เทรนด์ Revenge Travel เที่ยวเพื่อล้างแค้น ที่แสนอัดอั้นมานานจากโควิด-19 กำลังจะหมดไป

เพื่อเข้าสู่ยุคของ Everything Traveler การท่องเที่ยวที่เน้นประสบการณ์ใหม่ ๆ จากการเข้าพักและท่องเที่ยว

ซึ่งการท่องเที่ยวรูปแบบ Everything Traveler ถือเป็นเทรนด์ใหม่ที่กำลังมาแรงจากรายงาน SiteMinder’s Changing Traveler Report 2025 สำรวจนักท่องเที่ยว 12,000 คนใน 14 ประเทศ รวมถึงประเทศไทย

สุภกฤษฎิ์ แผนสมบูรณ์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท SiteMinder แพลตฟอร์มจองโรงแรมและที่พัก มองว่าเป็นเทรนด์ Everything Traveler เกิดขึ้นจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่มีความซับซ้อนมากกว่าเดิมที่ไม่ได้เน้นการท่องเที่ยวไปยังสถานที่ท่องเที่ยวดั้งเดิม หรือสถานที่ท่องเที่ยวที่มาแรง

แต่เน้นในเรื่องของการมองหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ที่ได้รับจากการเข้าพัก

โดยนักท่องเที่ยว Everything Traveler สุภกฤษฎิ์ให้ข้อมูลว่าเป็นกลุ่มที่มีสัดส่วนรวมกันมากกว่า 69% ของนักท่องเที่ยวทั้งหมด จากกลุ่มหลักที่เป็น Gen Z 21% และ Millennials 48%

และมี Journey การท่องเที่ยวที่ยืดหยุ่น มองหาที่พักที่สร้างประสบการณ์ใหม่ จากการรีวิวตามสื่อออนไลน์ และแพลตฟอร์ม OTA  (Online Travel Agent) ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกจาก Offer ที่ผู้ประกอบการที่พักจะมอบประสบการณ์ใหม่ในการเข้าพัก ตั้งแต่การจองห้องพัก การเช็กอิน สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ (Facility) และกิจกรรมต่าง ๆ ที่ที่พักมอบให้กับลูกค้า เช่น การร่วมมือกับ Local Community นำเสนอกิจกรรมต่าง ๆ ที่จะสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ เช่น กิจกรรมทอผ้า วาดรูปกับคนท้องถิ่น

การเลือกจองรูปแบบที่พัก Everything Traveler มีการเปรียบเทียบราคา และจองที่พักในรูปแบบ Standard ผ่านแพลตฟอร์ม OTA หรือจองออนไลน์โดยตรงผ่านเว็บไซต์ที่พัก เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายเพื่อนำไปใช้เพิ่มเติมกับการซื้อกิจกรรมที่มีให้บริการเพื่อสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างจากการท่องเที่ยวทั่วไป ทำให้การเข้าถึงกลุ่ม Everything Traveler ของผู้ประกอบการที่พักต้องให้ความสำคัญกับข้อมูล ประสบการณ์ที่ได้รับ และราคา เพื่อตอบโจทย์นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ได้อย่างตรงจุด

นอกจากกลุ่ม Everything Traveler เทรนด์ที่น่าสนใจสำหรับการท่องเที่ยวในปี 2025 ยังประกอบด้วย

– เทรนด์ทำงานระหว่างเที่ยว ที่มีอัตราการทำงานในที่พักระหว่างท่องเที่ยวสูงที่สุดในโลกถึง 68% และเป็นพฤติกรรมที่เติบโต 11% เมื่อเทียบกับการสำรวจในปีที่ผ่านมา

– เทรนด์ท่องเที่ยวกับสัตว์เลี้ยง จากนักท่องเที่ยวชาวไทย 76% ให้ความสำคัญกับสิ่งอำนวยความสะดวกที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยงมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวไทยกลุ่ม Gen Z ที่สูงถึง 85%

และเทรนด์การท่องเที่ยวกับสัตว์เลี้ยงยังสอดคล้องกับแนวคิด Everything Traveller ที่นักท่องเที่ยวให้ความสำคัญกับประสบการณ์การท่องเที่ยวของตนเอง รวมถึงความยืดหยุ่นในการเข้าพักมากขึ้น โดยมองหาวิธีที่จะทำให้ประสบการณ์การท่องเที่ยวสนุกสนานมากขึ้น ทั้งสำหรับตัวเองและสัตว์เลี้ยงด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ดี นอกเหนือจากเทรนด์ที่กล่าวมา จากการสำรวจครั้งนี้ยังมีพฤติกรรมการท่องเที่ยวปี 2025 ของคนไทยดังนี้

83% มีแผนจะท่องเที่ยวต่างประเทศ

54% มีแนวโน้มเลือกห้องพักแบบ Standard (ห้องพักมาตรฐาน) สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่ 46% ซึ่งอัตราการเลือกห้องพักแบบ Standard นักท่องเที่ยวจากประเทศสเปนมีแนวโน้มสูงสุดคือ 59% และต่ำสุดคือจีน 19%

97% ยินดีจ่ายเพิ่มสำหรับสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น อาหารเช้า (67%) ห้องชมวิว (44%) หรือการเช็กอินก่อนเวลา หรือการเช็กเอาต์ล่าช้า (33%)

94% ยินดีที่จะจ่ายเงินเพิ่มขึ้นสำหรับการเข้าพักที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

65% ยกเลิกการจองออนไลน์กลางคันหากได้รับประสบการณ์ที่ไม่ราบรื่น โดย Gen Z มีพฤติกรรมนี้ถึง 72%

78% มีแนวโน้มจะเดินทางไปร่วมงานอีเวนต์ และเป็นอัตราที่มากขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีที่ผ่านมา โดยรูปแบบงานอีเวนต์ที่นักท่องเที่ยวมีแนวโน้มที่จะเดินทางเพื่อเข้าร่วม ได้แก่ คอนเสิร์ต/เทศกาลดนตรี (47%) งานรวมญาติ/งานเฉลิมฉลอง (35%) และ งานสัมมนา (31%)

65% คาดว่าจะใช้เวลาส่วนใหญ่ (30%) หรือ “ใช้เวลาค่อนข้างมาก” (35%) ในโรงแรม

76% ของนักท่องเที่ยวชาวไทยให้ความสำคัญกับสิ่งอำนวยความสะดวกที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยงมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลก และสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลก

55% มีแนวโน้มที่จะใช้เว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันที่ให้บริการจองโรงแรม (OTA) ในการจองที่พัก ซึ่งเพิ่มขึ้น 9% สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกถึง 13%

อย่างไรก็ดี จากรายงานของ SiteMinder’s Changing Traveler Report 2025 ยังพบว่า 10 สถานที่ท่องเที่ยวในฝันของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ได้แก่

ญี่ปุ่น 13%

สหรัฐอเมริกา 9.5%

ฝรั่งเศส 9%

ออสเตรเลีย 8.5%

อิตาลี 7%

จีน 6.5%

แคนาดา 6%

เกาหลีใต้ 6%

สเปน 5.5%

สหราชอาณาจักร 5%

ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวในฝันของคนไทย 10 อันดับแรก ได้แก่

ญี่ปุ่น 56%

จีน 32%

เกาหลีใต้ 23%

สิงคโปร์ 15%

เวียดนาม 14%

ออสเตรเลีย 11%

ไต้หวัน 11%

ฝรั่งเศส 8%

ลาว 8%

สหรัฐอเมริกา 7%