Line Man VS Grab Food ใครเป็นต่อในตลาด Food Delivery

สู้กันสมน้ำสมเนื้อกันเลยทีเดียว สำหรับแอปฯ ฝากซื้ออาหาร ระหว่าง Line Man และ Grab ที่ต่างรุกตลาด ด้วยโมเดล O2O (Online to Offline) ด้วยบริการที่คล้ายคลึงกันมาก

Line Man มี บริการฝากซื้ออาหาร เรียกรถ Taxi ส่งเอกสาร และพัสดุ

Grab มี บริการ ฝากซื้ออาหาร เรียกรถ Taxi ส่งเอกสารและ พัสดุ เช่นกัน

แต่ก็มีหลายบริการที่ Grab มี แต่ Line Manไม่มี และบางบริการ ที่ Line Man มีแต่ Grab ไม่มี ซึ่งเชื่อว่าถ้าคู่แข่งทั้ง 2 คิดจะทำให้เหมือนกันทั้งหมดจริง ก็ทำได้แน่นอน

อย่าเพิ่งไปมองที่บริการต่าง เรามาดูกันว่า 2 ค่าย แอป O2O นี้ มีกลเม็ดแข่งขันเรียกลูกค้ากันอย่างไร ในแอป ฝากซื้ออาหาร ที่แข่งขันกันอย่างดุเดือดกันดีกว่า

 

Food Delivery เมื่อ เจ้าตลาดอย่าง Line Man เจอคู่แข่ง

เรียกได้ว่าก่อนนั้นธุรกิจฝากซื้ออาหารที่สามารถฝากซื้อได้แม้กระทั้งอาหาร Street Food มี Line Man เป็นเพียงผู้เดียวที่ให้บริการ เพราะ Food Panda เป็นบริการที่เน้นร้านอาหารที่มีแบรนด์ หรือมีชื่อร้านอาหารอย่างเป็นทางการมากกว่าร้านข้างทาง ส่วน Uber Eat ได้ปิดกิจการหลังถูก Grab ซื้อ Uber ในภาคพื้นอาเซียนก่อนหน้านั้น

มาในวันนี้ Line Manเริ่มมีคู่แข่งที่สมน้ำสมเนื้ออีกครั้ง หลังจากที่ Grab เปิดบริการใหม่ Grab Food  บริการฝากซื้ออาหาร ที่มี Business Model คล้ายๆ กับไลน์แมนคือ สามารถฝากซื้อตามร้าน Street food ยอดนิยมได้

Grab Food เปิดบริการอย่างเป็นทางการสิ้นเดือนพฤษภาคม 2561 และธรินทร์ ธนียวัน กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บแท็กซี่ (ประเทศไทย) เชื่อมั่นว่า Grab Food จะเป็นทางเลือกที่ดีอีกทางหนึ่งในการฝากซื้ออาหารจากร้านอาหารพาร์ทเนอร์ของคนกรุงเทพ

 

สิ่งที่ทำให้ ธรินทร์ มั่นใจ มาจากกลยุทธ์ 4 ส่วนหลักคือ

1.ในช่วงเริ่มต้นให้บริการ Grab Food ให้บริการส่งฟรี และถ้าหมดช่วงโปรโมชั่นส่งฟรี คิดค่าบริการเหมาจ่ายคงที่ 60 บาท ต่างจากคู่แข่งที่ปัจจุบัน คิดค่าบริการฝากซื้ออาหาร ตามระยะทางระหว่างร้านอาหารกับผู้สั่ง

2.สร้างประสบการณ์ที่ดีในการสั่งอาหารด้วยการจำกัดพื้นที่การส่งในช่วงเริ่มต้นระยะทางห่างจากตัวผู้สั่ง ไม่เกิน 5 กิโลเมตร เพื่อให้อาหารมาถึงอย่างรวดเร็ว ไม่รอนานเกินชั่วโมง และอนาคตจะเพิ่มระยะทางร้านอาหารที่ฝากซื้อ

3.ราคาอาหารที่สั่งจาก Grab Food จะเป็นราคาเดียวกับหน้าร้าน (แต่ก็มีบางร้านที่แอบบวกเพิ่ม)

ปัจจุบันมีร้านอาหารพาร์ทเนอร์มากกว่า 4,000 ร้านทั่วกรุงเทพ เป็นร้านค้าที่เคยเป็นพาร์ทเนอร์เดิมของ Uber Eat จำนวน 1,000 ร้านค้า และมีโปรโมชั่นร้านอาหารให้กับผู้ซื้อ เช่นซื้อ 1 แถม 1 ในเมนูที่ร่วมรายการ หรือโปรโมชั่นส่วนลดค่าอาหารเป็นต้น

4.ผู้บริหาร Grab มั่นใจว่าจำนวนมอเตอร์ไซค์ ที่เป็นผู้ขับ Grab Bike ร่วมให้บริการในเขตกรุงเทพ มีจำนวนที่มากที่สุด และมากกว่าคู่แข่งรายอื่น เพราะ Grab Food ใช้ฐานผู้ขับมอเตอร์ไซค์ที่เดียวกับ Grab Bike เกิดความครอบคลุมและรวดเร็วในการรับซื้ออาหาร

โดยที่ผ่านมา Grab Food เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ ได้มีการเปิดทดลองให้บริการซื้ออาหารและส่งฟรีในกรุงเทพ ผลปรากฏว่า ได้รับการตอบรับจากผู้ใช้ Grab จำนวนมาก ซึ่งเท่ากับว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดี

 

Line Man Food Delivery เจ้าตลาดฝากซื้อ

สำหรับ Line Manแม้ยังไม่ออกแอคชัน ตั้งรับ Grab Food อย่างเห็นได้ชัด แต่ที่ผ่านมาLine Man ก็ขยายร้านอาหารในดาต้าเบสของLine Man อย่างต่อเนื่อง และหลากหลาย โดยมีกลยุทธ์ที่แข็งแกร่งคือ

1.มีพาร์ทเนอร์ธุรกิจเป็นเว็บแนะนำร้านอาหาร วงในดอทคอม โดย Line Manใช้ฐานร้านอาหารที่มีอยู่ของวงในดอทคอมต่อยอดธุรกิจบริการฝากซื้ออาหาร และมีการการันตีร้านอาหารน่าสนใจที่วงในคอทคอมแนะนำ ดึงดูดให้ลูกค้าLine Man ลองสั่งซื้ออาหารเพิ่มเติมจากเดิมที่ตั้งใจไว้

2.ร่วมกับวงในคอทคอมให้บริการรับซื้ออาหารจากผู้ใช้บริการริวิวร้านอาหารผ่านแอปฯ วงใน สามารถเรียกใช้บริการซื้ออาหารจาก Line Manได้ทันที ลดความยุ่งยากไม่ต้องเปลี่ยนแอปฯ เป็น Line Man และค้นหาร้านอาหารอีกครั้ง เพราะระหว่างทางจะทำให้เกิดเปลี่ยนใจได้

3.จัดทำแคมเปญเซ็ตอาหารราคาโปรโมชั่น ส่วนลดร้านค้า และอื่นๆ ดึงดูดให้ลูกค้าเข้ามาใช้งานเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง

4.ร่วมกับ Lalamove บริการส่งพัสดุด่วน ใช้ฐานมอเตอร์ไซค์ร่วมกัน ทำให้มีมอเตอร์ไซค์ที่มากพอให้บริการ โดยคิดค่าบริการเป็นระยะทาง เริ่มต้นที่ 55 บาท ในระยะ 1 กิโลเมตรแรก ไม่มีจำกัดระยะทางของร้านอาหารที่ฝาก

5.ในร้านอาหารที่รอนานๆ มีผู้สั่งค่อนข้างมากเพราะเป็นแอปที่ให้บริการมาปีกว่า ทำให้มอเตอร์ไซค์ที่รับจ๊อบกับ Line Manรู้สึกคุ้มค่ากับค่าบริการที่ได้รับเมื่อหักลบกับเวลาที่รออาหาร

 

 

ซึ่งบริการ Grab Food จะเข้ามาแย่งชิงส่วนแบ่งของ Line Manได้มากแค่ไหน คงต้องดูกันระยะยาว

 

ฝากซื้ออาหารของใครโดนใจกว่ากัน

Line Man Grab Food
ฐานผู้ใช้ ผู้ใช้งานแอปฯ ไลน์ 42 ล้านราย ฐานผู้ใช้จากแอปฯ เรียกรถ Grab
จุดเด่น -ร้านอาหารครอบคลุมทั่วกรุงเทพจากฐานร้านอาหารของวงในคอทคอม

-มีร้านอาหารมีแบรนด์ ไปจนถึง Street Food

-ไม่จำกัดระยะทางของร้านอาหารที่ฝากซื้อ เพราะคิดค่าบริการตามระยะทาง

-มีโปรโมชั่นจากร้านอาหาร และพาร์ทเนอร์อย่างต่อเนื่อง

-ในช่วงเริ่มต้นฟรีค่าบริการ

-ราคาอาหารไม่บวกเพิ่มจากเมนู

-ในฐานมอเตอร์ไซค์ของ Grab Bike ทำให้มีมอเตอร์ไซค์จำนวนมากให้บริการ

จุดด้อย -คิดค่าบริการเป็นระยะทาง ทำให้ค่าบริการที่ฝากซื้อจากร้านอาหารที่มีระยะทางเกิน 1 กิโลเมตร แต่ไม่เกิน 5 กิโลเมตร มีราคาสูงกว่า Grab Food

-ร้านอาหารบางร้านไม่ระบุราคาเมื่อฝากซื้อ ผู้ฝากจะต้องดูราคาจากรูปเมนู ที่อัพโหลดในหน้าคำสั่งซื้อของร้านอาหาร และมาคำนวณราคาเอง ซึ่งบางครั้งราคาอาหารมีเมนูมีการเปลี่ยนแปลง หรือถ้าผู้สั่งไม่ทราบราคาที่แน่ชัดอาจทำให้เกิดการผิดพลาดในการฝากซื้ออาหารได้

-ให้บริการในรัศมี 5 กิโลเมตร รอบตัวผู้สั่งเท่านั้น ทำให้ผู้สั่งไม่สามารถสั่งอาหารจากร้านไกล ๆ ได้

-หลังปิดให้บริการฟรี คิดค่าบริการเหมาจ่าย 60 บาท ทำให้ค่าบริการในร้านอาหารที่อยู่ใกล้กว่า 1 กิโลเมตรแพงกว่า Line Man

-มีฐานร้านอาหารที่น้อยกว่า Line Man ในช่วงเริ่มต้นเปิดตัว

ค่าบริการ เริ่มต้นที่ 55 บาท เหมาจ่าย 60 บาท

 

Line Man และ Grab Food มีรายได้จากไหน

ในวันนี้ธุรกิจฝากซื้ออาหาร ถือว่าเป็นธุรกิจที่เพิ่งเริ่มต้นในประเทศไทยไม่กี่ปีมานี้ โดยบิซิเนส โมเดลของธุรกิจนี้ คือการเก็บค่าธรรมเนียมจากมอเตอร์ไซค์ที่รับจ๊อบซื้ออาหาร หรือไม่ก็เก็บจากร้านอาหารที่ร่วมเป็นพาร์ทเนอร์ เพราะถือว่าเป็นการหาลูกค้ามาให้กับร้านอาหาร

ซึ่งบิซิเนส โมเดลทั้ง 2 แบบมีข้อดีข้อเสียต่างกันคือ

แบบคิดค่าธรรมเนียมจากมอเตอร์ไซค์

ข้อดี         ลูกค้าที่สั่งอาหารส่วนใหญ่จะได้ราคาอาหารเท่ากับซื้อเองหน้าร้าน เพราะร้านค้าไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมให้กับแพลตฟอร์ม

ข้อเสีย     มอเตอร์ไซค์อาจจะไม่อยากรับซื้ออาหารในกรณีที่ระยะทางในการซื้อใกล้เกินไป และเป็นร้านทรารอยาน เพราะมันอาจจะไม่คุ้มค่า ในกรณีที่มีลูกค้าสั่งเพียงรายเดียว

แบบคิดค่าธรรมเนียมจากร้านอาหาร

ข้อดี         มอเตอร์ไซค์รับค่าจ้างจากการให้บริการเต็มจำนวน

ข้อเสีย     ร้านอาหารจำเป็นต้องบวกราคาอาหารที่สั่งผ่านช่องทางนี้เพิ่ม เพราะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมให้กับแพลตฟอร์ม

 

แต่ในปัจจุบัน การให้บริการในรูปแบบนี้ ทั้ง 2 คู่แข่งยังคงต้องอยู่ในภาวะ ขาดทุน เพราะยังต้องทุ่มเม็ดเงินเพื่อเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค ให้ทดลองฝากซื้ออาหารผ่านแพลตฟอร์มจนติดเป็นความเคยชิน

และต้องมีค่าตอบแทนที่มากพอเพื่อเป็นแรงจูงใจให้กับมอเตอร์ไซค์ให้มารับจ๊อบกับแพลตฟอร์ม เพราะถ้ามีลูกค้าไม่มีมอเตอร์ไซค์รับจ้าง บริการนี้ก็ไม่สามารถทำได้

 

เมื่อมาดูที่รายได้พบว่า ทั้งบริษัท ไลน์ คอมพานี (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ให้บริการไลน์แชท ไลน์ทีวี ไลน์แมน และอื่นๆ

และ แกร็บแท็กซี่ (ประเทศไทย) ผู้ให้บริการแอปเรียกรถ และแกร็ปฟู้ด ทั้ง 2 บริษัท ยังอยู่ในภาวะขาดทุน Lineman กับ GrabFood รายได้ GrabLineman กับ GrabFood แม้ขาดทุน แต่ทั้ง 2 บริษัทก็เชื่อว่า บริการรับซื้ออาหารจะเป็นอีกบริการหนึ่งที่จะมาช่วยเติมรายได้ให้กับธุรกิจได้ในอนาคต ในวันที่แพลตฟอร์มมีลูกค้าที่มากพอ และในวันนั้นตลาดนี้ อาจมีคู่แข่งอีกหลายรายที่กระโดดเข้ามาแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดด้วย

 

อ่านคอนเทนต์การตลาด อ่าน Marketeeronline

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer