หลังจากปฏิวัติอุตสาหกรรม อังกฤษคิดเครื่องจักรไอน้ำได้ไม่นานก็ยึดอาณานิคมได้ครึ่งโลก สหรัฐอเมริกา-รัสเซีย สร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ก็กลายเป็นสองประเทศมหาอำนาจ เยอรมนีผลิตเครื่องมือเครื่องจักรขายให้คนทั่วโลก ญี่ปุ่นคิดรถไฟหัวจรวดตลอดจนนวัตกรรมอิเล็กทรอนิกส์ จีนเหมารวมเป็นประเทศอุตสาหกรรมการผลิตเบอร์หนึ่งของโลก หรือประเทศที่ติดอันดับคนยากจนอย่างอินเดียก็กลายเป็นประเทศแห่งโปรแกรมเมอร์ไปแล้ว

ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

ตลอดระยะเวลาศตวรรษหนึ่งที่ผ่านมา เราเห็นได้ชัดว่าประเทศที่พัฒนาแล้วในปัจจุบันล้วนให้ความสำคัญกับนวัตกรรมเทคโนโลยี ในยุคหนึ่งประเทศไทยเรียกตัวเองว่าเป็นประเทศกำลังพัฒนา เช่นเดียวกับเกาหลีใต้หรือไต้หวัน ไม่ต้องบอกว่าสองประเทศหลังไปถึงไหนกันแล้ว

ดังนั้นคำถามที่สำคัญเราให้ความสำคัญกับวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี-นวัตกรรม มากเพียงพอหรือไม่”

แน่นอนว่าการพัฒนาโครงสร้างประเทศมีปัจจัยอื่น ๆ อีกมากมาย แต่ถ้าคำตอบอย่างยั่งยืนคงต้องพุ่งไปที่ระบบการศึกษา ซึ่งประจักษ์ชัดเจนว่าภาควิชาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีนั้นสำคัญกับการพัฒนาประเทศอย่างไร และคงปฏิเสธไม่ได้ว่าต้องปูฐานด้านเทคโนโลยีตั้งแต่ตอนเป็นเมล็ดพันธุ์ อาจหมายถึงชั้นมัธยมศึกษาหรือต่ำกว่านั้น ไม่ใช่เริ่มที่มหาวิทยาลัยอย่างในปัจจุบัน

นี่เป็นแนวคิดสำคัญของการเปิดตัว โรงเรียนสาธิตนานาชาติพระจอมเกล้า” กับ Positioning ชัดเจนในการเป็นโรงเรียนสาธิตนานาชาติที่มีลักษณะเป็นโรงเรียนวิทยาศาสตร์แห่งแรกในประเทศไทย ที่ดูน่าสนใจในแวดวงการศึกษาของปีนี้

 

โดยเฉพาะการตั้งเป้าหมายชัดเจนมุ่งสู่การเป็น สถาบันอุดมศึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 1 ใน 10 ของภูมิภาคอาเซียนในปี ค.ศ. 2020” ที่ ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง พูดคุยกับเราวันนี้

สร้างคน ให้คนสร้างชาติ

โรงเรียนสาธิตนานาชาติพระจอมเกล้า (King Mongkut’s International Demonstration School-KMIDS) เป็นโรงเรียนในสังกัด วิทยาลัยวิจัยนวัตกรรมทางการศึกษา (College of Educational Innovation Research-CEIR) เกิดขึ้นเพื่อเป็นโรงเรียนต้นแบบสำหรับผลิตนักเรียนระดับมัธยมศึกษาที่มีคุณภาพ เพื่อเข้าศึกษาต่อยังสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังและสถาบันการศึกษาชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ ยิ่งไปกว่านั้นยังจะช่วยให้สถาบันบรรลุวิสัยทัศน์ที่จะเป็น “สถาบันอุดมศึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 1 ใน 10 ของภูมิภาคอาเซียนในปี ค.ศ. 2020” เพื่อสร้างบัณฑิตที่เป็นกำลังสำคัญด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศต่อไป นอกจากนี้ ด้วยคุณภาพการศึกษามาตรฐานสากล นักเรียนที่สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนฯ มีโอกาสสูงที่จะประสบความสำเร็จเมื่อศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาชั้นนำทั้งในประเทศไทยและระดับโลก ขณะเดียวกัน โครงการโรงเรียนสาธิตนานาชาติพระจอมเกล้ายังสะท้อนถึงปณิธานและบทบาทของสถาบันฯ ในการรับผิดชอบต่อการศึกษาของชาติได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

 

 

จุดประสงค์ของโรงเรียน

โรงเรียนสาธิตนานาชาติพระจอมเกล้า เป็นหน่วยงานในกำกับของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังภายใต้วิทยาลัยวิจัยนวัตกรรมทางการศึกษา ซึ่งเป็นส่วนงานของสถาบันฯ ซึ่งอยู่ในกำกับของรัฐบาล โรงเรียนจึงไม่ได้มีจุดมุ่งหมายในการแสวงหาผลกำไรเป็นสำคัญ แต่มุ่งผลิตผู้สำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐานให้มีความพร้อมทั้งภาษาอังกฤษคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และทักษะสำคัญในโลกศตวรรษที่ 21 เพื่อต่อยอดความรู้ในระดับมหาวิทยาลัยชั้นนำทั้งระดับประเทศและระดับโลก

 

Students with 5F&3I

โรงเรียนสาธิตนานาชาติพระจอมเกล้ามีเป้าหมายในการสร้างผู้เรียนตามหลักที่โรงเรียนสร้างขึ้น คือ “Students with 5F & 3I”

  • หลักการ 5F ประกอบด้วย Fun, Find, Focus, Fulfill และ Fantastic ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของการจัดการเรียนรู้ของโรงเรียน ดังนี้

Fun : ผู้เรียนจะได้รับความสนุกสนานจากการเรียนรู้ (Fun to Learn)

Find : ผู้เรียนจะมีโอกาสในการค้นหาสิ่งที่ตนเองถนัดและต่อยอดในอนาคต (Learn to Find)

Focus : ผู้เรียนจะมีโอกาสได้เลือกสายการเรียนที่ตนเองถนัดและเตรียมความพร้อมเข้าศึกษาต่อในระดับ มหาวิทยาลัย (Find to Focus)

Fulfill : ผู้เรียนจะได้เรียนรู้ทักษะอาชีพและการมีจิตสาธารณะเพื่อเติมเต็มคุณภาพชีวิต (Focus to Fulfill)

Fantastic :ผู้เรียนมีสมรรถนะในการสร้างสรรค์งานที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง เพื่อก้าวเข้าสู่ความเป็นเลิศในด้านต่างๆ (Fulfill to be Fantastic)

  • ผู้เรียนจะเป็น “ผู้เรียน 3I” (Triple I Students) ได้แก่

Imagination ผู้เรียนที่มีจินตนาการ

Inspiration ผู้เรียนที่มีแรงบันดาลใจ

Innovation ผู้เรียนที่เป็นนักสร้างและนักพัฒนานวัตกรรม

แบบจำลองบรรยากาศห้องสมุด

ห้องเรียนอัจฉริยะของโรงเรียนสาธิตนานาชาติพระจอมเกล้า

  1. มีสื่อและเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาที่ทันสมัยอย่างครบครัน (อาทิ กระดานอัจริยะที่ครูและนักเรียนจะได้ใช้ร่วมกัน แท็ปเล็ตที่มีฟังก์ชันใช้งานที่หลากหลาย สื่อการเรียนการสอนที่มีการพัฒนาอยู่สม่ำเสมอ เป็นต้น)
  1. ครูที่มีความรู้และเชี่ยวชาญในการใช้เทคโนโลยีในการจัดการเรียนการสอน
  2. นักเรียนที่มีส่วนร่วมในการใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้อย่างแท้จริง
  3. มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ทั้งในและนอกห้องเรียน (โลกคือห้องเรียน ไม่ใช่ห้องเรียนคือโลก)
แบบห้องเรียน

ครูโรงเรียนสาธิตนานาชาติพระจอมเกล้า

  1. เป็นเจ้าของภาษาอังกฤษ (Native Speakers) สำเร็จการศึกษาวิชาชีพครู หรือการศึกษาเฉพาะทาง
  2. เป็นผู้ที่จบการศึกษาในสาขานั้นๆ โดยตรง หรือผู้ประกอบวิชาชีพครูอยู่แล้ว
  3. ในวิชาสายวิทยาศาสตร์บางวิชา จะมีการเชิญคณาจารย์ที่เชี่ยวชาญและสามารถใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างดีเยี่ยมจากสถาบันฯ มาทำการสอนให้นักเรียน
  4. ครูทุกคนของโรงเรียนสาธิตนานาชาติพระจอมเกล้า จะต้องได้รับการฝึกอบรมอย่างเข้มข้นก่อนเปิดภาคการศึกษา

ในเรื่องต่อไปนี้

– การพัฒนาหลักสูตร – การใช้เทคโนโลยีในการเรียนการสอน

– การวิจัยในชั้นเรียน – การสอนโดยใช้ Active Learning Technology

แบบจำลองบรรยากาศอาคารเรียน

แผนการรับนักเรียน

เปิดรับนักเรียนสูงสุดชั้นละประมาณ 250 คน เฉลี่ยห้องเรียนละไม่เกิน 25 คน เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดใน

การจัดการเรียนการสอน ในปีการศึกษาแรก จะเปิดรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษา Grade 7 (เทียบเท่าชั้น ม.1 ของไทย)

และ Grade 10 (เทียบเท่าชั้น ม.4 ของไทย) และจะเปิดรับนักเรียนในระดับชั้นประถมศึกษาและปฐมวัยในอนาคตอีกด้วย

โดยเริ่มการเรียนการสอนประมาณเดือนสิงหาคม 2560

ดร.จารุวรรณ พลอยดวงรัตน์ ผู้อำนวยการโรงเรียนสาธิตนานาชาติพระจอมเกล้า

ล่าสุดกำลังจะมีงาน Open House ในวันเสาร์นี้ ที่จะแสดงศักยภาพสู่เป้าหมายการเป็น “สถาบันอุดมศึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 1 ใน 10 ของภูมิภาคอาเซียนในปี ค.ศ. 2020”

น่าสนใจมาก ๆ สำหรับผู้ปกครองที่กำลังมองหาโรงเรียนให้กับบุตรหลาน เพื่อปูพื้นฐานสู่วงการวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีระดับชาติ! เพราะนี่คือเป้าหมายหลักของโรงเรียนนี้

พบกันที่ หอประชุม เจ้าพระยาสุรวงษ์ไวยวัฒน์ (วร บุนนาค) สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง วันเสาร์ ที่27 สิงหาคม 2559

 

 

สอบถามรายละเอียด วิทยาลัยวิจัยนวัตกรรมทางการศึกษา โทรศัพท์ 0-2329-8288

http://www.kmids.kmitl.ac.th/