ตลาดนมข้นหวานไทย 2 หมื่นล้าน (เป็นมูลค่าที่ Euromonitor เคยประเมินไว้เมื่อห้าปีก่อน) แม้ตลาดจะมีอัตราการเติบโตมาก แต่กลับมีผู้เล่นน้อยราย เนื่องจากตลาดนมข้นหวาน รวมถึงนมข้นจืด นมสดยูเอชทีสำหรับบาริสต้าในประเทศไทย กระบวนการผลิตต้องอาศัยองค์ความรู้ ความชำนาญ
“กู๊ดวิล” (Goodwill) แบรนด์น้องใหม่เพิ่งเปิดตัวในตลาดไม่นานมานี้เมื่อปี 2562 ของบริษัท พัชร์ ฟู้ด อินเทลลิเจ้นซ์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมและครีมเทียมข้นหวาน แม้จะเป็นแบรนด์เปิดใหม่แต่ผู้บริหาร “คุณอิทธิพล ปฏิมาวิรุจน์” เป็นอดีตกรรมการบริหารบริษัท เดลี่ฟู้ดส์ จำกัด บริษัทเจ้าของนมข้นหวานพาเลซ
อิทธิพล ปฏิมาวิรุจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พัชร์ ฟู้ด อินเทลลิเจ้นซ์ จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดนมข้นในไทยมีการเติบโตเฉลี่ย 4-5% ต่อปี โดยมีการใช้นมข้นหวานมากในกลุ่มธุรกิจอาหารเครื่องดื่มและขนมหวาน ซึ่งกู๊ดวิลสามารถขยายส่วนแบ่งตลาดอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันกู๊ดวิลมีส่วนแบ่งในตลาดราว 5%
โดยที่กู๊ดวิลมุ่งเจาะกลุ่ม B2B ผู้ประกอบการร้านอาหาร เครื่องดื่มและเบเกอรี ซึ่งมีสินค้าหลัก ได้แก่ นมข้นหวาน นมข้นจืด นมยูเอชที และล่าสุดเดินหน้าเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ “กู๊ดวิลครีมมิกซ์” นมผสมระหว่างนมข้นหวานกับนมข้นจืด คุ้มต้นทุน เก็บได้นานไม่ต้องแช่เย็น เพิ่มทางเลือกใหม่ให้ผู้ประกอบการ
แต่ในปีหน้าบริษัทจะเร่งขยายสินค้าเพิ่มเติม และจะมีสินค้าในกลุ่ม Home Used ร่วมด้วย เตรียมลอนช์แบรนด์ใหม่ “Good Day” ผลิตภัณฑ์กาแฟ, “วันดี” ผลิตภัณฑ์กะทิ และผลิตภัณฑ์อาหารสำหรับสัตว์เลี้ยง “HappyTime” ซึ่งวางแผนเปิดตัวอย่างน้อย 2 ผลิตภัณฑ์ต่อปี
ปีที่ผ่านมาบริษัทมียอดขายทั้งหมด 800 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 500 ล้านบาท ตั้งเป้าผลักดันยอดขายแตะ 1,000 ล้านบาท ในปี 2568
คุณปรางศิริ เมษะมาน รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท พัชร์ ฟู้ด อินเทลลิเจ้นซ์ จำกัด กล่าวว่าพฤติกรรมของผู้บริโภคในปัจจุบันที่นิยมเช็กอินร้านกาแฟ และร้านเบเกอรี ทำให้ผู้ประกอบการใหม่เกิดขึ้นจำนวนมาก และการเข้ามาของแพลตฟอร์ม Market Place ทำให้การเข้าถึงและซื้อสินค้าง่ายขึ้น บริษัทจึงได้ปรับตัววางกลยุทธสร้างการรับรู้ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย
นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับความยั่งยืน ตั้งแต่กระบวนการผลิตที่ใช้พลังงานหมุนเวียน บรรจุภัณฑ์มาตรฐานโลกที่สามารถรีไซเคิลได้
บุกตลาดต่างประเทศ กระจายความเสี่ยง
ตลาดต่างประเทศมีส่วนสำคัญในการผลักดันยอดขายของบริษัทที่ผ่านมาให้เติบโตอย่างก้าวกระโดดตลอด 3 ปี ปัจจุบันบริษัขยายตลาดในภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้อย่างต่อเนื่อง ทั้งในลาว กัมพูชา เวียดนาม และเมียนมา ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคของประเทศนั้น แต่สัดส่วนรายได้ยังคิดเป็นแค่ 5% ของรายได้ทั้งหมด แต่ภายในปี 2571 ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนต่างประเทศให้ได้ 30% นับแต่ปี 2568 ตั้งเป้าหมายเติบโตอย่างน้อย 20% ต่อปี
ตลาดต่อไปที่บริษัทต้องการจะไป คือ อินโดนีเซีย ซึ่งเป็นประเทศเนื้อหอมอันมีผู้บริโภคภายในประเทศจำนวนมาก แต่กำแพงกฎหมายค่อนข้างเข้มงวด เข้าไปดำเนินธุรกิจยาก จึงอาจต้องใช้ระยะเวลาจัดการนาน แต่หากเปิดตลาดอินโดนีเซียได้ บริษัทมองว่ารายได้จากต่างประเทศจะเติบโตได้มากกว่าสามเท่า
ลงทุนเพิ่ม 240 ล้านบาท วางแผน IPO
โดยแผนธุรกิจระยะสั้น จะรุกเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าทั้งในและต่างประเทศ มุ่งทำการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เพื่อให้ลูกค้ามีความสะดวก คุมต้นทุนค่าใช้จ่าย และเจาะตลาดกลุ่มใหม่ พร้อมทั้งทุ่มงบ 200 ล้านบาท ปรับปรุงการทำงานภายให้มีประสิทธิภาพและปรับกระบวนการผลิตสู่ระบบออโตเมชั่น เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตจาก 12,000 ล้านตันต่อปี เพิ่มเป็น 24,000 ล้านตันต่อปี และลงทุนต่อ 40 ล้านบาท พัฒนาระบบการทำงานหลังบ้าน Data warehouse
ส่วนแผนระยะกลางและระยะยาวจะมุ่งพัฒนาทีมให้ทำงานอย่างเป็นระบบ ปรับปรุงโครงสร้างองค์กร เตรียมตัวเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในปี 2571 เป็นบริษัทที่เติบโตอย่างยั่งยืนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เมื่อมองในภาพรวมตลาดนมข้นทั่วโลก มีมูลค่าอยู่ที่ 3.77 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2024 และคาดว่าจะเติบโตเป็น 4.64 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2029 มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยปีละ 4.2% โดยที่ตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น เวียดนามและมาเลเซีย กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในกลุ่มผู้บริโภคที่ใช้ผลิตภัณฑ์นมข้นในอาหารและเครื่องดื่มท้องถิ่น
พร้อมกันนี้ กู๊ดวิลได้เปิดตัวพันธมิตรร่วมลงทุน กองทุนร่วมลงทุนในกิจการ SMEs (กองทุนย่อยกองที่ 1) ของ SME D Bank (ไม่เปิดเผยจำนวนเงินลงทุน) ซึ่งจะเข้ามาช่วยเสริมศักยภาพในด้านองค์ความรู้ด้านการจัดการทางการเงิน แนวทางการปฏิบัติและกำกับดูแลกิจการที่ดี ต่อยกสู่การยกระดับมาตรฐานองค์กร รวมถึงช่วยเสริมโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนให้กิจการสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน เพื่อเตรียมความพร้อมในการก้าวสู่การจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในอนาคต

