ถ้าคุณกำลังมองหาทำเลเพื่ออยู่อาศัยหรือคิดไกลแบบนักลงทุน เอาแบบง่ายๆ เอาชัวร์ๆ ไม่ต้องลุ้นโปรเจกต์รถไฟฟ้าระยะยาว เชื่อเถอะไม่ว่านานแค่ไหน “สุขุมวิท” ก็ยังคงเป็น “ขุมทอง” ให้นักลงทุนผู้มองเห็นโอกาสไขว่คว้าอยู่เสมอ เพราะสุขุมวิทถือเป็นทำเลทองตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา ไม่ต้องพูดถึงย่าน CBD เศรษฐกิจอย่างสุขุมวิทตอนต้นตั้งแต่ชิดลมไปจนถึงอโศก รวมทั้งย่านพักอาศัยต่างชาติตั้งแต่พร้อมพงษ์-เอกมัยที่ราคาแนบสนิทชิดเพดานไปแล้ว ดังนั้นทำเลที่น่าจับตาต่อไปถูกคาดการณ์ว่าจะมีการพัฒนาอยู่อาศัยรวมทั้งแข่งขันสูงขึ้น คือช่วงต่อระหว่างสุขุมวิทตอนต้นอย่าง ทำเลพระโขนงและอ่อนนุช ที่ยังจัดอยู่ในโซนเมืองชั้นกลางกรุงเทพฯ
และนี่คือ 4 เหตุผลที่หลายคนต้องจับตา
1 ค่าเช่าเติบโตตามเรียลดีมานด์
จากแผนพัฒนารถไฟฟ้าสายสีเขียวที่ลากยาวต่อไปจนถึงสมุทรปราการ ทำให้นักพัฒนาอสังหาฯกระจายฐานลงทุนไปตามส่วนต่อแนวรถไฟฟ้ามากขึ้น ผู้บริโภคเองก็มองถึงการลงทุนในระยะยาว แต่อย่างไรก็ตามในแง่ของเรียลดีมานด์ ปัจจุบัน ผู้คนยังคงเลือกอาศัยในย่านที่ตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์มากที่สุด ส่วนต่อขยายจากอ่อนนุชเป็นต้นไปจึงยังมีอัตราการเติบโตไม่เทียบเท่ากับอ่อนนุชที่เป็นจุดเชื่อมต่อกรุงเทพชั้นในธุรกิจกับกรุงเทพชั้นนอก รวมถึงเป็นประตูสู่ฝั่งตะวันออก
บทสรุปนี้ยืนยันด้วยตัวเลขผลวิจัยคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ ครึ่งปีแรก2558 สำรวจโดยพลัส พร็อพเพอร์ตี้ พบว่าโซนกรุงเทพฯ ชั้นกลาง เช่น พระโขนง-อ่อนนุช (ตอนต้น), รัชดา-ลาดพร้าว และจตุจักร-บางซื่อ ขายดีที่สุด ด้วยอัตราการขายสูงถึง 87% รองลงมาคือโซนกรุงเทพฯ ชั้นใน ได้แก่ พระราม 4-สีลม-สาทร, ราชเทวี-พญาไท, อโศก-เพชรบุรี และสุขุมวิทตอนต้น มีอัตราการขายที่ 60% ส่วนโซนกรุงเทพฯ ชั้นนอก เช่น บางนา ธนบุรี และ ดอนเมือง-มีนบุรี มีอัตราการขายที่ 46% ชาวต่างชาติเจ้ามาจับจองมากยิ่งขึ้น
ด้วยราคาที่ยังคงไว้ในระดับ 75,000 – 85,000 บาทต่อตารางเมตรโดยเฉลี่ย ถูกกว่าโซนชั้นใน และเข้าใกล้ศูนย์กลางธุรกิจได้สะดวกมากกว่าโซนส่วนต่อขยายอื่นๆในพื้นที่รอบนอก ทำให้ทำเลนี้ ยังเป็นที่หมายตำของอุปสงค์ที่ทำงานในย่านธุรกิจหลัก ให้เข้ามาจับจองห้องชุดได้อยู่เป็นระยะ อีกทั้งยังรองรับกลุ่มอุปสงค์ที่ซื้อเพื่อกำรลงทุน เช่น การปล่อยเช่าได้เป็นอย่างดี เพราะปัจจุบันราคาปล่อยเช่าคอนโดฯ ในย่านนี้ขยับตัวขึ้นไปอีก 13% ในปี 2557 (ภาพ1) มาอยู่ที่ค่าเช่าเฉลี่ย 458.89 บาทต่อตารางเมตรแล้ว หรือประมาณ 20,000 บาทต่อเดือน ในห้องชุดรูปแบบ 1 ห้องนอน ส่วนราคา resale ในพื้นที่นี้ยังถูกดันราคาให้สูงขึ้นถึง 30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันระหว่างปี 2556 และ 2557 มาอยู่ที่ราคาขายเฉลี่ย 89,573 บาทต่อตารางเมตร

2. ต่างชาติขยับเข้ามาสร้างถิ่นฐาน
ผู้อยู่อาศัยต่างชาติถือเป็นตลาดที่สำคัญของอสังหาฯแถบสุขุมวิททั้งแถบ นักลงทุนรายย่อยมักจะมองเห็นโครงการศักยภาพเพื่อจับจองเก็งกำไร เป็นอีกเหตุผลสำคัญที่อ่อนนุชดูร้อนแรงมากขึ้น เนื่องจากย่านอโศกจนถึงเอกมัยเป็นทำเลที่มีความต้องการสูงของกลุ่มเป้าหมายนี้มาโดยตลอด และนับวันยิ่งมีความหนาแน่น ราคาค่าเช่า+ค่าครองชีพก็แพงขึ้น ชาวต่างชาติใหม่ๆที่เข้ามาจึงมองหาทำเลที่ค่าใช้จ่ายลดลงมาหน่อย แต่มีแหล่งไลฟ์สไตล์ใกล้เคียง หรือเดินทางไม่ไกลมากจากแหล่งไลฟ์สไตล์เดิม ซึ่งทำเลช่วงต่ออย่างพระโขนง ตลอดจนย่านสุขุมวิทซอย 71 ไปจนถึง สุขุมวิท77 อ่อนนุช นั้นสามารถตอบโจทย์ได้ใกล้เคียงมากที่สุด จึงเริ่มเห็นทิศทางที่ชาวต่างชาติขยายเข้ามา ทั้งคนที่เข้ามาอยู่ใหม่ หรือคนเก่าที่เบื่อความแออัดจากชั้นในอยากขยับออกมาอีกนิด
3. คอมมูนิตี้ แหล่งไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ
ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่าทำเลตรงไหนจะเกิด มีเรียลดีมานด์หรือไม่ ดูว่าคอมมูนนิตี้ตรงนั้นพัฒนาขึ้นอย่างไร ท่ามกลางการพัฒนารถไฟฟ้าที่ออกจากศูนย์กลางกรุงเทพฯสู่รอบนอก ทำให้ความเจริญกระจายไปทั่วทุกส่วนกรุงเทพฯ เกิดคอมมูนิตี้ มอลล์, คอนโดมิเนียม หรือเมกะโปรเจคต์โดยรอบพื้นที่รถไฟฟ้าผ่าน นี่คือสิ่งที่เปลี่ยน เมื่อศูนย์กลางความเจริญในกรุงเทพฯ ไม่ได้อัดแน่นรวมอยู่ในที่เดียวอย่างย่านสยามอีกต่อไป อยู่ที่ไหนก็ช็อปปิ้งได้
สุขุมวิท 77 เป็นถนนที่เชื่อมต่อระหว่างสุขุมวิทไปจนถึงศรีนครินทร์ ตลอดถนนทั้งเส้นอ่อนนุชจึงเต็มไปด้วยวิถีชีวิตของผู้คนที่อาศัยมายาวนาน การพัฒนาคอมมูนิตี้มอลล์ในแถบนี้จึงเป็นการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมเก่ากับเทรนด์สมัยใหม่ รวมทั้งวัฒนธรรมอาหารการกินต่างประเทศ ซึ่งมีมากมายหลายโซน
แต่ที่เกิดจริงๆคือ “T77” ที่เป็นโซนพักอาศัยแห่งใหม่ในช่วงตอนต้นของสุขุมวิท 77 ความโดดเด่นของโซนนี้เริ่มตั้งแต่การมีคอมมูนิตี้มอลล์สไตล์ญี่ปุ่นในชื่อ “ฮาบิโตะ” ด้วยพื้นที่รองรับร้านค้าเช่าได้ประมาณ 10,000 ตารางเมตร เน้นร้านอาหารหลากสไตล์ และร้านอำนวยความสะดวกในสไตล์ญี่ปุ่น
นอกจากคอมมูนนิตี้มอลล์สไตล์ญี่ปุ่น บางคนอาจไม่รู้จัก T77 แต่ถ้าบอกว่า สะพานแสนสำราญ อาจจะเคยได้ยินมากกว่าเพราะเป็นที่จัดงาน Winter Market Fest สุดชิคของคนกรุง มาแล้วถึง 2 ปี
นอกจากนี้ยังมีโรงเรียนนานาชาติ Bangkok Prep เป็นแคมปัสในระดับชั้นมัธยมเข้ามาเติมเต็มให้โซนนี้ตอบโจทย์ด้านการศึกษาของบุตรหลานด้วยชาวต่างชาติด้วย

4. จุดเชื่อมต่อของกรุงเทพฯชั้นในและฝั่งตะวันออก
เพราะการเดินทางเป็นเหตุผลสำคัญของการอยู่อาศัย ซึ่ง“สุขุมวิท-พระโขนง” ดูมีแต้มต่อของการเดินทางทุกรูปแบบ ตั้งแต่รถไฟฟ้าด้วยการเป็นทำเลเชื่อมต่อเข้าถึงพื้นที่สุขุมวิทชั้นใน ตลอดจนย่านซีบีดีหลักอย่างสีลม-สาทร ได้รวดเร็ว หรือการขับรถยนต์ทั้งนี้อยู่ใกล้กับเอกมัย-ทองหล่อหรือพระราม 4 ออกนอกเมืองไปรามคำแหงหรือบางนา หรือขึ้นทางด่วนรามอินทราเพื่อหลีกหนีการจราจร ใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วน เช่น ทางพิเศษศรีรัช รามอินทรา-อาจณรงค์ ตลอดจนการเป็น Gatewayของฝั่งตะวันออกอย่างทางด่วนบูรพาวิถี
โดยสรุปสุขุมวิท 77หรืออ่อนนุชเป็นทำเลใหม่ของการซื้อลงทุนอสังหาริมทรัพย์ที่มองว่ามีศักยภาพในการเติบโตในระดับสูง ทั้งในมิติเรียลดีมานด์และการลงทุน ด้วยเพราะตั้งอยู่ใกล้ย่านธุรกิจ ไลฟ์สไตล์และการอยู่อาศัยระดับไฮเอนด์ของกรุงเทพฯ อย่างพร้อมพงศ์ ทองหล่อ และเอกมัย ในขณะที่ราคายังคงต่ำกว่าแบบจับต้องได้ ด้วยปัจจัยทั้งหมดทำให้ทำเลนี้เป็นอีกหนึ่งทำเลที่ทั้ง Developer ตลอดจนนักลงทุนและผู้บริโภคต่างจับตาเข้ามาแข่งขันจับจอง แน่นอนว่าใครที่มองเห็นโอกาสได้ก่อน ย่อมมีโอกาสได้เปรียบมากกว่า
Website : Marketeeronline.co /
