ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ตลาดอสังหาริมทรัพย์ของรัสเซียต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก ภายใต้การนำของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน นโยบายทางเศรษฐกิจและการเมืองได้ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อราคาที่อยู่อาศัยในประเทศ การเติบโตอย่างรวดเร็วของราคาบ้านในรัสเซียสร้างความกังวลให้กับบรรดาผู้คุมการเงินของประเทศอย่างธนาคารกลางรัสเซีย เพราะเมื่ออะไรที่โตมากจนเกินพอดี ก็จะกลายเป็นเกินควบคุม หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ ฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบร้ายแรงต่อเศรษฐกิจของประเทศ

เมื่อการระบาดของโควิด-19 เริ่มส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจรัสเซียในปี 2020 รัฐบาลของประธานาธิบดีปูตินต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อช่วยให้เศรษฐกิจของประเทศรอดพ้นจากวิกฤต  ดังนั้น เขาจึงเลือกที่จะบูสต์เศรษฐกิจผ่านอสังหาริมทรัพย์

หนึ่งในนโยบายสำคัญคือการเปิดตัวโครงการสินเชื่อที่อยู่อาศัยดอกเบี้ยต่ำ โดยรัฐบาลอุดหนุนอัตราดอกเบี้ยจากระดับ 16-17% ให้เหลือเพียง 6.5% สำหรับการซื้อบ้านใหม่ มาตรการนี้ได้รับการตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดี แถมยังกระตุ้นความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยอย่างได้ผล โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่และครอบครัวที่มีรายได้ปานกลาง

ในบทความนี้เราจะมาดูวิเคราะห์ปัจจัยต่าง ๆ ที่นำไปสู่สถานการณ์นี้ และบทบาทของรัฐบาลปูตินในการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเพิ่มขึ้นของราคาที่อยู่อาศัยอย่างรวดเร็ว รวมถึงผลกระทบของนโยบายเหล่านี้ต่อเศรษฐกิจรัสเซียในภาพรวม และความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการเกิดฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์

จุดเริ่มต้นของฟองสบู่

ในช่วงปี 2020 รัสเซียกำลังเผชิญกับการระบาดของโควิด-19 อย่างหนักไม่แพ้ประเทศอื่น ๆ โควิดทำให้เศรษฐกิจพัง การค้าขายซบเซา รัฐบาลของประธานาธิบดีปูตินในตอนนั้นได้เปิดตัวโครงการสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่ซึ่งรัฐได้รับการอุดหนุนจากรัฐเพื่อหวังกระตุ้นเศรษฐกิจที่กำลังอยู่ในสภาพหายใจรวยริน

ในช่วงแรกหลายธนาคารนำเสนอสินเชื่อเพื่อคนอยากมีบ้านโดยให้อัตราดอกเบี้ยจูงใจที่ 6% ต่อปี ซึ่งในตอนนั้นเป็นอัตราที่ต่ำกว่าตัวจริงดอกเบี้ยจริงในตลาดราว 2% ซึ่งอัตรา 6% ที่ว่านี้เป็นอัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารเอาไว้ใช้จูงใจสำหรับกลุ่มลูกค้าที่อยู่กันเป็นครอบครัวขนาดใหญ่ แต่ตอนที่ออกโปรฯ ดอกเบี้ยแบบลดกระหน่ำนี้ เหล่าบรรดาธนาคารเสนอให้กลุ่มลูกค้าตั้งแต่คนในชนชั้นแรงงาน ไปจนถึงคนจากประเทศเซอร์เบียและยูเครนด้วย

แต่ทว่าปริมาณการขอสินเชื่อบ้านก็ไม่ได้เป็นไปตามที่ธนาคารคาดไว้แม้ว่าจะออกโปรโมชั่นลดดอกเบี้ยขนาดนี้ จนกระทั่งรัสเซียเข้าสู่สงครามสู้รบกับยูเครนอย่างเป็นทางการ ปริมาณความต้องการสินเชื่อบ้านเพิ่มขึ้นจากเดิม 4.3 ล้านล้านรูเบิล ในปี 2020 กระโดดมาเป็น 7.7 ล้านล้านรูเบิล (88 ล้านดอลลาร์) ในปี 2023 หรือคิดเป็น 4% ของ GDP

 

ปูตินคนนี้คือคนที่สามารถเร่งการเติบโตของเศรษฐกิจได้เพียงแค่สั่งการ: ICIJ

 

เรื่องนี้สะท้อนความจริงที่ว่า รัสเซีย นั้นเป็นประเทศที่ค่อนข้างจะไม่ดึงดูดการลงทุน เหตุผลหลัก ๆ ก็มาจากการที่พวกเขาบุกยูเครนในสงคราม รัสเซีย-ยูเครน ทำให้ได้รับผลกระทบจากการคว่ำบาตรโดยเฉพาะในภาคการเงิน ดังนั้น เงินลงทุนจากต่างประเทศจึงไม่สามารถไหลเข้าสู่ดินแดนหมีขาวแห่งนี้ได้

นอกจากนี้ ในส่วนของ เงินเฟ้อ ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ก็เล่นงานรัสเซียไม่แพ้ชาติอื่น ๆ ในโลก ซึ่งเมื่อ ธนาคารกลางแห่งรัสเซีย (Central Bank of Russia (CBR) เริ่มที่จะขยับขึ้นดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านขึ้นมาอยู่ที่ 16%  ก็ทำให้โครงการสินเชื่อบ้านจากปูตินทวีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น เพราะในขณะที่ธนาคารกลางขึ้นดอกเบี้ยไปที่ 16% แต่รัฐบาลพยายามออกโครงการที่ตรึงดอกเบี้ยไว้อยู่ที่แค่ 8% เท่านั้น นั่นทำให้ช่องว่างระหว่างดอกเบี้ยตามความเป็นจริงและดอกเบี้ยที่เป็นมายาภาพที่รัฐบาลรัสเซียฉายขึ้นค่อย ๆ ถ่างออกจากกันมากขึ้นเรื่อย ๆ

แล้วโครงการนี้ได้รับความนิยมขนาดไหน

โครงการสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่ได้รับการอุดหนุนจากรัฐได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่ประชาชนชาวรัสเซีย ตัวเลขสถิติแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จของโครงการ

  • มีการปล่อยสินเชื่อรวมให้ประชาชนทั้งสิ้น 1.5 ล้านราย
  • มูลค่ารวมของสินเชื่อที่ปล่อยออกไปสูงถึงประมาณ 7.7 ล้านล้านรูเบิล (ประมาณ 88,000 ล้านดอลลาร์) [ยอดรวมในปี 2023]
  • ปี 2023 สินเชื่อที่ได้รับการอุดหนุนคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 1 ใน 6 ของปริมาณสินเชื่อใหม่ทั้งหมดของรัสเซียโดยมีมูลค่า 7.7 ล้านล้านรูเบิลจากยอดสินเชื่อรวม 29 ล้านล้านรูเบิล

 

ตัวเลขสถิติปริมาณเงินที่ธนาคารรัสเซียปล่อยให้กับผู้ขอกู้สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยที่รัฐบาลให้การอุดหนุน: RE: Russia

 

ผลกระทบจากนโยบาย

ถึงแม้ว่ายอดการขอสินเชื่อบ้านใหม่จะเพิ่มขึ้น แต่ก็ส่งผลให้รัฐบาลรัสเซียมีหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก โดยกระทรวงการคลังของรัสเซียใช้เงินในการอุดหนุนช่วยเหลือภาคอสังหาฯ (และช่วยประชาชนให้เข้าถึงการมีที่อยู่อาศัยได้ง่ายขึ้น) ไปแล้วเกือบ ครึ่งล้านล้านรูเบิล สำหรับโครงการนี้ และเผลอ ๆ ต้นทุนในการช่วยพยุงภาคอสังหาฯ อาจสูงขึ้นในไม่ช้านี้ ถ้าธนาคารกลางรัสเซียปรับขึ้นอัตราเป็น 18% ในวันที่ 26 กรกฎาคม 2024 นี้

การเติบโตขึ้นของสินเชื่อบ้านที่ได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลไม่ใช่เพียงแค่จะมองว่าทำให้ตลาดเติบโตเพียงมุมเดียว แต่การที่รัฐบาลรัสเซียทำแบบนี้จะยิ่งทำให้ตลาดอสังหาฯ ของรัสเซียเกิดภาวะฟองสบู่ที่อยู่อาศัยอีกด้วย

จากสถิติพบว่าเมื่อปี 2023 ผู้พัฒนาอสังหาฯ รัสเซียเริ่มมีการก่อสร้างที่อยู่อาศัยขนาด 110 ตารางเมตร เทียบกับเมื่อก่อนที่ผู้พัฒนาอสังหาฯ ค่อนข้างจะระมัดระวังในการที่จะสร้างอสังหาฯ ขนาดใหญ่ขายเพราะกังวลว่าจะไม่มีผู้ซื้อ ซึ่งค่าเฉลี่ยขนาดพื้นที่ที่อยู่อาศัยที่บรรดาผู้พัฒนาอสังหาฯ รัสเซียสร้างจะอยู่ราว ๆ 59 ตารางเมตร

ในขณะเดียวกันสถาบันเศรษฐศาสตร์เมือง ก็เริ่มเห็นสัญญาณการพุ่งขึ้นของราคาอสังหาฯ ในรัสเซียโดยเฉพาะในเมืองใหญ่ ๆ พบว่าราคาพุ่งขึ้นมาเกือบ ๆ 172% ในช่วงสามปีที่ผ่านมา ด้าน Elvira Nabiullina ผู้ว่าการ ธนาคารกลางรัสเซีย หรือ Central Bank of Russia : CBR ถึงกับกล่าวโทษนโยบายการอุดหนุนดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อที่อยู่อาศัยของรัฐบาลรัสเซียที่ทำให้ตลาดที่อยู่อาศัยร้อนแรงเกินไป โดยบอกว่ารัฐบาลกำลังเป็นผู้ร้ายที่ทำให้เกิดเงินเฟ้ออย่างรุนแรง” หากรัฐบาลไม่สามารถหาทางลดราคาสินค้าและบริการในตลาดลงได้

ภายใต้แรงกดดันจาก CBR และกระทรวงการคลัง รัฐบาลรัสเซียก็เริ่มรัดเข็มขัดให้กับมาตรการนี้มากขึ้นโดยได้เพิ่มเงื่อนไขเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้กู้ เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดหนี้เสียในภาคอสังหาฯ และล้มเป็นโดมิโนในภาคเศรษฐกิจรวม เหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นกับจีนมาแล้ว

 

Elvira Nabiullina ผู้ว่าการธนาคารกลางรัสเซียออกมาวิจารณ์นโยบายของปูตินว่าถ้าไม่หยุดอาจสร้างภาระทางการคลังให้กับประเทศได้: Reuters

โดยเมื่อช่วงเดือนธันวาคม ปีที่แล้ว ได้มีการสั่งการให้ธนาคารต่าง ๆ เพิ่มข้อจำกัดสำหรับผู้ขอกู้ โดยได้เพิ่มเงื่อนไขจำนวนเงินดาวน์ขั้นต่ำสำหรับสินเชื่อที่อยู่อาศัยนี้จาก 20% เป็น 30% และสด ๆ ร้อน ๆ เมื่อช่วงต้นเดือนกรกฎาคม 2024 ที่ผ่านมา รัฐบาลรัสเซียก็ได้ยุติโครงการนี้ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทำให้นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่ายอดตัวเลขการขอสินเชื่อที่อยู่อาศัยใหม่ของรัสเซียน่าจะลดลงกว่า 50% ในช่วงครึ่งปีหลัง

การยุติโครงการและผลที่จะตามมา

ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2024 รัฐบาลรัสเซียประกาศยุติโครงการสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่รัฐอุดหนุนอย่างเป็นทางการ เสียงวิพากษ์วิจารณ์และความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมของโครงการดังกล่าวได้ดังขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ประกอบกับภาระทางการคลังที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้รัฐบาลจำเป็นต้องตัดสินใจยุติโครงการนี้ในที่สุด

หลังจากการประกาศดังกล่าว ตลาดอสังหาริมทรัพย์ของรัสเซียเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัวลงอย่างชัดเจน ความต้องการซื้อบ้านลดลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากผู้ซื้อไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำได้อีกต่อไป ราคาบ้านในหลายพื้นที่เริ่มทรงตัวและมีแนวโน้มลดลงในบางเขต โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ที่ราคาบ้านพุ่งสูงขึ้นอย่างมากในช่วงที่โครงการดำเนินอยู่

อุตสาหกรรมก่อสร้างและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ซึ่งเคยได้รับอานิสงส์จากโครงการนี้ต้องเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ บริษัทหลายแห่งเริ่มชะลอโครงการก่อสร้างใหม่ ๆ และพยายามปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจเพื่อรับมือกับสภาพตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป บางบริษัทเริ่มหันมาเน้นการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยราคาประหยัดมากขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ซื้อที่มีกำลังซื้อลดลง

ในภาคการเงิน ธนาคารและสถาบันการเงินต่าง ๆ ต้องปรับเปลี่ยนนโยบายการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยอย่างรวดเร็ว หลายแห่งเพิ่มความเข้มงวดในการพิจารณาปล่อยสินเชื่อ และปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยให้สอดคล้องกับสภาวะตลาด ส่งผลให้ผู้บริโภคต้องเผชิญกับต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ประชาชนทั่วไปที่วางแผนจะซื้อบ้านโดยอาศัยโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำต้องเผชิญกับความผิดหวังและความยากลำบากในการเข้าถึงที่อยู่อาศัย หลายครอบครัวจำเป็นต้องชะลอแผนการซื้อบ้านออกไป หรือปรับลดขนาดและคุณภาพของบ้านที่ต้องการลง เพื่อให้สอดคล้องกับความสามารถในการกู้ยืมที่ลดลง

ในขณะเดียวกัน รัฐบาลรัสเซียก็เริ่มพิจารณานโยบายใหม่ ๆ เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงที่อยู่อาศัยที่มีราคาเหมาะสมสำหรับประชาชน โดยพยายามหาทางเลือกที่จะไม่ก่อให้เกิดผลกระทบทางลบต่อเศรษฐกิจเช่นเดียวกับโครงการที่ผ่านมา มีการพูดถึงแนวคิดเรื่องการส่งเสริมการเช่าที่อยู่อาศัยระยะยาว การพัฒนาที่อยู่อาศัยราคาประหยัดโดยภาครัฐ และการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับผู้ซื้อบ้านหลังแรก

ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้ สังคมรัสเซียเริ่มตั้งคำถามถึงผลกระทบระยะยาวของโครงการที่ผ่านมา และเรียกร้องให้มีการทบทวนนโยบายที่เกี่ยวข้องกับที่อยู่อาศัยอย่างรอบด้านมากขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาลักษณะเดียวกันนี้ในอนาคต

ช่องว่างทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น

หากเราย้อนกลับไปดูในช่วงตลอดหลายปีที่โครงการนี้ดำเนินมาจะพบว่าแม้ว่าโครงการสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่ได้รับการอุดหนุนจากรัฐจะได้รับการประชาสัมพันธ์ว่าเป็นมาตรการที่ช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงที่อยู่อาศัยได้ง่ายขึ้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว โครงการนี้ได้ส่งผลให้เกิดการเพิ่มขึ้นของความเหลื่อมล้ำในสังคมรัสเซีย

 

ธนาคารรัสเซียเป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการดำเนินนโยบายของปูติน: Reuters

 

การจำกัดการเข้าถึง แม้ว่าอัตราดอกเบี้ยจะต่ำ แต่ผู้ที่สามารถเข้าถึงโครงการนี้ได้ก็ยังต้องมีเงินดาวน์และความสามารถในการผ่อนชำระรายเดือน ซึ่งหมายความว่าประชาชนที่มีรายได้น้อยหรือไม่มั่นคงยังคงถูกกีดกันออกจากตลาดที่อยู่อาศัย

การเพิ่มขึ้นของราคาบ้าน การที่ราคาบ้านเพิ่มขึ้นถึง 80% ในช่วงที่โครงการดำเนินอยู่ ทำให้ความสามารถในการซื้อบ้านของผู้ที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการลดลงครึ่งหนึ่ง ส่งผลให้คนจำนวนมากถูกผลักออกจากตลาดที่อยู่อาศัย

การอุดหนุนโดยผู้เสียภาษีทั้งหมด โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากรัฐบาล ซึ่งหมายความว่าเงินภาษีของประชาชนทุกคนถูกนำมาใช้เพื่ออุดหนุนการซื้อบ้านของคนบางกลุ่ม ในขณะที่คนส่วนใหญ่ไม่ได้รับประโยชน์โดยตรงจากโครงการ

การเพิ่มมูลค่าทรัพย์สินของผู้มีบ้าน ผู้ที่มีบ้านอยู่แล้วได้รับประโยชน์จากการเพิ่มขึ้นของราคาบ้าน ในขณะที่ผู้ที่ยังไม่มีบ้านต้องเผชิญกับราคาที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ

การกระจุกตัวของความมั่งคั่ง โครงการนี้ส่งเสริมให้เกิดการกระจุกตัวของความมั่งคั่งในกลุ่มคนที่สามารถซื้อบ้านได้ ในขณะที่คนจำนวนมากยังคงต้องเช่าบ้านหรืออาศัยอยู่ในที่พักที่มีคุณภาพต่ำกว่า

ถ้ารัฐบาลรัสเซียยังดื้อดึงที่จะขยายระยะเวลาของโครงการนี้ต่อไปความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจะไม่ใช่แค่เรื่องของฟองสบู่อสังหาฯ แต่จะกระทบภาคธุรกิจอื่น ๆ ชนิดที่แยกกันไม่ออก

ความเสี่ยงต่อเสถียรภาพทางการเงิน การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของราคาบ้านและการปล่อยสินเชื่อจำนวนมากอาจนำไปสู่ความเสี่ยงต่อเสถียรภาพของระบบการเงิน หากเกิดภาวะฟองสบู่แตกและราคาบ้านลดลงอย่างรุนแรง

ภาระทางการคลัง การอุดหนุนอัตราดอกเบี้ยสร้างภาระทางการคลังให้กับรัฐบาล โดยเฉพาะในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยทั่วไปในตลาดสูงขึ้น ทำให้รัฐบาลต้องใช้งบประมาณจำนวนมากเพื่อรักษาอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำของโครงการ

การลดประสิทธิภาพของนโยบายการเงิน การที่รัฐบาลยังคงรักษาอัตราดอกเบี้ยต่ำสำหรับสินเชื่อที่อยู่อาศัย แม้ในช่วงที่ธนาคารกลางต้องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ ทำให้ประสิทธิภาพของนโยบายการเงินลดลง

การเติบโตที่พึ่งพาภาคอสังหาฯ มากเกินไป เศรษฐกิจรัสเซียเริ่มพึ่งพาการเติบโตของภาคอสังหาริมทรัพย์มากเกินไป ทำให้เกิดความเปราะบางต่อความผันผวนในตลาดนี้

 ปรับเปลี่ยนนโยบาย มุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ

แม้ว่ารัฐบาลรัสเซียจะยุติโครงการสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่รัฐบาลอุดหนุนสำหรับกลุ่มเป้าหมายประชาชนทั่วไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่จะพูดว่าโครงการนี้สูญพันธุ์ไปเลยก็หาใช่ เพราะรัฐบาลรัสเซียก็ยังคงเห็นความสำคัญของการสนับสนุนการเข้าถึงที่อยู่อาศัยสำหรับประชาชนบางกลุ่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มที่มีความสำคัญต่อความมั่นคงของประเทศ ดังนั้น รัฐบาลจึงได้เริ่มพัฒนาโครงการใหม่ ๆ ที่มุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ

ตามรายงานของสำนักข่าวรอยเตอร์ระบุว่า ในช่วงใกล้กันกับที่ยุติโครงการเฟสแรกสำหรับประชาชนทั่วไปแล้ว ด้านกระทรวงการคลังของรัสเซียก็ได้ขยายโครงการอุดหนุนสินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับกลุ่มครอบครัวไปจนถึงปี 2030 ตามคำสั่งของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน

ซึ่งการขยายเวลาของโครงการนี้ จะมุ่งเน้นให้สิทธิ์สำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็ก โดยผู้กู้จะได้อัตราดอกเบี้ยแบบพิเศษที่  6% ซึ่งสื่อก็คาดว่าเป็นนโยบายเชิงประชานิยมเอาใจผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีของรัสเซียจะเริ่มต้นขึ้นในช่วงเดือนมีนาคมปี 2025

นอกจากนี้ กระทรวงการคลังของรัสเซียได้ให้สัมภาษณ์ว่า การขยายเวลาของโครงการออกไปสำหรับกลุ่มเป้าหมายใหม่น่าจะใช้เงินเพิ่มเติมอีกประมาณ 1.5 ล้านล้านรูเบิล (17,200 ล้านดอลลาร์) ในช่วงอีก 6 ปีข้างหน้า

กระทรวงระบุในแถลงการณ์ว่า “ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับโครงการสินเชื่อที่อยู่อาศัยเพื่อคนมีครอบครัวจะขึ้นอยู่กับระดับของอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางรัสเซีย”


เรื่อง: ณัฐศกรณ์ แสงลับ


อ้างอิง

https://www.economist.com/finance-and-economics/2024/07/22/how-vladimir-putin-created-a-housing-bubble

https://wavellroom.com/2024/06/20/russias-collapsing-housing-market/

https://www.reuters.com/world/europe/russia-extends-subsidised-family-mortgage-programme-until-2030-2024-07-10/

https://www.thestar.com.my/business/business-news/2024/07/03/russia-ends-housing-mortgage-subsidy

 


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer