หลังสถานการณ์โควิด-19 ภาคการเดินทางและการท่องเที่ยวมีสัญญาณการฟื้นตัวที่ดี อุตสาหกรรมท่องเที่ยวและโรงแรม (Travel & Tourism) ปี 2024 คาดว่าตลาดมีมูลค่า 927.30 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ อัตราการเติบโตโดยเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 3.47% มีกลุ่มตลาดโรงแรมเป็นสำคัญ คิดเป็นมูลค่าราว 447 พันล้านดอลลาร์
ในเชนโรงแรมระดับสากลที่มีสาขาอยู่ทั่วทุกมุมโลก และครองส่วนแบ่งการตลาดในธุรกิจที่พักโรงแรม คือ แมริออท (Marriott)
แมริออทประกอบด้วยโรงแรมในเครือ 8,785 แห่ง ห้องพัก 1.6 ล้านห้อง ใน 139 ประเทศทั่วโลก 31 แบรนด์ ภายใต้เครือแมริออท แบ่งออกเป็น 3 Tiers ได้แก่
-Luxury เช่น St. Regis Hotels
-Premium เช่น Marriott, RENAISSANCE, Sheraton , Le Meridien
-Selective เช่น Moxy, Courtyard
แต่ละเซกเมนต์พยายามทำให้ชัดเจน จำแนกได้ ไม่ทับซ้อนกัน อย่างเช่นในลักซ์ชัวรีะมี Ultra luxury ไปอีก และSelect ที่เป็นตัวเลือกแบบเฉพาะตัว
เจสัน นูเอล (Jason Nuell) รองประธานด้านประสบการณ์ลูกค้าและบริการออกแบบอาหารและเครื่องดื่ม (Vice President, Customer Experience and Food & Beverage Design Services) (ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกไม่รวมจีน) ซึ่งเป็นตำแหน่งใหม่ที่เจสันได้รับการแต่งตั้ง โดยทำหน้าที่ดูแลกลยุทธ์ของแบรนด์ในระดับภูมิภาค ครอบคลุมการจัดการแบรนด์ การเปิดใช้งานแบรนด์ และการตรวจสอบการออกแบบแบรนด์สำหรับแบรนด์ทั้งหมดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ร่วมกับทีม Global Brand ทั้งหมด มุ่งเน้นส่งเสริมความแตกต่างของแบรนด์
เจสันเคยเป็นหัวหอกริเริ่มโครงการและกลยุทธ์ที่โดดเด่นหลากหลาย ทั้งการเปลี่ยนโฉมแบรนด์ไลฟ์สไตล์ Renaissance และยังเป็น Brand Advocate คนแรกของบริษัทในยุโรปที่ดูแลแบรนด์ Renaissance การเปิดตัวโรงแรม Moxy และ AC Hotels by Marriott การฟื้นฟูโรงแรม Element และ Aloft หลังการควบรวมกิจการกับ Starwood และการเปลี่ยนโฉมโรงแรม Sheraton Hotels & Resorts ทั่วโลก
ซึ่งการดีไซน์แบรนด์ให้มีความแตกต่างแต่โดดเด่นตามแบบของเจสัน ยึดใน 3 กลยุทธ์หลัก คือ
- แบรนด์และดีไซน์ ต้องเหมาะสมเข้ากับภาพลักษณ์ และยังต้องขายได้ถูกใจตลาดแม้จะผ่านไป 3- 5 ปี ต้องมั่นใจว่าแบรนด์จะ stay available
- customer experience ยึดความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก เริ่มจากลูกค้าว่าต้องการอะไรบ้าง มีแบรนด์หรือมีโปรดักส์ที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้ทุกประเภท จะเป็นลูกค้าที่เดินทางกับครอบครัว ลูกค้าที่เดินทางส่วนตัว หรือว่าตัวคนเดียว โรงแรมทุกเซกเมนต์ต้องตอบโจทย์ทั้งด้านงบประมาณ และประสบการณ์
- F&B Restaurant ในเอเชียแปซิฟิกเรื่องอาหารมีความสำคัญมาก เจสันพยายามโฟกัส Food and Beverage ในโรงแรมให้โดดเด่น ต้องแข่งขันกับร้านอาหารข้างนอกด้วย เพราะเกี่ยวเนื่องกับ customer experience โรงแรมต้อง stay ahead เรื่องเทรนด์ เพื่อที่จะได้รู้ว่ารอบตัวเกิดอะไรขึ้นบ้าง ซึ่ง F&B จะมี cycle ในการรีโนเวทบ่อยกว่าโรงแรมด้วยซ้ำ เพราะการเปลี่ยนแปลงในธุรกิจอาหารเร็วยิ่งกว่า ทั้งยังพยายามจะหาโอกาสในการ collaboration กับ celebrity chef บ้างในบางโอกาส ร้านอาหารในโรงแรมที่แมริออทไปเปิดจะต้องมี Traditional หรือว่า culture ของแต่ละที่ Showcase ด้วย
เจสัน กล่าวต่อว่า เทรนด์การท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงเข้าสู่ยุคใหม่นี้ นักเดินทางมองหาการบริการที่พิเศษ มีความเฉพาะกลุ่มมากขึ้น และเมื่อเดินทางท่องเที่ยวคนต้องการหาประสบการณ์เฉพาะในท้องถิ่นที่ไปเยือน โดยเฉพาะลูกค้าเจนเนอเรชันใหม่ มีไลฟ์สไตล์ต่างออกไป เติบโตมาในโลกแบบ DIY (Do It Yourself) เช่น คุ้นเคยกับการเช็คอินด้วยตนเองที่สนามบิน ชอบความเป็นอิสระ เชื่อว่าการบริการตนเองคือการบริการที่ดีที่สุด
แม้เซกเมนต์ luxury space จะเติบโตค่อนข้างมาก แต่ก็เห็นการเติบโตของ Upper select อย่างมากด้วยเช่นกัน แมริออทได้เปิดตัวแบรนด์ใหม่ “Moxy” ครั้งแรกที่มิลาน ประเทศอิตาลี ในปี 2014 และในเอเชียแปซิฟิก(ยกเว้นจีน) 11 แห่ง ในปี 2024 Moxy Hotel เปิดตัวในประเทศสำคัญๆ ของเอเชียแปซิฟิก ได้แก่ อินเดีย (Moxy Bengaluru Airport Prestige Tech Cloud) มาเลเซีย (Moxy Putrajaya) และประเทศไทย (Moxy Bangkok Ratchaprasong) ซึ่งเป็น Moxy Hotels ขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียแปซิฟิก และ Moxy Hotel ที่อยู่ระหว่างการพัฒนาและมีแผนจะเปิดอีก 20 แห่ง ซึ่งรวมถึง Moxy Bangkok Silom และ Moxy Phuket
ด้าน Moxy Bangkok Ratchaprasong ซึ่งเป็น Moxy Hotels ขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียแปซิฟิก หลังเปิดให้บริการไปสี่เดือน Occupancy rates 400-500 room
ปัจจุบันมีโรงแรมภายใต้แบรนด์ Moxy ทั้งหมด 144 แห่งทั่วโลก ส่วนในประเทศไทยมีแบรนด์ในเครือของแมริออททั้งหมด 16 แบรนด์เปิดให้บริการอยู่
เหตุผลที่ไม่ควรพลาด Moxy Hotels
- Moxy Hotels เป็นแบรนด์ที่มีชีวิตชีวาต่างจากแบรนด์อื่นๆอย่างเห็นได้ชัด มีสไตล์สนุกสนาน ภายในโรงแรมออกแบบพื้นที่ใช้งานร่วมกัน ดูน้อยแต่มาก จับกลุ่มลูกค้าที่เป็น “The Fun Hunter” มีความสดใส ร่าเริง สบายสบาย ชอบค้นหาประสบการณ์และผู้คนใหม่ๆ ยกตัวอย่าง การเช็คอินสามารถทำได้ที่ Bar กลางล็อบบี้ได้เลยเหมือนเดินเข้าบ้านเพื่อน
- มีเลาจ์และห้องสมุดให้บริการ เน้นการออกแบบ industrial design สุดชิค สะท้อนบุคลิกที่มีชีวิตชีวา เป็นกันเอง มีชีวิตชีวา ใช้ตัวโรงหนังสกาล่าเป็นดีไซน์
- มีกิจกรรมคอยกระตุ้นความสนุกให้แก่ผู้พัก เช่น การแข่งขันลิปซิงค์ ชั่วโมงผ่อนคลายด้วยการฝังเข็ม บริการนวด การแสดงตลกล้อเลียน อ่านไพ่ทาโรต์ การฉายภาพยนตร์คลาสสิกกลางแจ้ง การระบายสีสำหรับผู้ใหญ่ จังก้า (Jenga) ขนาดเท่าของจริง และอีกมากมาย
- มีบริการเช็คอินผ่านมือถือ (พร้อมการแจ้งเตือนห้องพักพร้อมให้บริการแล้ว หรือ Room Ready Alerts) และเช็คเอาท์ได้
- ห้องนอนผสมผสานความเท่และฟังก์ชั่นการใช้งาน พื้นที่เล็กแต่ออกแบบในลักษณะโมดูลาร์ เฟอร์นิเจอร์ใช้งานได้สองแบบ สามารถพับเก็บได้ ทำให้แขกสามารถปรับแต่งและเปลี่ยนแปลงพื้นที่ได้ตามต้องการ ภายในห้องพักมีผนังแขวนเพื่อให้เกิดความยืดหยุ่น
- มีสตรีมสื่อผ่านอินเทอร์เน็ตให้รับชม เช่น Netflix, YouTube, Hulu และ Pandora นอกจากนี้ แขกยังสามารถสตรีมคอนเทนต์จากมือถือ แท็บเล็ต หรือโน้ตบุ๊กของตนได้
- MOXY HOOKUPS บริการพิเศษที่น่าสนใจอื่นๆ เช่น บริการโทรปลุกตอนเช้า ตะกร้าผลไม้ บริการเปิดเตียง (turndown service) ฯลฯ
–
