ่านไปตามเส้นทางที่พระสงฆ์เดินผ่าน เขย่าหัวใจของผู้คนทุกวัย ทุกเชื้อชาติ ท่ามกลางความหลากหลายทางศาสนา และแม้แต่ในหมู่ผู้ที่ไม่นับถือศาสนาใดเลย



