ช่วงสถานการณ์ COVID-19 เมื่อคนกักตัวอยู่ในที่พัก สัตว์เลี้ยงคือหนึ่งทางออกในการช่วยรักษาความโดดเดี่ยว ในขณะนั้นคนจึงรับเลี้ยงสัตว์เป็นจำนวนมาก ทำให้ตลาดสัตว์เลี้ยงในไทยมีอัตราการเติบโตสูงถึง 16% ในปี 2022 แต่การเลี้ยงสัตว์ที่มาพร้อมภาระค่าใช้จ่าย ทำให้ปริมาณของสัตว์เลี้ยงสัมพันธ์กับสถานการณ์เศรษฐกิจอย่างเลี่ยงไม่ได้ ในช่วงที่เศรษฐกิจฝืดเคืองการรับสัตว์เลี้ยงตัวใหม่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากคนต้องรัดเข็มขัดการใช้จ่าย
สัตวแพทย์หญิงกฤติกา ชัยสุพัฒนากุล ประธานกรรมการบริหาร โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ กล่าวว่า ตลาดสัตว์เลี้ยง 110,000 ล้านบาท นับแต่ปี 2023 อัตราการเติบโตลดลงมาอยู่ที่ 10% และในปีนี้คาดการณ์ว่าการเติบโตอาจอยู่ที่ราว 7-9% การถดถอยของตลาดมาจากสภาพเศรษฐกิจที่ฝืดเคือง ทำให้คนหยุดหาสมาชิกเพิ่ม โดยจำนวนสัตว์เลี้ยงที่มีอยู่ในระบบปัจจุบันคือ 20 ล้านตัว (ไม่รวมสัตว์แบ่งเป็นสุนัข 12 ล้าน และแมว 8 ล้านตัว
ด้านตลาดโรงพยาบาลสัตว์เลี้ยงมูลค่า 30,000 ล้านบาท โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อมีส่วนแบ่งอยู่ที่ราว 8-10% โดยมีโรงพยาบาลรวม 3,500 แห่ง เพิ่มขึ้น 200 สาขาจากปีก่อน โดยสามารถแบ่งได้เป็น 3 โมเดล ได้แก่ Size S Primary กลุ่มคลินิกทั่วไปที่ให้การรักษาเบื้องต้น แต่ไม่มีห้องผ่าตัด, Size M Secondary คลินิกที่มีห้องผ่าตัด แต่ไม่สามารถรักษาโรคซับซ้อนได้ และ Size L Tertiary โรงพยาบาลที่สามารถผ่าตัดส่องกล้องได้ เช่น โรงพยาบาลสัตว์ของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เป็นต้น
โดยเทรนด์การเลี้ยงสัตว์เลี้ยงในปัจจุบันคนยังเลี้ยงสัตว์เป็นสมาชิกในครอบครัวแต่มีการเลี้ยงแบบมีคุณภาพ มีการศึกษาหาความรู้ หาข้อมูลเรื่องโรค อาการ การรักษา และเรื่องยา ด้วยตนเองก่อนจะมาพบสัตวแพทย์ เรียกได้ว่ามีความใส่ใจดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยงมากขึ้น และการดูแลสัตว์เลี้ยงเหมือนคนสำคัญในครอบครัวนี้ คนจึงยอมจ่ายเงินเพื่อการรักษาน้องอย่างดีที่สุด จากการสำรวจพบว่า สุนัขพันธุ์ใหญ่ เช่น โกลเด้น มีค่าใช้จ่ายต่อปีอยู่ที่ 28,000 – 30,000 ต่อปี ขณะที่พันธุ์เล็ก เช่น ปอมปอม ชิวาว่า อยู่ที่ 24,000 – 26,000 ต่อปี ซึ่งพันธุ์เล็กคนจะเลี้ยงมากกว่า
สัตวแพทย์หญิงกฤติกากล่าวเสริมว่า ด้วยเศรษฐกิจที่ค่อนข้างฝืดเคือง อัตราการเติบโตของตลาดสัตว์เลี้ยงอาจลดลงมาอยู่ที่ 6-9% สะท้อนจากอาหารสัตว์เลี้ยงแรกเกิด (new puppies nutrition) จำหน่ายได้น้อยลง เพราะอัตราการเลี้ยงสมาชิกใหม่ต่ำลง คนชะลอการซื้อสัตว์ตัวใหม่ แต่สัตว์เลี้ยงสูงวัยกลับเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสุนัขสูงวัยซึ่งอายุขัยเฉลี่ยยาวนานขึ้นที่ 17-18 ปี จากเดิมส่วนใหญ่อยู่ถึงเพียง 7-8 ปี แต่สัตว์สูงวัยยิ่งอยู่นานยิ่งมีโรคแทรกซ้อน ภาระค่ารักษาจะมากตามไปด้วย
ในวันนี้ที่โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อครบรอบ 30 ปี จะมุ่งขยายธุรกิจในเชิง portfolio management ที่มีทั้ง Pet hospital และ Pet wellbeing ซึ่งขยายไปถึงธุรกิจสินค้าสัตว์เลี้ยง อาหารสัตว์ บริการเสริมสำหรับสัตว์เลี้ยง ควบคู่ไปกับการจับมือกับพันธมิตรต่าง ๆ ทั้งโรงพยาบาลสัตว์ด้วยกันเองและกลุ่มธุรกิจอื่น ตั้งเป้าจับมือกับพาร์ตเนอร์ไม่ต่ำกว่า 10 รายในทุกปี ทั้งเข้าไปร่วมทุนและร่วมบริหารจัดการหลังบ้าน แบ่งการดำเนินธุรกิจเป็น 2 ด้าน ได้แก่
Pet Hospital การร่วมทุนกับ partnership เปิดศูนย์รับส่งต่อโรคซับซ้อน (Referral center) ให้ความสำคัญกับการรักษาโรคเฉพาะทาง โดยมีสำนักงานใหญ่และสาขาขนาดใหญ่ที่รองรับการรับตัวส่งต่อ เพื่อทำการวินิจฉัยรักษาและส่งกลับโรงพยาบาลต้นทาง เพื่อให้สัตว์เลี้ยงได้รับบริการอย่างดีที่สุด และ Pet well being เพื่อส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของสัตว์เลี้ยง เช่น บริการ Grooming, Pet swimming pool, Pet park และสินค้าสัตว์เลี้ยงคุณภาพสูง Dr.Choice รวมทั้งมีความร่วมมือกับพันธมิตรกลุ่มธุรกิจอื่น ๆ ที่มาจากหลายอุตสาหกรรม เนื่องจากมีฐานลูกค้ากลุ่มใกล้เคียงกันจากการเติบโตของตลาดสัตว์เลี้ยง และการเลี้ยงสัตว์เป็นสมาชิกในครอบครัวไม่ว่าจะเป็น กลุ่มธนาคาร กลุ่มหมู่บ้าน และคอนโดมิเนียม รวมถึงคอมมูนิตี้มอลล์ต่าง ๆ อีกด้วย
แผนการขยายสาขามีการขยายเพิ่มทั้งในและต่างประเทศ เพื่อรองรับความต้องการคนรักสัตว์ที่มีมากขึ้น ปัจจุบันโรงพยาบาลทองหล่อมีสาขารวม 20 แห่ง กำลังจะเปิดสาขาอโศก-ประสานมิตร สุขุมวิท 31 เป็นสาขาที่ 21 ช่วงต้นเดือนตุลาคม ในต่างจังหวัด จ.เชียงใหม่ เปิดโรงพยาบาลแห่งใหม่ใกล้สนามบินงบลงทุน 85 ล้านบาท พร้อมทั้งรีโนเวตสาขาอโศกอีก 15 ล้านบาท และเตรียม Re-Located สาขาปิ่นเกล้าในรอบ 17 ปี ไปตรงข้ามตั้งฮั่วเส็ง งบลงทุน 200 ล้านบาท บนพื้นที่ 4,500 ตารางเมตร เปิดดำเนินการปี 2025
ทั้งยังมีเปิดประสบการณ์ใหม่กับ paw and pal pet park ภายใต้คอนเซ็ปต์ pet and human friendly community ที่สำนักงานใหญ่ (พระราม 9) ในช่วงปลายปีนี้ ในต่างประเทศปักหลักเวียดนามก่อนเป็นประเทศแรก โดยการร่วมทุนกับพาร์ตเนอร์ 60-40% พร้อมกับขยายสาขาที่สองในปีหน้า
คุณพูลเพิ่ม ทองเจริญพูลพร ผู้อำนวยการฝ่ายการเงิน โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ กล่าวว่าแนวทางของโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ ไม่ได้มุ่งเน้นการเติบโตด้านตัวเลขอย่างเดียว แต่เล็งเห็นความสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืน การลงทุนนวัตกรรมเครื่องมือใหม่ในการรักษาโดยที่ผ่านมาโรงพยาบาลทองหล่อมีจุดแข็งในวอร์ดสัตว์อาการหนัก หรือ ICU และกลุ่มวอร์ดโรคติดเชื้อ ซึ่งล่าสุดได้เปิดศูนย์ใหม่ Senior Care center และ Recovery center ที่พร้อมด้วยเครื่องมือที่มีเทคโนโลยีอันทันสมัย และออกแบบมาในการดูแลสัตว์เลี้ยงสูงวัย หรือพิการ รวมทั้งสัตว์เลี้ยงที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้และต้องการดูแลเป็นพิเศษ เพื่อให้การรักษาฟื้นฟูสัตว์ป่วยหลังการผ่าตัด หรือสัตว์ป่วยที่ต้องกายภาพบำบัด เพื่อให้ฟื้นตัวและมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด
อย่างไรก็ดี โรงพยาบาลทองหล่อยังให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจที่ยั่งยืนภายใต้แนวคิด ESG โดยให้ความสำคัญกับการดูแลสิ่งแวดล้อม การใช้พลังงานสะอาด เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ การบริหารจัดการขยะ การช่วยเหลือสังคมผ่านมูลนิธิสัตว์ต่าง ๆ และการดูแลใส่ใจคุณภาพชีวิตของพนักงานในองค์กร
จากแผนการดำเนินธุรกิจดังกล่าว โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อตั้งเป้าว่าในปี 2024 นี้จะสามารถเติบโตได้ 7% สอดคล้องกับตลาดสัตว์เลี้ยงที่ปีนี้โตอยู่ที่ 6-9%
| ตลาดสัตว์เลี้ยงในไทย 2024 = 110,000 ล้านบาท
ในจำนวนนี้มีตลาดโรงพยาบาลสัตว์อยู่ 30,000 ล้านบาท |
||
| ปี | มูลค่าตลาด | อัตราการเติบโตต่อปี |
| 2021 | 2.4 | 13% |
| 2022 | 2.7 | 16% |
| 2023 | 3.0 | 10% |
| 2024 | 3.3 | 6-9% |
| จำนวนสัตว์เลี้ยง 20 ล้านตัว | สุนัข 12 ล้านตัว | แมว 8 ล้านตัว |
| ค่าใช้จ่ายต่อปี | สุนัขพันธุ์ใหญ่ | 28,000-30,000 บาท |
| สุนัขพันธุ์เล็ก | 24,000-26,000 บาท | |
| ตลาดโรงพยาบาลสัตว์อยู่ 30,000 ล้านบาท แบ่งได้เป็น | ||
| Size S Primary | กลุ่มคลินิกทั่วไปที่ให้การรักษาเบื้องต้น แต่ไม่มีห้องผ่าตัด | |
| Size M Secondary | คลินิกที่มีห้องผ่าตัด แต่ไม่สามารถรักษาโรคซับซ้อนได้ | |
| Size L Tertiary | โรงพยาบาลที่สามารถผ่าตัดส่องกล้องได้ เช่น โรงพยาบาลสัตว์ของมหาวิทยาลัยต่างๆ เป็นต้น | |
ที่มา: โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ
–

