5 ยุทธศาสตร์ EXIM BANK ปรับบทบาทใหม่ เร่งติดอาวุธ SMEs

EXIM BANK ปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจและการค้าโลก ตอบสนองนโยบายรัฐบาล ร่วมเป็นส่วนหนึ่งขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การค้าการลงทุนระหว่างประเทศของไทย พร้อมเร่งติดอาวุธ SMEs ผลักดันการเติบโตของภาคส่งออกและรุกขยายธุรกิจออนไลน์ในโลกยุคใหม่ ตามแผนแม่บท 10 ปี (ปี 2560-2570)

การส่งออกของไทยในช่วงครึ่งปีแรกที่ขยายตัว 7.8% สูงกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ในช่วงต้นปีอย่างมาก ทำให้การส่งออกของไทยในช่วงครึ่งปีหลังมีแนวโน้มที่จะขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และมีความเป็นไปได้สูงที่การส่งออกทั้งปี 2560 จะขยายตัวได้ราว 3-5% สูงสุดในรอบ 6 ปี และกลับมาเป็นตัวผลักดันที่ช่วยในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอีกครั้ง

กอปรกับเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวดีขึ้น โดยเฉพาะคู่ค้าสำคัญของไทยอย่างสหรัฐฯ ยุโรป และญี่ปุ่น ส่วนตลาดใหม่หรือที่เรียกว่า New Frontiers โดยเฉพาะ CLMV (กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา และเวียดนาม) มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง มีความต้องการและนิยมสินค้าไทยอย่างมาก ทำให้ผู้ส่งออกไทยยังมีโอกาสที่จะขยายการค้าการลงทุนระหว่างประเทศอีกมาก

 

EXIM BANK เพิ่มโอกาสพร้อมผลักดันเต็มที่

ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย หรือ EXIM BANK พร้อมผลักดัน SMEs ไทยเต็มที่ ด้วยจุดแข็งของการเป็นสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐภายใต้การดูแลของกระทรวงการคลัง ทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง ทำให้ EXIM BANK ติดอาวุธให้กับผู้ส่งออกไทย ทั้งเรื่องการเงิน การตลาด และการผลิต

เชิงรุก EXIM BANK พร้อมสนับสนุนด้านเงินทุนหมุนเวียน ส่งเสริมการขยายเครือข่ายทางการค้ากับภาครัฐและเอกชน ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อให้ได้ข้อมูลด้านพฤติกรรมผู้บริโภค กฎระเบียบ และช่องทางทำการตลาด

เชิงรับ EXIM BANK มีเครื่องมือบริหารความเสี่ยงจากการค้าระหว่างประเทศ ทั้งความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ความเสี่ยงของผู้ซื้อ และความเสี่ยงของประเทศผู้ซื้อ เพื่อช่วยให้ผู้ส่งออกไทยได้รับชำระเงินค่าสินค้าจากผู้ซื้อในต่างประเทศทุกครั้งที่ส่งออก ไม่ประสบปัญหาขาดสภาพคล่องจนทำให้ธุรกิจสะดุด สามารถทุ่มเทเวลาและทรัพยากรที่มีอยู่ไปใช้ในการพัฒนาสินค้าให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้นและแข่งขันได้มากขึ้น

 

“EXIM BANK ในวันนี้กำลังจะย่างเข้าสู่ปีที่ 24 ของการเปิดดำเนินงาน และอยู่ในระหว่างการปรับบทบาทครั้งใหญ่ตามแผนแม่บท 10 ปี (ปี 2560-2570) ของ EXIM BANK โดยสอดคล้องกับโมเดลไทยแลนด์ 4.0 แผนยุทธศาสตร์ 20 ปีของประเทศ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 (ปี 2560-2564) และแผนยุทธศาสตร์รัฐวิสาหกิจสาขาสถาบันการเงิน ด้วยความมุ่งมั่นที่จะยกเครื่ององค์กรให้มีรูปแบบการดำเนินธุรกิจเทียบเคียงกับสถาบันการเงินเฉพาะกิจชั้นนำในต่างประเทศที่มีภารกิจเดียวกัน” พิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) กล่าว

5 ยุทธศาสตร์หลักของ EXIM BANK ที่จะเร่งเดินเครื่องผลักดันเต็มสูบ เพื่อให้องค์กรบรรลุเป้าหมายตามแผนแม่บท 10 ปี

  1. การรุกสร้างโอกาสทางการค้าและการลงทุนของไทยในตลาดใหม่(Market Maker) โดยมุ่งแสวงหาตลาดใหม่ รวมถึงตลาด CLMV ที่ยังมีความต้องการสินค้าและบริการสูง เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ให้ผู้ประกอบการไทยในการขยายการค้าและการลงทุน หลังจากตลาดหลักเดิมเริ่มอิ่มตัวและชะลอการเติบโต โดย EXIM BANK มีแผนเปิดสำนักงานผู้แทนใน สปป.ลาว ในปี 2561
  2. การเป็นที่ปรึกษาและสนับสนุนทางการเงินให้โครงการลงทุนของภาครัฐและเอกชนไทยในต่างประเทศ (National Investment Advisor)โดยบูรณาการความเชี่ยวชาญจากพันธมิตร ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ผลักดันให้เกิดโครงการลงทุนเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจในภูมิภาค อาทิ ลุ่มแม่น้ำโขงและระเบียงเศรษฐกิจ
  3. การขยายตลาดประกันการส่งออกและลงทุนอย่างครบวงจร ด้วยนวัตกรรมและเครือข่ายพันธมิตร(Integrated Insurer) โดย EXIM BANK อยู่ระหว่างการปรับปรุงการให้บริการออนไลน์ เพื่อช่วยให้ผู้ส่งออกไทย โดยเฉพาะ SMEs เข้าถึงบริการที่ช่วยคุ้มครองความเสี่ยงทางการค้าระหว่างประเทศผ่านบริการประกันของ EXIM BANK ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว
  4. การส่งเสริมการค้าและการทำธุรกรรมออนไลน์ (E-Trading Ecosystem)เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs เข้าสู่โลกการค้าดิจิทัลได้อย่างประสบความสำเร็จและแข่งขันได้
  5. การส่งเสริมความรู้ การอบรมบ่มเพาะและสนับสนุนทางการเงินให้SMEs ที่มีศักยภาพ มุ่งเน้นนวัตกรรมและเทคโนโลยีการผลิตสินค้าและบริการ ให้เป็นผู้ส่งออกและแข่งขันได้ในตลาดโลก (Hi-Potential SMEs Accelerator) โดยความร่วมมือกับพันธมิตรในภาครัฐและเอกชน

นอกจากนี้ ยังมียุทธศาสตร์ที่ 6 เพื่อปรับปรุงกระบวนการทำงานของ EXIM BANK และสนับสนุนให้แผนยุทธศาสตร์ทั้ง 5 ประการข้างต้นบรรลุผลสำเร็จ

พิศิษฐ์ กล่าวต่อว่า “แผนแม่บท 10 ปีเป็นผลจากการทำงานของ EXIM BANK ร่วมกับภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาจุดยืนที่เหมาะสมที่จะทำให้ EXIM BANK สามารถทำหน้าที่ได้อย่างแข็งขันและมีบทบาทสำคัญในการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศไทย นำมาซึ่งรายได้ที่เป็นเงินตราต่างประเทศ ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การค้าการลงทุนระหว่างประเทศของไทยได้อย่างแท้จริง ช่วยต่อยอดการพัฒนาเศรษฐกิจ และเสริมสร้างรากฐานการพัฒนาประเทศไทยอย่างยั่งยืน”

ตั้งเป้าผู้ส่งออก SMEs 12,500 ราย

เป้าหมายระยะยาวของ EXIM BANK คือ ในอีก 10 ปีข้างหน้าจะมีลูกค้าที่เป็นผู้ส่งออก SMEs 12,500 ราย คิดเป็นกว่า 30% ของผู้ส่งออก SMEs ทั้งประเทศ เป็นจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากปี 2559 ซึ่ง EXIM BANK มีลูกค้าที่เป็นผู้ส่งออก SMEs 2,242 ราย หรือ 8.6% ของผู้ส่งออก SMEs ทั้งประเทศของไทยซึ่งมีจำนวนทั้งสิ้นประมาณ 26,000 ราย

ปี 2560 เป็นปีแรกของการปรับบทบาทใหม่และเริ่มต้นแผนยกเครื่ององค์กรครั้งใหญ่ EXIM BANK มุ่งเน้นส่งเสริมให้ SMEs ที่มีศักยภาพส่งออกได้ โดยเข้าถึงแหล่งเงินทุนและบริการประกันการส่งออกซึ่งจะเป็นเครื่องมือหลักที่ช่วยให้ SMEs ไทยขยายธุรกิจส่งออกแม้ในตลาดใหม่ๆ หรือผู้ซื้อรายใหม่ได้อย่างมั่นใจ โดย EXIM BANK ได้เร่งพัฒนาบริการและช่องทางการให้บริการ อาทิ การเสนอเงื่อนไขสินเชื่อและอัตราดอกเบี้ยที่ผ่อนปรน รวมถึงพัฒนาระบบการให้บริการออนไลน์

 

“EXIM BANK วันนี้กำลังพัฒนาองค์กรและบริการตอบสนองความต้องการของภาคธุรกิจ โดยสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน เพื่อทำหน้าที่สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐร่วมกับพันธมิตรในภาครัฐและเอกชนทั้งในและต่างประเทศในการให้คำปรึกษาแนะนำ ความรู้ทางการเงิน และเครื่องมือทางการเงินที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการไทยสามารถส่งออกสินค้าและบริการของไทยไปยังตลาดโลกได้อย่างประสบความสำเร็จ ก้าวข้ามอุปสรรคและปัจจัยท้าทายในโลกการค้ายุคใหม่ ช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจและสังคมไทยอย่างยั่งยืน” พิศิษฐ์กล่าวทิ้งท้าย