Work/เพราะการทำงานครองสัดส่วนถึง 1 ใน 3 ในการใช้ชีวิตแต่ละวันของคนวัยทำงานทั่วโลก เคล็ดลับที่พาให้งานเดินหน้าและแก้ปัญหา ฝ่าดราม่าในบริษัท และข้อติดขัดต่าง ๆ จึงยังคงเป็นที่ต้องการอยู่เสมอ
แม้ยุคสมัยที่เปลี่ยนไปทำให้ทักษะเชิงเทคนิค (Hard skill) และทักษะบริหารความสัมพันธ์กับผู้คน (Soft Skill) เปลี่ยนตามไปอย่างมาก แต่เคล็ดลับเรื่องความฉลาดเพื่อประโยชน์ในการทำความเข้าใจก็ใช้ได้ข้ามกาลเวลา
Fastcompany เว็บไซต์รายงานความเคลื่อนไหวและวิธีฝ่าปัญหาต่าง ๆ ในสังคมการทำงาน นำเรื่องนี้มาตีแผ่ โดยระบุว่าความฉลาดที่จำเป็นต่อชีวิตการทำงาน และสามารถแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้เสมอ มีอยู่ 3 แบบ

Intellectual Intelligence (IQ): ความฉลาดอย่างแรกคือ ฉลาดทางความคิด โดย Q นี้จำเป็นต่อชีวิตการทำงาน เพราะทำให้เราสามารถแก้โจทย์ต่าง ๆ ที่พบในงานได้
ซึ่งในจำนวนนี้ มีงานยาก ทั้งจากความไม่คุ้นเคย หรือเกินความสามารถรวม การต้องคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผล พร้อมชั่งน้ำหนักระหว่างจะให้ความสำคัญกับเรื่องได้มากกว่า เพื่อให้ปิดจ็อบให้ได้ รวมอยู่ด้วย
นี่จึงทำให้คนวัยทำงานต้องหมั่นเติมความรู้ ลับคมความคิดให้สมองทำงานอยู่บ่อยๆ เพื่อให้สามารถเคลียร์ทุกโจทย์ของงาน ส่งผลให้ทำคะแนนประเมินผลงานปลายปีได้ดี และเป็นบันไดก้าวแรก ๆ สำหรับความก้าวหน้าในชีวิตการทำงาน
Emotional Intelligence (EQ): ความฉลาดอย่างถัดมา คือ ฉลาดทางอารมณ์ โดย Q นี้ว่าด้วยทักษะในการบริหารจัดการอารมณ์ของทั้งตัวเอง และคนที่ทำงานด้วย
หรือการรู้เท่าทันอารมณ์นั่นเอง เพราะมีบางสถานการณ์ที่อารมณ์อาจเป็นตัวแปรที่คาดไม่ถึง พาให้งานเล็กงานใหญ่ล่มไป แต่ในทางตรงข้าม บางสถานการณ์การให้อารมณ์เป็นพระเอก อาจแก้ปัญหาได้ดีกว่า
ดังนั้น Q นี้ เหล่าคนทำงานจึงต้องใช้อย่างฉลาดและปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์
Group Intelligence (GQ): ความฉลาดอย่างสุดท้ายคือ ฉลาดในการทำงานเป็นกลุ่มหรือเข้าสังคม โดย Q นี้ว่าด้วยการบริหารความสัมพันธ์กับคนหมู่มาก รู้จังหวะในการพูดเพื่อขับเคลื่อนมวลชน และงานที่ทำกันเป็นกลุ่ม

รวมไปถึงการกู้วิกฤตเมื่อคนในกลุ่มแตกแยกทางความคิด ผ่านไม้อ่อน ไม้แข็ง และรู้จุดอ่อนไหวที่ไม่ควรไปแตะ เพื่อรักษาความสัมพันธ์อันดีของสมาชิกในทีมไว้ อันจะทำให้งานสำเร็จลงได้และองค์กรยังมั่นคงต่อไป/fastcompany
–
