มิชลิน ทำความรู้จักแบรนด์ที่ไม่ได้มีดีแค่ยาง แต่ยังมีนวัตกรรมล้ำสมัยอีกมากมายที่หลายคนอาจไม่เคยรู้
หากเอ่ยถึงชื่อ “มิชลิน” ภาพแรกที่ผุดขึ้นในใจใครหลายคนคงหนีไม่พ้น “ยางรถยนต์” ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจ เพราะมิชลินนั้นโลดแล่นอยู่บนท้องถนนของไทยมาไม่น้อยกว่า 36 ปี
แต่รู้หรือไม่ว่าเบื้องหลังความสำเร็จที่ยาวนานกว่า 135 ปี มิชลินไม่ได้เป็นเพียงผู้ผลิตยางรถยนต์ชั้นนำ แต่ยังเป็น “ยักษ์ใหญ่นวัตกรรม” ที่ไม่หยุดยั้งในการพัฒนาเทคโนโลยีและโซลูชั่นใหม่ ๆ เพื่อขับเคลื่อนอนาคตที่ยั่งยืน ไม่ใช่แค่เพียงบนท้องถนนเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมไปถึงทุกมิติของการใช้ชีวิต
จากความเชี่ยวชาญด้านยางรถยนต์ มิชลินได้ต่อยอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีไปสู่การสร้างสรรค์นวัตกรรมที่หลากหลาย ทั้งในด้านการเดินทาง การก่อสร้าง การบิน พลังงานสะอาด การดูแลสุขภาพ และอื่น ๆ อีกมากมาย มิชลินไม่ได้มองตัวเองแค่เป็นผู้ผลิตยาง แต่เป็นผู้สร้างสรรค์ประสบการณ์การใช้ชีวิตที่ดีขึ้นผ่านนวัตกรรม เปลี่ยนโลกให้น่าอยู่ขึ้น และสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนทั่วโลก
ขับเคลื่อนทุกการเดินทางด้วยเทคโนโลยียางล้ำสมัย
แม้ว่ามิชลินจะก้าวข้ามขีดจำกัดของธุรกิจยางไปสู่โลกแห่งนวัตกรรมที่กว้างใหญ่ขึ้น แต่แน่นอนว่าเทคโนโลยียางยังคงเป็นหัวใจสำคัญที่มิชลินไม่เคยหยุดพัฒนา ยางรถยนต์มิชลินทุกเส้นผลิตขึ้นด้วยแนวคิดนวัตกรรมยางยั่งยืน “Performance Made to Last” หรือ PMTL ที่ให้สมรรถนะสูงสุดตั้งแต่วันแรกที่ใช้ไปจนถึงวันเปลี่ยนยางรอบต่อไป
ไม่ว่าจะเป็นการยึดเกาะถนนที่ดีเยี่ยม เสียงรบกวนต่ำ หรือความทนทานที่เหนือชั้น ยางมิชลินจึงเป็นเพื่อนคู่ใจที่พร้อมจะพาคุณไปถึงทุกจุดหมายอย่างปลอดภัยและมั่นใจ
นอกจากนี้ มิชลินยังเป็นผู้นำในการพัฒนายางสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่กำลังมาแรงในปัจจุบัน ยางมิชลินทุกรุ่นสามารถรองรับการใช้งานรถไฟฟ้าได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อรองรับแรงบิดที่สูงและน้ำหนักที่มากกว่าของรถยนต์ไฟฟ้า ช่วยเพิ่มระยะทางในการขับขี่ ลดเสียงรบกวน และมอบประสบการณ์การขับขี่ที่นุ่มนวลและสะดวกสบาย
ไม่เพียงเท่านั้น มิชลินยังให้ความสำคัญกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งมั่นที่จะผลิตยางรถยนต์จากวัสดุที่ยั่งยืน 100% ภายในปี 2050 และร่วมมือกับพันธมิตรต่าง ๆ ทั่วโลก เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีรีไซเคิลและนำวัสดุรีไซเคิลกลับมาใช้ใหม่ในกระบวนการผลิต
ทะยานสู่อวกาศ: นวัตกรรมล้อไร้ลมสำหรับยานสำรวจดวงจันทร์
อย่างไรก็ตาม หลายคนรู้จักมิชลินในฐานะผู้ผลิตยางรถยนต์ชั้นนำระดับโลก แต่รู้หรือไม่ว่าเรากำลังก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม ๆ สู่ห้วงอวกาศอันไกลโพ้น! ไม่ใช่แค่ฝันลม ๆ แล้ง ๆ อีกต่อไป เพราะตอนนี้มิชลินกำลังพัฒนาล้อสุดล้ำที่จะไปโลดแล่นบนดวงจันทร์ ภายใต้ โครงการวิจัยล้อไร้ลมสำหรับดวงจันทร์ (MiLAW) ที่จะปฏิวัติวงการสำรวจอวกาศไปตลอดกาล
มิชลินไม่ได้มาเล่น ๆ ในวงการอวกาศ แต่เคยร่วมงานกับ NASA มาแล้วในการส่งกระสวยอวกาศขึ้นฟ้าถึง 135 ภารกิจ ตั้งแต่ปี 1981 ถึง 2011 ครั้งนี้ก็เช่นกัน MiLAW คือบทพิสูจน์ความมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์นวัตกรรมล้ำยุคเพื่อภารกิจสำรวจดวงจันทร์โดยเฉพาะ ด้วยการผสานเทคโนโลยีล้อไร้ลมที่พัฒนามาอย่างยาวนานกว่า 20 ปี (อย่าง MICHELIN UPTIS และ MICHELIN TWEEL) เข้ากับวัสดุสุดไฮเทคที่ทนทานต่อทุกสภาวะ ไม่ว่าจะร้อนจัด หนาวจัด หรือแม้แต่รังสีอันตรายในอวกาศ
MiLAW ไม่ได้เป็นแค่โครงการวิจัยธรรมดา แต่เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Artemis ของ NASA ที่มีเป้าหมายอันยิ่งใหญ่ คือการสร้างอาณานิคมบนดวงจันทร์อย่างยั่งยืน เพื่อเป็นบันไดก้าวต่อไปในการสำรวจดาวอังคาร และ ล่าสุด NASA เพิ่งประกาศว่าทีม Moon RACER ซึ่งมี Michelin เป็นสมาชิก ได้รับรางวัลการศึกษาความเป็นไปได้ (feasibility study) สําหรับระยะที่ 1 ของโครงการ ARTEMIS โครงการนี้มีชื่อว่า “Lunar Terrain Vehicle Phase 1 Feasibility Study” มีวัตถุประสงค์เพื่อออกแบบยานพาหนะบนดวงจันทร์ที่สามารถทํางานในสภาวะสุดขั้วบนดวงจันทร์เป็นเวลา 10 ปี (Source: click)
การสร้างล้อที่จะไปวิ่งบนดวงจันทร์ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ วัสดุที่ใช้ทำยางรถยนต์ทั่วไปคงไม่รอดในสภาพสุดขั้วแบบนั้น มิชลินจึงต้องคิดค้นวัสดุใหม่หมดจด ที่ทนทานต่ออุณหภูมิร้อนแรงกว่า 100°C และเย็นยะเยือกถึง -243°C ได้ แถมยังต้องกันรังสีอันตรายจากดวงอาทิตย์และกาแล็กซีได้อีกต่างหาก
ไม่หมดแค่นั้น ยานสำรวจดวงจันทร์ต้องวิ่งได้ไกลด้วยพลังงานจากแบตเตอรี่ ดังนั้น ล้อต้องมีแรงต้านทานต่ำเป็นพิเศษ เพื่อประหยัดพลังงาน และต้องทนทานต่อการสึกหรอจากพื้นผิวที่เต็มไปด้วยฝุ่นและหินคม ๆ บนดวงจันทร์ (regolith) ให้ได้นานที่สุด
แน่นอนว่าการพัฒนานวัตกรรมระดับนี้อุปสรรคเยอะมาก การจะหาวัสดุที่แข็งแรง ทนความร้อน ทนความเย็น แถมยังยืดหยุ่นได้ดีบนดวงจันทร์นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แถมยังต้องคิดค้นวิธีผลิตและประกอบล้อแบบใหม่ทั้งหมด เพื่อให้ได้คุณภาพไร้ที่ติ สมกับเป็นล้อที่จะไปปฏิบัติภารกิจสำคัญระดับโลก
แต่สำหรับมิชลินแล้ว อุปสรรคเหล่านี้คือแรงผลักดันให้เรามุ่งมั่นค้นคว้าวิจัย เพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม ๆ สู่โลกแห่งวัสดุศาสตร์ขั้นสูง เราศึกษาเรื่องวัสดุล้าในสภาวะเย็นจัด (cryogenic) คิดค้นกระบวนการผลิตสุดล้ำ และพัฒนาเครื่องมือจำลองการขับเคลื่อนบนพื้นผิวจำลองดวงจันทร์ ทั้งหมดนี้เพื่อสร้างสรรค์ล้อที่สมบูรณ์แบบที่สุด
ก้าวข้ามทุกขีดจำกัด: วัสดุล้ำยุคเพื่อโลกที่ยั่งยืน
มิชลินไม่เพียงแต่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านยางเท่านั้น แต่ยังเป็นผู้บุกเบิกในการพัฒนาวัสดุล้ำสมัยที่จะเปลี่ยนแปลงโลกของเราให้ดีขึ้น การวิจัยและพัฒนา (R&D) เป็นหัวใจสำคัญที่ผลักดันมิชลินให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมตั้งแต่การวิจัยขั้นสูง การพัฒนาก่อนการผลิต ไปจนถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยทีม R&D ทำงานอย่างใกล้ชิดกับทุกเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง
ด้วยงบประมาณกว่า 1.2 พันล้านยูโรที่ทุ่มเทให้กับนวัตกรรม มิชลินได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งใน 100 บริษัทที่สร้างสรรค์นวัตกรรมชั้นนำของโลก และได้รับการยอมรับจาก ClarivateTM ในฐานะ “Top 100 Global Innovators” ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ เพื่อขับเคลื่อนโลกให้ก้าวไปข้างหน้า
เพื่อเข้าใจความต้องการของลูกค้าและตลาดในแต่ละภูมิภาคอย่างลึกซึ้ง มิชลินได้จัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนา 9 แห่งทั่วโลก โดยมีทีมงานกว่า 6,000 คนที่ทุ่มเทอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย โดยเฉพาะที่ Ladoux ศูนย์วิจัยหลักของกลุ่มที่มีบุคลากรกว่า 2,500 คน
ความหลากหลายของสายงานภายในแผนก R&D สะท้อนให้เห็นถึงพลังแห่งนวัตกรรมของมิชลิน ไม่ว่าจะเป็นนักคณิตศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านวัสดุ หรือผู้ชำนาญการด้านการสร้างแบบจำลองดิจิทัล ปัจจุบันมิชลินครอบคลุมสาขาวิชาชีพที่แตกต่างกันกว่า 350 สาขา โดยในปี 2023 เพียงปีเดียว มีการยื่นจดสิทธิบัตรไปแล้วกว่า 269 ฉบับ ส่งผลให้มีสิทธิบัตรที่ใช้งานอยู่ทั่วโลกมากกว่า 11,000 ฉบับ
มิชลินทุ่มเททรัพยากรมหาศาลในการคิดค้นวัสดุใหม่ ๆ ที่นำไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นวัสดุชีวภาพที่ย่อยสลายได้ วัสดุรีไซเคิล หรือวัสดุคอมโพสิตที่ผสานคุณสมบัติที่แตกต่างกันอย่างลงตัว เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายและซับซ้อน
หนึ่งในความสำเร็จที่โดดเด่นของมิชลินคือการพัฒนาวัสดุคอมโพสิตที่ผสานวัสดุอย่างน้อยสองชนิดเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างวัสดุใหม่ที่มีประสิทธิภาพเหนือกว่าเดิม วัสดุคอมโพสิตนี้ถูกนำไปใช้ในผลิตภัณฑ์หลากหลายของมิชลิน ทั้งยางรถยนต์ ชิ้นส่วนเครื่องบิน และอุปกรณ์ทางการแพทย์ ช่วยเพิ่มความแข็งแรง ทนทาน และลดน้ำหนักของผลิตภัณฑ์ได้อย่างมีนัยสำคัญ
ตัวอย่างความสำเร็จที่โดดเด่น เช่น การผสานยางและเหล็กเข้าด้วยกันในปี 1937 นำไปสู่การคิดค้นเทคโนโลยียางเรเดียลในปี 1946 ซึ่งปฏิวัติวงการยานยนต์ นอกจากนี้ ในปี 1992 มิชลินยังเปิดตัวยางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นด้วยการใช้ซิลิกา และยังคงพัฒนายางให้มีประสิทธิภาพในการใช้พลังงานสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
มิชลิน ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยตั้งเป้าผลิตยางจากวัสดุยั่งยืน 100% ภายในปี 2050 พร้อมทั้งร่วมมือกับพันธมิตรทั่วโลกในการพัฒนาเทคโนโลยีรีไซเคิลและนำวัสดุรีไซเคิลกลับมาใช้ใหม่ในกระบวนการผลิต สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมิชลินในการสร้างโลกที่ยั่งยืนสำหรับคนรุ่นต่อไป
ปัจจุบันนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ในทุกเซกเมนต์ของมิชลิน ขับเคลื่อนภายใต้กรอบของความความยั่งยืน อาทิ ยางรถแข่งสมรรถนะสูง ผลิตจากวัสดุที่ยั่งยืน ยางสำหรับรถแข่ง ใช้วัสดุยั่งยืนที่เป็นส่วนประกอบ 63% ยางสำหรับรถโดยสาร ใช้วัสดุยั่งยืนเป็นส่วนประกอบ 58% ยางสำหรับรถจักรยานยนต์ ใช้วัสดุยั่งยืนเป็นส่วนประกอบ 52% ยางสำหรับรถยนต์ ใช้วัสดุยั่งยืนที่เป็นส่วนประกอบ 45%
จากผู้ผลิตยางรถยนต์สู่ผู้นำด้านนวัตกรรมระดับโลก มิชลินไม่เคยหยุดที่จะสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ เพื่อขับเคลื่อนโลกและชีวิตของเราให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง ไม่ว่าจะเป็นบนท้องถนน หรือแม้แต่ในอวกาศ มิชลินพร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนสำหรับทุกคน
–
Website : Marketeeronline.co /
