แยกขยะ เป็นคำพูดที่ถ้าย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีที่แล้วคงจะคุ้นหูของใครหลายคนกันมาบ้าง แม้จะเป็นสิ่งที่เราถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เด็ก แต่ดูเหมือนว่าในทางปฏิบัติกลับมีคนทำได้จริงเพียงไม่กี่คนเท่านั้น
ปตท.เป็นอีกหนึ่งองค์กรที่ให้ความสำคัญกับประโยชน์เพื่อสังคมผ่านกิจกรรมอย่าง CSR อยู่เสมอ จึงได้หยิบยกปัญหานี้กลับมานำเสนออีกครั้งผ่านชื่อแคมเปญที่ติดหูใครหลาย ๆ คนอย่าง ‘แยกแลกยิ้ม’ โดยเป็นการทำ CSR แบบ Integrated สร้างการตระหนักรู้อย่างรอบด้าน นำไปสู่การปฏิบัติจริงในชีวิตประจำวันของผู้คน
ต้องยอมรับว่าสาเหตุหนึ่งที่ผู้คนไม่ค่อยจะแยกขยะกัน เป็นเพราะพวกเขาไม่รู้ว่าการที่ต้องมายอมเหนื่อยเล็ก ๆ น้อย ๆ นี้มันทำให้ชีวิตของพวกเขาหรือคนอื่นดีขึ้นได้อย่างไร ปตท.จึงเล่าเรื่องราวผ่านตัวละครอย่าง ผู้พันธุ์มีชัย ชาติหน้า หัวหน้าทีมรถถัง (ขยะ) แห่งประเทศไทย ที่ก็เปรียบเสมือนกับชีวิตของพนักงานเก็บขยะของกทม. ว่าพฤติกรรมมักง่ายเล็ก ๆ น้อย ๆ ของผู้คนส่งผลกระทบต่อการทำงานของพวกเขามากขนาดไหน และการเก็บขยะในแต่ละครั้งของพวกเขา ก็ไม่ได้ต่างจากการเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในสมรภูมิแต่อย่างใด เพราะพวกเขาไม่รู้เลยว่าภายใต้กองขยะที่ไม่ได้ผ่านการแยกมานั้น จะมีขยะที่เป็นอันตรายซ่อนอยู่หรือเปล่า
ผ่านการนำเสนอที่สนุกด้วยเสียงพากย์จากทีมพันธมิตร ดูแล้วเข้าใจง่าย แต่สร้างความตระหนักให้กับคนดูได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญในตัวคลิปนั้นไม่ได้มีการกล่างถึงตัวแบรนด์แต่อย่างใด แสดงให้เห็นว่าปตท.อยากจะเน้นไปที่การสร้างจิตสำนึกให้แก่ผู้คนอย่างแท้จริง
และด้านล่างนี้ก็เป็นอีกหนึ่งคลิป Feel Good ที่ทางปตท. ทำขึ้นมาชื่อว่า จุดเริ่มต้นของรอยยิ้ม เพื่อที่จะทำให้ผู้คนรู้ว่าการแยกขยะนั้นมันสร้างรอยยิ้มและประโยชน์ให้กับผู้อื่นได้มากขนาดไหน
เพื่อสร้าง Engagement ในแคมเปญให้มากขึ้น ปตท.ยังได้ออกมาทำเกมผ่านช่องทางออนไลน์ ในรูปแบบของ Edutainment ที่จะทำให้ผู้เล่นได้ทั้งความสนุกและได้บุญไปในเวลาเดียวกัน รวมทั้งเป็นต้นแบบในการสร้างความเข้าใจถึงลักษณะของโครงการผ่านวิธีการเล่นเกมส์ ที่ให้ผู้เล่นแยกขยะแต่ละประเภท ลงในถังขยะที่มีลักษณะเดียวกับถังขยะจริง 3 ประเภท ได้แก่ ถังสีน้ำเงิน สำหรับขวดแก้วและกระป๋อง ถังสีเขียว สำหรับขวดพลาสติก PET ถังสีส้ม สำหรับขยะทั่วไป เช่น เศษอาหาร เศษกระดาษ ถุงพลาสติก กล่องนม แก้วน้ำ โดยเลือกใช้เหล่าดารามาเป็นตัวช่วยในการทำให้ผู้คนสนใจมากขึ้น
โดยหลังจากจบกิจกรรม ทีมงานก็จะทำการรวมคะแนนทั้งหมดมาทำการจัดอันดับ พร้อมจัดสรรจำนวนเงินให้แต่ละทีมไปสร้างสาธารณประโยชน์ มอบรอยยิ้มให้ชุมชน กันต่อไป ไม่ว่าจะเป็นทีมออมไมค์ ที่ไปช่วยเหลือด้านสาธารณชุมชน ทีมเจเจแบงค์ที่ช่วยหลือด้านการศึกษา ทีมกัปตันทอยที่ช่วยเหลือด้านกีฬา ทีมหมอมิวที่ช่วยเหลือด้านการแพทย์
ไม่ได้มีเพียงแต่แคมเปญแยก แลก ยิ้มเท่านั้น แต่ปตท.ยังเปลี่ยนให้ธุรกิจขององค์กรกลายเป็นต้นทางขยะที่ดีของสังคมอีกด้วย เห็นได้จากแก้วกาแฟของ Amezon Café ในสถานีน้ำมัน ปตท. ที่ได้ทำการผลิตนวัตกรรมแก้วรักษ์โลกขึ้น นั่นคือ “แก้ว Amazon Bio Cup” ที่มีทั้งแบบที่เป็นแก้วกระดาษและแก้วพลาสติก โดยที่แก้วกระดาษสามารถย่อยสลายได้ในเวลาประมาณ 180 วันด้วยวิธีการฝังกลบ จากนั้นจะย่อยสลายเป็นก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ น้ำ และดิน โดยไม่เหลือพลาสติกตกค้าง อีกทั้งยังช่วยคืนความอุดมสมบูรณ์ให้กับธรรมชาติอีกด้วย ส่วนแก้วพลาสติกใสนั้นสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการผลิตและย่อยสลาย ได้มากถึง 67% เลยทีเดียว

อีกทั้งยังมี “Zero Waste” โครงการต้นแบบการจัดการขยะ ณ สถานีบริการ ปตท. สาขาสระบุรี ที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดก๊าซเรือนกระจก จากการขนถ่ายขยะและการบริหารจัดการขยะ โดยสร้างศูนย์ปฏิบัติการและศูนย์เรียนรู้ในสถานีบริการน้ำมันให้สามารถนำขยะทุกประเภทมาใช้ประโยชน์ได้อย่างครบถ้วน แถมยังสร้างรายได้จากการจัดการขยะให้กับผู้ใช้บริการหรือชุมชนโดยรอบอีกด้วย

ทั้งการทำ CSR เพื่อคนอื่นและการทำให้กระบวนการในธุรกิจของตัวเองเป็นประโยชน์ต่อสังคม จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมปตท.ถึงยังคงเป็นองค์กรอันดับต้น ๆ ของประเทศ และถ้าหากใครอยากจะร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการทำดีเพื่อสังคมบ้าง ก็สามารถไปแยกขยะได้แล้ววันนี้ ณ สถานีปั๊มน้ำมันของปตท.กว่า 1,400 สาขา ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.yaklakyim.com แล้วมาแยกขยะ เพื่อแลกรอยยิ้มของคนอื่นไปด้วยกัน

