“ถ้าจะทำ ต้องทำให้สุด” เป้าหมายสุดท้าทาย CEO อารียา สู่การ Come back ตลาด Super Luxury

ข้อดีของการได้พูดคุยกับ “เบอร์หนึ่ง”องค์กร บริษัท หรือแบรนด์นั้นๆ คือการที่เราจะได้มากกว่าตัวเลขหรือรายละเอียดข้อมูลต่างๆ และครั้งนี้ก็เช่นกัน กับการเยือนสำนักงานใหญ่อารียาเพื่อพูดคุยกับ คุณวิศิษฎ์ เลาหพูนรังษี ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ บริษัท อารียา พรอพเพอร์ตี้ กับโปรเจค Chalermnit Art De Maison ที่เจ้าตัวบอกกับเราว่า ถอดความฝันของเขาออกมาสร้างเป็นโครงการนี้ แน่นอนว่านี่ไม่ใช่แค่เพชรน้ำเอกใหม่ของอารียา แต่เป็นการเดิมพันอนาคตสู่เซ็กเมนต์ Super Luxury ของผู้บริหาร “หัวใจศิลปิน”คนนี้ด้วย

“เราไม่ได้ต้องการแค่สร้างคอนโดฯ แต่สิ่งที่ผมรวมทั้งทีมงานอารียาทุกคนต้องการทำ คือเรากำลังสร้างสรรค์งานศิลปะชิ้นหนึ่งที่เป็นสมบัติล้ำค่า ในรูปแบบที่อยู่อาศัย นั่นเป็นเหตุผลสำคัญว่าทำไมสิ่งที่ดีที่สุด ถึงมารวมอยู่ใน Chalermnit Art De Maison”

ก้าวสำคัญสู่ตลาดลักชัวรี่ของอารียา

หากนึกถึงผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ลำดับต้น ๆ ของประเทศไทย ชื่อของบริษัท “อารียา พรอพเพอร์ตี้” น่าจะเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่คุ้นเคยกันเป็นอย่างดี นับตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2543 อารียาได้สั่งสมความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัยคุณภาพสูงหลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นโครงการบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม หรือคอนโดมิเนียม ซึ่งครอบคลุมทุก ๆ Segment จนกลายเป็นแบรนด์ที่ได้รับความเชื่อมั่น และความไว้วางใจอย่างสูงจากผู้ซื้อบ้าน ซึ่งสะท้อนจากความสำเร็จของโครงการหลายโครงการ อาทิ โครงการคอนโด เอ สเปซ, โครงการอารียา เมโทร และโครงการอารียา แมนดารีนา

กระทั่งในปี พ.ศ. 2560 อารียาเริ่มปรับทิศทางแบรนด์ และหันมาโฟกัสใน Premium Segment อย่างเป็นรูปธรรม มากขึ้น ดังจะเห็นได้จากการเปิดตัว The AVA Residence โครงการบ้านเดี่ยวสไตล์ Modern Luxury ณ ใจกลางสุขุมวิท ซึ่งมีราคาเริ่มต้นที่ 30-80 ล้านบาท

และการเปิดตัว“Chalermnit Art de Maison” Super Luxury Condo มูลค่ารวมกว่า 1.7 พันล้านบาท ณ Prime Location บนถนนสุขุมวิท 53 ถือเป็นการคัมแบ็กครั้งสำคัญที่หลายคนจับตา

 

“จริงๆแล้วไม่ใช่เรื่องใหม่ ก่อนหน้านี้เราเคยทำโครงการลักชัวรี่มาก่อน จนกระทั่งโอกาสเหมาะที่เราได้ที่ดินแปลงนี้ ซึ่งการกลับมาครั้งนี้ผมให้ความสำคัญมาก เน้นย้ำกับทีมงานทุกรายละเอียด ต้องทำให้ดีที่สุด  เพราะผู้บริโภคลูกค้าจะจดจำเราจากช่วงแรก มีเท่าไร ต้องใส่ให้หมด” ผู้บริหารย้ำ

คุณวิศิษฎ์ เลาหพูนรังษี ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ บริษัท อารียา พรอพเพอร์ตี้

 

จากผืนที่ดินสุด Exclusive สู่โปรเจค “เพชรน้ำเอก”แห่งย่านทองหล่อ

สุขุมวิท 55 นั่นคือเส้นทองหล่อที่เราคุ้นเคย เป็นทำเลทองย่านธุรกิจ ที่ผสมไลฟ์สไตล์ของผู้คนในเมืองกรุง ทั้งตอนกลางวันและกลางคืน อย่างที่ใครหลายคนพูดว่าทองหล่อไม่เคยหลับ เพราะเต็มไปด้วยออฟฟิศทำงาน แหล่งแฮงค์เอาท์ ร้านอาหาร

แน่นอนว่านี่เป็นอีกหนึ่งทำเลทองของกรุงเทพ ยืนยันด้วยราคาเฉลี่ยคอนโดฯที่ชิดเพดานไปแล้ว ถึง3 แสน/ต.ร.ม.อย่างไรก็ตามท่ามกลางความเจริญก็ต้องแลกด้วยความวุ่นวาย แสง สี เสียง ..ดูเหมือนว่าเส้นสุขุมวิท 55 จะไม่ใช่สวรรค์สำหรับคนที่ต้องการการพักผ่อนอยู่อาศัยจริงๆ

ทว่าถัดจากเส้นสุขุมวิท 55 อย่างซอยสุขุมวิท 53 ด้วยการมีซอยย่อยที่ตัดผ่านไปถึงสุขุมวิท 55 ถึง 3 ซอย ทำให้ประสานเป็นเนื้อเดียวกับย่านทองหล่อ เดินไปกินข้าวยังได้ แต่ความแตกต่างคือได้บรรยากาศที่เงียบสงบ เต็มไปด้วยความร่มรื่นของต้นไม้ในซอย นี่คือความเจ๋งของทำเลนี้ พูดได้ว่าเป็นทองหล่อที่ Exclusive กว่าทองหล่อ

และเหตุผลของคำว่า Exclusive จริงๆ คือที่ดินในย่านนี้ ส่วนใหญ่เป็นบ้านของเจ้าสัวเมืองไทยหลายๆคน ที่เชื่อว่าถ้าพูดก็ต้องร้องอ๋อ ซึ่งไม่มีทางเลยที่จะได้มาทำโครงการง่ายๆ แต่อารียาก็ได้มา..

“ที่ดินประมาณ 1 ไร่กว่าๆแปลงนี้ เป็นของดร.สุเมธ ชุมสาย ณ อยุธยา จริงๆก็มีคนมาติดต่อแต่ท่านไม่สนใจที่จะขาย จนกระทั่งผมได้มีโอกาสพูดคุยกับท่านแล้วถูกนิสัยน้ำใจกัน ผมเล่าว่าอยากจะทำโครงการแบบนี้ ใส่รายละเอียดแบบนี้ ท่านเองเป็นสถาปนิกที่มีผลงานระดับประเทศก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็นอาคารพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ จังหวัดปทุมธานี ที่เป็นอาคารลูกบาศก์ 2 ลูกตั้งเอียง “ตึกหุ่นยนต์” ธนาคารเอเซีย ท่านก็อยากเห็นความเปลี่ยนแปลงในวงการอสังหาริมทรัพย์ ที่จะมีผู้พัฒนาทำแบบนี้ ท่านจึงสนใจที่จะร่วมสร้างโปรเจคด้วยกัน  ก็เลยเป็นที่มาของความร่วมมือกันเกิดขึ้น”

The Novel Perspectives of Luxurious Japanese-inspired Residence

ด้วยทำเลที่อยู่ในโซนสุขุมวิทตอนกลาง ซึ่งเป็นย่านที่ชาวต่างชาติชอบอยู่อาศัยโดยเฉพาะชาวญี่ปุ่น เมื่อผนวกกับรสนิยมความชอบในเจแปนนิสสไตล์แล้ว คอนเซ็ปต์การก่อสร้างและการตกแต่งทั้งหมด จึงต้องเป็นรูปแบบญี่ปุ่น เพียงแต่เขาเน้นว่าไม่ใช่แบบเซนที่เรารู้จักทั่วไปเท่านั้น แต่จะเพิ่มดีไซน์ ความโดดเด่น กิมมิคต่างๆ ให้ดูพรีเมี่ยมขึ้น

Chalermnit Art De Maison คอนโด Super Luxury Low Rise สูง 8 ชั้น บนที่ดินกว่า 1 ไร่ 1 งาน รวมทั้งสิ้น 122 ยูนิต โดยมีพื้นที่ใช้สอย 35.65-161.25 ตร.ม. และกำหนดราคาขายเฉลี่ย ไว้ที่ตารางเมตรละ 250,000 บาท

ด้วยจิตวิญญาณการใช้ชีวิตอันละเมียดละไมของชาวญี่ปุ่น ที่วิศิษฎ์กับทีมงานออกแบบนำมาตีความใหม่ โดยผสมผสาน ความโมเดิร์นและความหรูหราไว้อย่างกลมกล่อม จนเกิดเป็นคอนเซ็ปต์ “The Novel Perspectives of Luxurious Japanese-inspired Residence” ที่พร้อมจะสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับการอยู่อาศัยในระดับ Hi-end ไม่ใช่ญี่ปุ่นธรรมดาแต่เป็นญี่ปุ่นระดับจักรพรรดิ!

 

“ผมชอบที่จะทำบ้านที่ใส่ใจรายละเอียดทุกเม็ด จัดของที่ดีที่สุดที่เราจะสรรหาได้ใส่ไปให้แบบไม่กั๊ก   จนมาโครงการนี้ที่ดูแล้วจะสามารถทำได้  ผมเชื่อว่าญี่ปุ่นเป็นประเทศในฝันของเราหลายคน บ้านเมืองเขามีวัฒนธรรมที่สำคัญคือมีความใส่ใจรายละเอียดทุกเม็ด มีความเรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยรายละเอียดยิบ คำตอบก็เลยมาลงตัวที่สไตล์ญี่ปุ่น”

 

มีออนเซ็นแยกชายหญิง ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ชาวญี่ปุ่น

เหนือกว่าราคาคือความคุ้มค่า ไฮเอนด์ทุกตารางนิ้ว ไม่มีกั๊ก

นี่คือความหมายของการสร้างบ้านด้วยหัวใจของเขา

“ถ้าจะให้ลูกค้าชอบ เราต้องชอบก่อน ต้องคิดว่าเรากำลังสร้างสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตนเอง โครงการนี้ผมใช้ประสบการณ์ที่ทำงานอสังหาฯมานาน ประกอบกับเดินทางหลายประเทศทั่วโลก เราเห็นอะไรที่เราชอบ เราประทับใจ เราก็เอามาใส่ อะไรที่มีประโยชน์แล้วผู้บริโภคใช้ได้จริง ผมไม่ลังเลที่จะลงทุนตรงนี้ ที่จะทำให้คนอยู่อาศัยมีความสุขที่สุด”

Chalermnit Art De Maison มีแบบห้องที่ Customize มากถึง 25 แบบให้ลูกค้าเลือก ซึ่งตอบโจทย์แบบรายบุคคล บางคนอาจจะชอบห้องนอนกว้าง บางคนห้องนอนไม่ต้องกว้างแต่ขอห้องครัวใหญ่ ซึ่งสามารถเลือกได้ตามไลฟ์สไตล์ ซึ่งนี้เป็นจุดขายที่หาไม่ได้ง่ายแน่นอนในโครงการทั่วไป

นอกจากนี้ ดร.สุเมธ ยังเป็นที่ปรึกษาในการออกแบบโครงการร่วมกันกับบริษัท Design ชั้นนำของประเทศญี่ปุ่น อีกด้วย และใช้ผู้รับเหมาเป็นบริษัท รินไคนิสสัน ซึ่งเป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้างชั้นนำของญี่ปุ่น มาดูแลงานด้าน Construction เพื่อการันตีความพิถีพิถัน

แม้ต้นทุนสูงขึ้นแต่ผู้บริหารอารียาบอกว่า “คุ้ม” ถ้าคิดจะให้เกิดก็ต้องเล่นให้สุด

ยังมีคุณ Conomi Hara ศิลปินชื่อดังชาวญี่ปุ่นที่ได้รับคัดเลือกจากรัฐบาลญี่ปุ่นให้เป็นผู้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะในช่วง Tokyo Olympic 2020 มาช่วยออกแบบงาน Art Installation ในโครงการอีกด้วย

ไม่ใช่แค่ด้านดีไซน์ความสวยงาม แต่มีเรื่องฟังก์ชั่นการใช้งาน โดยเฉพาะไฮไลท์ทีเด็ด คือระบบจอดรถอัตโนมัติ (Automatic Parking Service) ที่ใช้บริษัท IHI ซึ่งเป็นบริษัทเบอร์หนึ่งจากญี่ปุ่นในด้านนี้ มาดูแลออกแบบ และบำรุงรักษา

“ความโดดเด่นของพาร์ทเนอร์เราคือการบำรุงดูแลรักษา ซึ่งตรงนี้เป็นสิ่งที่ยาก บางโครงการมี Automatic Parking แต่ขาดการบำรุงรักษาที่ดี ผ่านไปไม่นานระบบเสีย เราลงทุนใช้บริษัทที่เป็นเบอร์หนึ่งมาดูแลโซลูชั่นตรงนี้ ก็ด้วยเหตุผลเดิมที่ได้บอกไว้ ลูกบ้านต้องได้รับความสบายและยั่งยืนที่สุด”

นั่นคือ Facilities ระดับ World-class ที่เป็นไฮไลท์ ตามมาด้วยGolf Simulator Room, Private Courtyard รวมไปถึงฟิตเนส สระว่ายน้ำ Indoor Swimming Pool และออนเซนในแบบฉบับญี่ปุ่นแท้ ๆแยกชายหญิงรองรับอีกด้วย

 

เห็นเลยว่านี่เป็นโครงการที่ผู้บริหารใส่ใจทุกตารางนิ้ว โดยมีนัยยะสำคัญเพราะโครงการนี้ถือเป็นการประกาศชักธงรบที่เป็นรูปธรรมในกลุ่มพรีเมี่ยมของอารียา ซึ่งเป็นก้อนเค้กใหญ่ที่คู่แข่งทุกเจ้าต่างอยากเข้ามาแบ่ง โดยเฉพาะในยุคที่เศรษฐกิจแบบนี้ ตลาดล่างกับกลางยังไปได้ไม่ดีเท่าไหร่ ถ้าจะโตแบบกระโดดต้องเล่นกับตลาดบนเท่านั้น

แต่ก็อย่างที่รู้ จะได้เงินเม็ดเงิน “คนรวย” ราคาไม่ใช่ประเด็น อยู่ที่ว่าจะทำได้ถูกจริต ตรงโจทย์ โดนใจหรือเปล่า นี่คือคำถามสำคัญ และวันนี้วิศิษฎ์ก็พร้อมแล้วที่จะนำอารียาเข้าสู่สมรภูมิ โดยยังมีโครงการในอนาคตที่เป็นซูเปอร์ลักชัวรี่สุดๆ ใจกลางราชดำริบนที่ดินผืนประวัติศาสตร์อันเป็นที่ตั้งเดิมของ AUA ราชดำริ จะเปิดตัวในปี พ.ศ. 2561 ซึ่งน่าจะแถลงข่าวในเร็ววันนี้

 

Chalermnit Art de Maison Sukhumvit 53

Starts 10 MB

For more information Tel. 1797 chalermnit