ครั้งหนึ่งในยุคที่คอมพิวเตอร์ประกอบกำลังบูมมาก ๆ ห้างไอทีหลายเจ้ามีคนเดินนับหมื่นๆ คนในแต่ละวัน แต่เมื่อเข้าสู่ยุคสมาร์ทดีไวซ์ ความต้องการคอมพิวเตอร์พีซีค่อยๆ หายไปเหลือเพียงผู้ใช้งานเฉพาะกลุ่มอย่างพวกกราฟฟิคหรือเกมเมอร์ อีกทั้งช่องทางการขายออนไลน์พัฒนาขึ้น คอนซูเมอร์เลือกซื้อสินค้าไอทีได้เพียงปลายนิ้วคลิกสมาร์ทโฟน ร้านค้าพากันปิดหน้าร้านไปขายในเว็บ เจ้าใหญ่ยังอยู่เพราะต้องมีหน้าร้าน เจ้าเล็กแบกรับค่าเช่าไม่ไหวก็ว่ากันไป คำถามคือห้างหรือศูนย์การค้าจะปรับตัวอย่างไร
สำหรับห้างใหญ่ไอทีระดับท็อปประเทศอย่างฟอร์จูนทาวน์ ที่เผชิญความท้าทายปรับเปลี่ยนเพื่อให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ปัจจุบัน เป็นห้างที่คนรู้จักกันดีในย่านรัชดาภิเษก ได้มีการรีโนเวตอย่างต่อเนื่องเพื่อรุกให้เข้ากับเทรนด์คอนซูเมอร์ยุคใหม่ เราเดินทางมาพูดคุยกับ คุณชัยวัฒน์ เอมวงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มงานบริหารอาคาร ตัวแทนผู้บริหารศูนย์การค้าฟอร์จูนทาวน์ เพื่ออัพเดตกลยุทธ์และรุกตลาดอย่างไร

IT Lifestyle Mall คู่คนไทย
“ตอนเปิดทำการเมื่อ 3 ปีแรกเจ้าของร้านยังไม่นิยมมาเปิดหน้าร้าน กลุ่มที่มาเปิดร้านยังคงเป็นบริษัทหรือแบรนด์หลักๆ เมื่อเข้าสู่ปีที่ 4 เทรนด์โลกเปลี่ยนไป ไอทีเข้าถึงลูกค้ามากขึ้น ผู้ประกอบการเริ่มเห็นความสำคัญของการมีหน้าร้านและเลือกเปิดร้านกับเราด้วยศักยภาพทำเล ที่อยู่ในย่านรัชดาภิเษกซึ่งเป็นย่านเศรษฐกิจและไลฟ์สไตล์ของผู้คนใจกลางเมือง” ชัยวัฒน์เริ่มเล่าให้ฟังถึงความสำเร็จและภาพรวมในช่วงแรก
“อย่างไรก็ตามเราเองก็ไม่ได้วางตัวเป็นไอทีเพียงเท่านั้น หลังปี 2542 เป็นต้นมาเราได้ใช้แนวคิดวางศูนย์การค้าให้เป็นศูนย์ฯ ที่ตอบโจทย์ความต้องการแบบผสมผสาน ให้ลูกค้าสามารถซื้ออุปกรณ์ไอทีและสามารถซื้อสินค้าอื่นได้พร้อมกัน เรียกว่ามีความเป็นไลฟ์สไตล์มาตั้งแต่แรกโดยมีเป็นพันธมิตรร่วมกันหลากหลายธุรกิจ ทำให้เราได้รับการตอบรับที่ดีมาก ทั้งฮาร์ดแวร์ ซอฟท์แวร์ ซูเปอร์สโตร์ เซอร์วิส เน็ตเวิร์ค รวมทั้งร้านค้าและศูนย์อาหาร” ปัจจุบันแนวคิดในการพัฒนาศูนย์จึงเป็นการต่อยอดจากแนวคิดดังกล่าว โดยมีการผสมผสานกับเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากขึ้น เพื่อให้สามารถรองรับพฤติกรรมลูกค้าได้มากขึ้น
เพิ่มไลฟ์สไตล์ที่ครอบคลุมมากขึ้น
โซนไอทีจากที่เคยมีถึง 70% ปรับใหม่ที่ 50% หลังจากนี้ โดยอีกครึ่งจะแบ่งเป็นฟู้ดมอลล์กับไลฟ์สไตล์มอลล์ โดยรวมกว่า 600 ยูนิต สำหรับการดำเนินการพัฒนาในช่วงแรกนั้นได้ปรับพื้นที่บริเวณชั้น 2 รองรับผู้ที่ชื่นชอบเทคโนโลยีสื่อสารและรักการถ่ายภาพ โดยขยายธุรกิจจากตู้มือถือ สู่ศูนย์จำหน่ายสินค้า Accessories, Gadget, Mobile Design อินเทรนด์มากมายทั้ง Tablet, iPhone, iPad, HTC, Samsung ฯลฯ อย่างร้าน Hip-Pro Shop

ปฏิเสธไม่ได้ว่าอีกหนึ่งชื่อเสียงของฟอร์จูนทาวน์คือเป็นแหล่งรวมกล้องถ่ายภาพที่เกิดการบอกต่อจากกลุ่มลูกค้า ทั้งกูรูและคนเล่นกล้อง ต่างให้มาเลือกซื้อหาอะไหล่หรือเลนส์ เรียกว่าหาที่ไหนไม่ได้ต้องมาที่นี่! เพราะเรามีศูนย์จำหน่ายกล้องและอุปกรณ์ถ่ายภาพไว้มากที่สุดกว่า17 ร้านค้าชั้นนำ อาทิ Pix-One, BiG Camera, EC Mall, Photo Hut, Digital 2 Home, Sunny Camera, CAPA, Pixpros House, World Camera ฯลฯ

นอกจากนี้ยังเตรียมพัฒนาพื้นที่ Super Store AV Zone ซึ่งเป็นศูนย์รวมความบันเทิงและเครื่องเสียง ซึ่งร้านแผ่นเสียงที่ติดกินเนสบุ๊กแผ่นเสียงมากที่สุดก็อยู่ที่ฟอร์จูนทาวน์ รวมถึงการปรับโฉมภาพลักษณ์ภายนอกให้ดูทันสมัยมากยิ่งขึ้น
“ไฮไลท์อีกหนึ่งคือโซนร้านอาหาร ด้วยการใช้บริการลูกค้าที่นี่ ทั้งพนักงานในอาคารและบริเวณใกล้เคียง ซึ่งจากการสำรวจพบว่าโซนอาหารเดิมที่มีอยู่ไม่เพียงพอรับรองต่อจำนวนคนที่มาใช้บริการ เราจึงพัฒนาและปรับเปลี่ยนเป็น CP Food World ศูนย์อาหารที่ได้มาตรฐาน ในพื้นที่ 300 ตารางเมตร บนชั้น 3 ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า”

ทั้งนี้ผู้บริหารเล่าว่าผลสำรวจ ณ ปัจจุบันพบว่า อัตราค่าใช้จ่ายต่อครั้ง (Average Spending per time) เพิ่มขึ้น ถึง 3,000 – 3,500 บาท/คน/เดือน มองเห็นโอกาสในการเพิ่มความถี่ในการใช้บริการภายในศูนย์การค้ามากกว่าเดือนละ 1 ครั้ง รวมถึงมีแนวโน้มลูกค้าต่างชาติเพิ่มมากขึ้น
นวัตกรรมอาคารประหยัดพลังงานที่มาพร้อมสุขภาพดี ชีวิตดี
นอกจาก อาคาร ซี.พี.ทาวเวอร์ 2 (ฟอร์จูนทาวน์) ยังเป็นอาคารสำนักงานให้เช่า 30 ชั้น ประกอบด้วยบริษัทที่ประกอบธุรกิจบริการ, ธุรกิจคอมพิวเตอร์และให้บริการอินเตอร์เน็ต, บริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์, ธุรกิจก่อสร้างและที่ปรึกษา, ธุรกิจการท่องเที่ยว, โรงเรียนสอนภาษาต่างประเทศ, โรงเรียนดนตรี และอื่นๆ “ที่นี่มีทั้งร้านค้า สำนักงานและผู้มาใช้บริการหมุนเวียนต่อวันเยอะมาก เราจึงคิดว่าหากมีพื้นที่ พื้นที่หนึ่งที่สามารถใช้ทำกิจกรรมเพื่อสุขภาพที่ไม่ต้องไปไหนไกลจากที่ทำงาน หรืออยู่ใจกลางเมืองเพื่ออำนวยความสะดวกและสนับสนุนให้ลูกค้าได้ออกกำลังกายได้ก็คงดีไม่น้อย”
พื้นที่ดาดฟ้าชั้น 10 จึง เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ที่เปิดให้กลายเป็นลานกิจกรรมลอยฟ้า จัดทำเป็นพื้นที่ให้ออกกำลังกายกลางแจ้งและด้วยขนาดพื้นที่ที่สามารถจุคนได้กว่า 4,000 คน ปัจจุบันจึงเปิดโอกาสให้มีการจัดกิจกรรมเชิง เอ็นเตอร์เทนเมนต์ เพิ่มขึ้นด้วย

นอกจากจะมีการพัฒนาพื้นที่เช่าเพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าที่มีการเปลี่ยนแปลงไปแล้วนั้น อาคาร ซี.พี.ทาวเวอร์ 2 (ฟอร์จูนทาวน์) ยังตระหนักถึงด้านการอนุรักษ์พลังงานควบคู่กันไป โดยได้มีการกำหนดเป้าหมาย ยุทธศาสตร์ และการติดตามงานด้านการอนุรักษ์พลังงาน จนสามารถลดการใช้พลังงานได้อย่างต่อเนื่องจากโครงการและกิจกรรมอนุรักษ์พลังงานต่างๆ และได้รับรางวัล Thailand Energy Awards ในช่วงปี 2008 –ปัจจุบัน ทั้งประเภท ผู้บริหารอาคารควบคุมดีเด่น ทีมงานด้านพลังงานอาคารควบคุมดีเด่น ผู้รับผิดชอบด้านพลังงานดีเด่น และอาคารดีเด่นประเภทอาคารควบคุม
“เราใส่ใจด้านสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์พลังงานมาตลอด การพัฒนาอาคารให้มีนวัตกรรมด้านอนุรักษ์พลังงาน พร้อมกับนวัตกรรมสีเขียวอยู่เสมอ เพื่อที่จะให้มีการใช้พลังงานที่เหมาะสม มีนวัตกรรมนำของที่ใช้แล้วมารีไซเคิลให้เกิดประโยชน์ มีการใช้พลังงานสะอาดในอาคาร มีการบริการที่สนับสนุนให้คนขี่จักรยานมาทำงาน ทั้งที่จอด รวมทั้งที่อาบน้ำ และที่สำคัญที่สุดเรามีบุคลากรและทีมงานที่คอยดูแลและใส่ใจเรื่องการอนุรักษ์พลังงานจากหน่วยงานต่างๆ ขององค์กรอย่างสม่ำเสมอ”
คอนเนคชั่น ที่ผูกพันยั่งยืน
ถือเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ฟอร์จูนทาวน์ยังคงดำเนินธุรกิจเติบโตต่อเนื่อง คือเรื่องคอนเนคชั่น หรือความสัมพันธ์ ชัยวัฒน์เล่าว่า ร้านค้าเกือบทุกร้านค้าเป็นร้านเก่าแก่ย้อนมานานกว่า20 ปี เรียกได้ว่ารุ่นพ่อแม่มาเปิดแล้วให้ลูกหลานดูแลรับช่วงกิจการต่อ
“เราใช้หลักการความซื่อสัตย์จริงใจเป็นหัวใจสำคัญที่เราและผู้เช่ามีร่วมกัน เมื่อมีวิกฤตเศรษฐกิจต่างๆเราก็ช่วยเหลือกัน โดยไม่มีใครทิ้งใคร การปรับปรุงและพัฒนาสถานที่ให้สะอาดสวยขึ้น ขณะเดียวกันการขึ้นราคาค่าเช่าเราควบคุมอย่างเหมาะสมไม่เอาเปรียบกัน ตรงนี้ทำให้ร้านค้าของเราอยู่กันยาวๆ อีกอย่างหนึ่งคือการบริหารของเรา ยังคงยึดปฏิบัติในแนวทางพึ่งพากันมาโดยตลอด เราพูดคุยกันเหมือนพี่น้อง เพราะฉะนั้นคอนเนคชั่น ร้านค้ายิ่งเหนียวแน่น”
และนี่คือเหตุผลที่ชัยวัฒน์มั่นใจว่าแม้มีการแข่งขันมากแค่ไหน ฟอร์จูนทาวน์ก็สามารถเติบโตยั่งยืน เพราะ Positioning ที่แตกต่าง ในการผสมผสานสไตล์ที่สอดคล้องกับความต้องการผู้บริโภค ซึ่งเราจะเริ่มเห็นศูนย์การค้าฟอร์จูนทาวน์มุมใหม่ในเร็ววันนี้
