VGI Global Media เป็นบริษัทที่ดูแล โฆษณาในเครือ BTS Group ที่เริ่มจากธุรกิจบิลบอร์ดโฆษณา หรือ สื่อนอกบ้าน (OutOfHome)

หลังจากนั้นก็ซื้อบริษัทโฆษณารูป ทั้งออนไลน์/ออฟไลน์ และนำข้อมูลทั้งสองด้านมายกระดับบริการ

จนตอนนี้ เรียกตัวเองว่า O2O Solutions (Online to Offline) ไปแล้ว

เรามาดูกันว่า แผนปี 2020 ของ VGI คืออะไรบ้าง

 

– – – Key Investment ของ VGI Global Media – – –

-2017  ลงทุนใน Rabbit Group เพื่อนำข้อมูลจาก การใช้บัตรแรบบิท และ Rabbit LINE Pay นำมาศึกษาผู้บริโภคให้ดียิ่งขึ้น

-ในปี 2018 มีการลงทุนที่สำคัญอีกครั้ง นั่นก็คือ ซื้อหุ้น 23% ของ Kerry Express คิดเป็นมูลค่ากว่า 5,900 ล้านบาท

-เตรียมเชื่อม ระหว่าง Rabbit Card กับ Rabbit LINE Pay ภายในปีนี้ ทำให้ตรวจสอบบัตรแรบบิทจากมือถือได้ และ อีก 2 ปี ผู้บริโภคจะสามารถใช้แค่มือถือในการเข้าบีทีเอสได้

-เปิดตัว O2O Solutions ให้ลูกค้า ที่เป็นการรวมโฆษณาระหว่างออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกัน โดยตั้งเป้าว่าจะเพิ่มสัดส่วน ลูกค้าในกลุ่มนี้ให้เป็น 35% ในปีหน้า

ซึ่งจากการลงทุนครั้งนี้เอง VGI จึงตั้งเป้าโตจาก 3,000 ล้านบาท ในปี 2017 สู่ 10,000 ล้านบาท ในปี 2020

 

– – – ขยายธุรกิจจาก Pain Points ลูกค้า – – –

ดูเผินๆ เหมือนว่า VGI จะกว้านซื้อบริษัทสื่อโฆษณาให้เยอะเข้าไว้ แต่จริงๆ แล้ว พวกเขาซื้อข้อมูลจากธุรกิจเหล่านั้น เพื่อแก้ Pain Points ของธุรกิจโฆษณา ซึ่งมี 3 อย่าง ดังนี้

1.Targeting >> Targeted Media

ในยุคออนไลน์ การ Target ผู้บริโภคทำได้ง่ายมาก เช่น ข้อมูลจากโซเชียลรู้ว่านาย A ชอบ Ferrari มากๆ Facebook ก็เลยยิงคอนเทนต์ที่เกี่ยวกับ Ferrari ให้เต็มรูปแบบ นาย A ก็กดไลค์ กดแชร์กระจาย แต่ยอดขายไม่เกิด เพราะในความเป็นจริง นาย A ขับรถญี่ปุ่นมาโดยตลอดเพราะรายได้ไม่สูงมาก และต้องผ่อนบ้านอีก

ฉะนั้น VGI จึงนำข้อมูลของผู้บริโภคในทุกด้านมา เพื่อโฆษณาให้ถูกจุดมากขึ้น เช่น นาย A ซื้อประกันจาก Rabbit Finance VGI ก็ทราบแล้วว่า นาย A ขับรถรุ่นนี้ ยี่ห้อนี้ เวลาโฆษณารถยนต์ก็ต้องเลือกสินค้าที่นาย A รับไหว และเป็นกลุ่มรถแข่งที่คล้าย Ferrari เป็นต้น

2.Disconnected Media >> Connected Media

สิ่งที่แบรนด์อยากได้ต่อมาก็คือ สื่อโฆษณาที่ไร้รอยต่อ เพราะจะทำให้เข้าไปอยู่ในทุก Journey ของผู้บริโภคทุกขณะ โดยขอยกตัวอย่าง Customer Journey ที่เป็น Journey จริงๆ เช่น สมาร์ทโฟนยี่ห้อหนึ่งอยากเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่สามารถซื้อสมาร์ทโฟนราคา 25,000 บาท

VGI ก็ไปดูข้อมูลว่า ที่ BTS สถานีไหน คนมีรายได้เยอะสุด ก็ไปติดป้ายบิลบอร์ด หรือ จอ LED ที่นั่น จากนั้นก็ไปโฆษณาในตึกออฟฟิศที่กลุ่มลุกค้าอยู่ และ ในรถไฟฟ้า โฆษณาสมาร์ทโฟนนี้ก็จะตามไปด้วย เป็นต้น

ปล.เล่าให้เห็นไอเดียคร่าวๆ ของจริงละเอียดกว่านี้

3.ROI ที่วัดผลยาก >> Measurable ROI

เมื่อแบรนด์ลงหลายช่องทาง เป็นเรื่องยากที่จะวัด ROI ถูกต้อง เพราะตัวชี้วัดแต่ละที่ไม่เหมือนกัน แต่ถ้าลงผ่าน VGI ก็จะได้ผลลัพธ์ที่สอดคล้องกัน และรู้ได้ว่าควรเพิ่มการลงทุนอันไหน ลดอันไหน เป็นต้น

 

– – – อะไร คือ O2O Solutions – – –

เพราะฉะนั้น VGI จึงพยายามผลักดันให้ลูกค้ามาใช้ บริการแบบ Offline to Online หรือ O2O Solutions ให้มากขึ้น เพื่อที่แบรนด์จะได้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้ทุก Touchpoints

โดยปัจจุบัน สัดส่วนรายได้ของ VGI จาก สื่อ Out of Home คิดเป็น 90% แต่ในอนาคตจะผลักดันโมเดล O2O ให้สูงเป็นสัดส่วน 35% ให้ได้

 

– – – สรุป – – –

ตอนนี้ VGI มีไพ่ในมือครบมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น

-ข้อมูลการเดินทาง ข้อมูลการซื้อสินค้า จาก Rabbit Card และ Rabbit LINE Pay

-ข้อมูลการเงิน จาก Rabbit Finance

-ข้อมูลการส่งสินค้า ของ Kerry Express

 

ฉะนั้นในอนาคต มั่นใจได้เลยว่า VGI จะลงทุนในธุรกิจอื่นๆ อีกแน่ และธุรกิจต้องมี Data ที่จะยกระดับบริการของ VGI ให้ครบรอบด้านมากขึ้น

และเมื่อรวมกับธุรกิจของ BTS ที่เตรียมขยายสายรถไฟฟ้าอีกหลายสาย อาณาจักรของ BTS Group น่าจะโตอีกหลายเท่าตัว


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน