อุตสาหกรรมอาหารไทย 200,000 ลบ. ผู้ประกอบการรายย่อยร่วมขับเคลื่อนกว่า 1.2 แสนราย ตลาดต้องเติบโต มุ่งเพิ่มมูลค่า Functional Foods ผ่านการเติมโภชนาการ และสร้างการรับรู้เทรนด์เฮลท์ตี้ฟู้ด ‘การท่องเที่ยวเชิงอาหาร’ แรงส่งเสริมสำคัญ หลังโลกผ่านพ้นวิกฤตโรคระบาด
ดร. ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร (National Food Institute) องค์กรเครือข่ายภายใต้สังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า อุตสาหกรรมอาหารไทยมูลค่าประมาณ 200,000 ล้านบาท ซึ่งมากที่สุดในทุกกลุ่มอุตสาหกรรม
การขับเคลื่อนของอุตฯ มาจากผู้ประกอบการรายย่อย 95% หรือประมาณ 125,000 ราย และคอร์เปอเรตข้ามชาติของไทย 5% โดยอย่างหลังเป็นสัดส่วนหลักในการสร้างมูลค่าให้อุตฯ จากบทบาทสำคัญในภาคการส่งออก
โดยสถาบันตั้งเป้าร่วมสร้างการเติบโตให้อุตสาหกรรมอาหารไทยต่อเนื่อง มุ่งพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการรายย่อยเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นเพิ่มมูลค่าให้กลุ่ม Functional Foods ผ่านการเติมโภชนาการ อย่างน้ำเต้าหู้ที่นำมาพัฒนาเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพมากขึ้น หรือพืชผลทางการเกษตรตามฤดูกาลที่นำมาทำอาหารอบแห้ง
และมุ่งสร้างการรับรู้อาหารฮาลาล (Halal Food) เพราะตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจเรื่องเฮลท์ตี้ฟู้ด ด้วยการจัดตั้งศูนย์อุตสาหกรรมอาหารฮาลาล ภายในช่วง 1-2 ปีหลังจากนี้ วางโพสิชั่นนิ่งให้เป็นศูนย์กลางพัฒนาและประสานงานอุตฯ ทั้งในประเทศและระดับนานาชาติ
ตลอดจน ‘การท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy Tourism)’ ก็เป็นหนึ่งในส่วนงานสำคัญสำหรับการผลักดันเป้าหมายดังกล่าวข้างต้น เพราะเป็นเทรนด์ที่กำลังนิยมในไทย
เนื่องจากไทยเป็นประเทศสวรรค์สำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์และความเป็นเลิศด้านอาหาร ตั้งแต่อาหารหรูระดับไฟน์ไดนิ่ง (Fine dining) ไปจนถึงอาหารริมทาง (Street food)
ตลอดจนภาคอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นกลุ่มหลักในการสร้างเม็ดเงินทางเศรษฐกิจให้ประเทศก็ใช้อาหารเป็นตัวดึงนักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่ ทั้งรองรับไลฟ์สไตล์การออกมาใช้ชีวิตนอกบ้านกันเป็นปกติหลังผ่านวิกฤตโรคระบาดของผู้บริโภคไทย
ด้วยศักยภาพ Gastronomy Tourism ของไทย จากที่กล่าวมาข้างต้น GMC 2024 จึงเลือกจัดงานขึ้นครั้งแรกในไทย ซึ่งถือเป็นการจัดนอกฮ่องกงและจีนเป็นครั้งแรก
โดยวันที่ 10 ก.ค. 2024 ‘บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด’ ร่วมกับ ‘International Association of Gourmet Master Chefs and Hospitality Executives (GMC)’ ภายใต้การสนับสนุนอย่างเป็นทางการจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), สถาบันอาหารแห่งชาติ (National Food Institute), รัฐบาลท้องถิ่นนครตงกว่าน (Dongguan Municipal Government) และ รัฐบาลท้องถิ่นเมืองเหิงลี่ นครตงกว่าน ประเทศจีน
‘Gourmet Master Chefs – Global Challenge 2024 (GMC 2024)’ เป็นการแข่งขันการทำอาหารรอบชิงชนะเลิศ โดยจะจัดขึ้นในวันที่ 22 ต.ค. 2024 ณ โรงเรียนสอนประกอบอาหาร เลอโนท ประเทศไทย
นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2010 การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศของ GMC ได้รับความสนใจจากเชฟและผู้เข้าร่วมงานจากทั่วโลกกว่า 3,500 คน
GMC 2024 แบ่งการแข่งขันออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ ประเภทนักเรียน (Student), ประเภทเชฟมืออาชีพ (Professional Chef) และ ประเภทเชฟปรมาจารย์ (Grand Master Chef)
นอกจากนี้ ผู้จัดงานยังจัดไฮไลท์พิเศษด้วยการเปิดตัวการแข่งขันประเภท ‘เชฟเซเลบริตี้และเชฟมืออาชีพ (Celebrity & Master Chef)’ เพื่อส่งเสริมและยกระดับอุตสาหกรรมการบริการและอาหาร
คุณหลุยส์ ชาน ประธาน บริษัท กรูเมต์ มาสเตอร์ เชฟ (อินเตอร์เนชั่นแนล) แมเนจเมนท์ จำกัด ในฐานะผู้จัดการแข่งขัน GMC 2024 กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่าง GMC และ อิมแพ็ค ในการจัดงาน ณ โรงเรียนสอนประกอบอาหาร เลอโนท ประเทศไทย ในครั้งนี้
เป้าหมายเพื่อช่วยส่งเสริมและยกระดับมาตรฐานวิชาชีพด้านการทำอาหาร ไม่เพียงแค่ในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกด้วย ผู้จัดมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับอิมแพ็คเพื่อจัดงาน GMC 2024 ขึ้นเป็นครั้งแรกในไทย
โดยจะมีผู้เข้าร่วมแข่งขันจากประเทศต่าง ๆ รวมกว่า 42 ทีม พร้อมด้วยคณะกรรมการผู้ตัดสินผู้ทรงคุณวุฒิ และเชฟชื่อดังระดับนานาชาติจำนวนกว่า 30 คน รวมถึง เชฟระดับมิชลินสตาร์อย่าง เชฟ Cheng Kam Fu จากฮ่องกง เชฟ Koo Kwok Fai จากสิงคโปร์ และ เชฟนูรอ สเต็ปเป้ จากประเทศไทย
คุณพอลล์ กาญจนพาสน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด กล่าวว่า ด้วยศักยภาพของโรงเรียนสอนประกอบอาหาร เลอโนท ประเทศไทย ทำให้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเป็นสถานที่จัดงาน GMC 2024
บริษัทมั่นใจว่า GMC 2024 จะเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญสำหรับไทยในการนำเสนอความเป็นเลิศด้านอาหารไทยออกสู่สายตาผู้คนทั่วโลก ตลอดจนเปิดโอกาสให้นักเรียนและเชฟได้เรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ รวมทั้งแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และวัฒนธรรมด้านอาหารร่วมกัน


