ว่าด้วยศาสตร์เเห่ง ‘แพคเกจจิ้ง’ เปลี่ยนอย่างไรให้ได้ใจผู้บริโภค ?

น่าสนใจว่า…ผู้บริโภคยุคใหม่เวลาเลือกซื้อสินค้า “เขาตัดสินใจจากอะไรบ้าง?

เหตุผลเเรกคงหนีไม่พ้น “สินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการ” ตัวอย่างเช่น อยากดื่มน้ำอะไรหวานๆ ดื่มเเล้วสดชื่นตำเเหน่งเเรกที่ผู้บริโภคพุ่งไปหาก็คงหนีไม่พ้นตู้เเช่เครื่องดื่มเย็นๆ ที่เรียงรายไปด้วยเครื่องดื่มหลากหลายเเบรนด์

เเละเมื่อผู้บริโภคมายืนอยู่หน้าตู้เเช่เเล้ว คำถามต่อมาคือ จะดื่มอะไร? หากได้คำตอบว่าเครื่องดื่มประเภทน้ำผลไม้ เชื่อสิว่าในตู้เเช่ ต้องมีน้ำผลไม้อย่างต่ำๆ 2-3 เเบรนด์ รอให้ผู้บริโภคตัดสินใจ!

ดังนั้น… นอกจากการสร้างผลิตภัณฑ์เพื่อให้ ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าเเล้ว ขั้นต่อไปคงหนีไม่พ้นเรื่องการสร้างเเบรนด์ให้ครองใจผู้บริโภค รวมถึงการทำตลาดของสินค้าเเต่ละเเบรนด์ เเละประสบการณ์จากตัวผู้บริโภคเป็นเครื่องชี้วัด ก่อนที่จะเกิดการตัดสินใจหยิบเครื่องดื่มที่เราขายออกมาจากตู้เเช่

เเต่ในบางครั้งก็ต้องยอมรับว่า “เราเลือกซื้อสินค้าเพราะตัวบรรจุภัณฑ์ที่สวยงาม ดีไซน์ดึงดูดใจ ”ซึ่งกลยุทธ์ปรับโฉม ปรับดีไซน์ เปลี่ยนลุคแพคเกจจิ้ง เพื่อสร้างความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ให้โดดเด่นเหนือคู่แข่งอื่นๆ ในตลาด ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไร… เเต่ที่น่าสนใจไปกว่านั้น คือ ถ้าเกิดจะคิดปรับโฉม หรือเปลี่ยนแพคเกจจิ้ง ทั้งที “ผู้ประกอบการควรต้องศึกษา เเละรู้ข้อมูลอะไรบ้าง?”ก่อนจะตัดสินใจ

Tetra Pak (เต็ดตรา แพ้ค) บริษัทชั้นนำด้านการผลิตและบรรจุภัณฑ์สำหรับอาหารและเครื่องดื่มของไทย ให้ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับการ “เลือกบรรจุภัณฑ์ อย่างไรให้ใช่ที่สุด เเละกล่องแบบใหม่ช่วยอะไรคุณได้บ้าง? พร้อมส่งแคมเปญ #เลือกด้านที่ใช่ #ShowYourBestSide มากระตุกใจผู้บริโภคให้หันมามองหาด้านที่ใช่บนกล่องกัน

ลองติดตามไปพร้อมๆ กันว่าข้อมูลจะน่าสนใจขนาดไหน

ผู้บริโภคยุคใหม่ใช้อะไรในการตัดสินใจที่จะเลือกซื้อสินค้า ?

จากข้อมูล กว่า 70% ในของการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค เกิดขึ้นเมื่ออยู่หน้าชั้นวางสินค้า แม้ว่าจะมีการวางแผนรายการสินค้า
มาจากบ้านเเล้วก็ตาม เเละมีผู้บริโภคอีกกว่า 20%  มีการตัดสินใจซื้อสินค้าในทันที โดยไม่ได้วางแผนมาก่อน ที่หน้าชั้นวางสินค้า

โดยหลักๆ ผู้บริโภคที่มีการตัดสินใจซื้อสินค้าฉับพลัน มักจะถูกกระตุ้นด้วยโปรโมชั่น และความน่าสนใจในตัวผลิตภัณฑ์ที่มีความจำเพาะเจาะจงตรงกับบุคลิก และช่วยสร้างประสบการณ์แปลกใหม่ให้กับผู้บริโภค เเละที่สำคัญ สินค้าประเภทนี้ผู้บริโภคยังยินดีที่จะจ่ายเงินเพิ่มมากขึ้นถึง 45%  โดยเฉพาะสินค้าชนิดที่จัดทำเป็นรุ่นพิเศษ มีจำนวนจำกัด ซึ่งจะได้รับความสนใจมากขึ้นถึง 24% รวมไปถึงสินค้าที่มีการออกแบบพิเศษโดยเฉพาะอีกด้วย

รับมือกับเทรนด์ผู้บริโภค… ในวันที่ Brand Loyalty ค่อยๆ ลดน้อยลง

จากข้อมูลยังระบุอีกว่า “เทรนด์ในปัจจุบันของผู้บริโภค มีความจงรักภักดีต่อแบรนด์ หรือ Brand Loyalty ลดน้อยลงเรื่อยๆ ในหลายกลุ่มสินค้า โดยเฉพาะในกลุ่มของสินค้า FMCG”

ซึ่งเหตุการณ์ที่ว่านี้ หากมองให้ลึกดูเหมือนว่าจะเป็นปัญหาของเหล่าเเบรนด์ใหญ่ทั้งหลายที่ใช้เวลามาอย่างยาวนานในการสร้างเเบรนด์จนกลายเป็น Top of Mind ของผู้บริโภคได้ “เเต่ในปัญหายังมีโอกาส” เพราะนั่นหมายถึงว่า “แบรนด์สินค้าใหม่ๆ ​จะสามารถสร้างโอกาสให้กับผลิตภัณฑ์ของตัวเองได้มากขึ้นเช่นกัน”

แล้วอะไร คือ สิ่งที่ทำให้ผู้บริโภคเปลี่ยนใจ มาเลือกสินค้าของเรา? …. แน่นอนว่ามีกันอยู่หลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นสงครามราคา การเเข่งขันในเรื่องของคุณภาพ  และที่ขาดไม่ได้เลยคือเรื่องของบรรจุภัณฑ์
เพราะเทรนด์ของผู้บริโภคในปัจจุบัน ยังมาพร้อมกับการเลือกสินค้าที่สามารถบ่งบอกความเป็นตัวตนของตัวเองมากขึ้นอีกด้วย บวกกับพร้อมที่จะ “จ่ายหนัก” หากสินค้าที่เลือกสามารถช่วยส่งเสริมความเป็นตัวตนให้ดียิ่งขึ้น ดังนั้นเรื่องของดีไซน์จึงเป็นสิ่งที่มองข้ามไม่ได้เป็นอันขาด

 

ผสานงานดีไซน์ เเละการใช้งานเข้าด้วยกัน

สวยที่รูป จูบต้องหอมด้วย! ต้องขอบิดคำพังเพยของไทยเรานิดหน่อย เพราะกำลังจะบอกว่า การดีไซน์บรรจุภัณฑ์ยุคนี้ต้องบาลานซ์ให้ดีทั้งในด้านของการดีไซน์เเละในเเง่ของการใช้งาน เพื่อเสริมสร้างให้เกิดฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบโจทย์

ตัวอย่างงานออกเเบบของกล่องบรรจุภัณฑ์รุ่น Tetra Brik® Aseptic 200 Slim Leaf ที่ตั้งใจออกเเบบมาเพื่อสร้างความแปลกใหม่ให้กับผู้บริโภค เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ดีในการพัฒนาบรรจุภัณฑ์สมัยใหม่

ความพิเศษของ Tetra Brik® Aseptic 200 Slim Leaf  คือ แถบรูปทรงใบไม้ที่เสริมความเด่นให้กับสินค้าได้ดี นอกจากนั้นยังเป็นเเถบที่สามารถใส่ข้อมูลสำคัญต่างๆ ลงไป เพื่อสื่อสารเเละให้ข้อมูลไปยังผู้บริโภคที่ยืนพิจารณาสินค้าได้เป็นอย่างดี

จากผลสำรวจ 96% ของผู้บริโภค มีความเห็นว่า แถบที่เสริมขึ้นทั้งสองด้านของกล่องช่วยให้จับได้ถนัดมือมากขึ้นอีกด้วย”

เปลี่ยนก่อนได้เปรียบ!”

นอกจากนั้นยังมีตัวอย่างอีก 4 เเบรนด์เครื่องดื่มที่เปลี่ยนจากกล่องธรรมดามาใช้ Tetra Brik® Aseptic 200 Slim Leaf

นมแลคโตสฟรี แบรนด์ mMlik : บริษัท แมรี่ แอน แดรี่ โปรดักส์​ ผลิตภัณฑ์นมยูเอชทีเเบรนด์เเรกที่เปลี่ยนมาใช้กล่องเเบบ Tetra Brik® Aseptic 200 Slim Leaf ซึ่งสอดคล้องกับโพสิชันนิ่งของเเบรนด์ที่เน้นเจาะกลุ่มวัยรุ่น เเละคนรุ่นใหม่
นอกจากนั้น mMlik ยังมาพร้อมกับดีไซน์เรียบเเต่สร้างการจดจำได้ดี ด้วยคาเเรกเตอร์ลวดลายของวัว ช่วยให้ผู้บริโภคสัมผัสได้ถึงความสดใหม่ของนมวัวที่บรรจุอยู่ภายในกล่อง

ไม่นานมานี้ บริษัท มาลีกรุ๊ป ได้ทำการรีแบรนด์ครั้งยิ่งใหญ่ในรอบ 40 ปี พร้อมๆ กับการปรับเเพคเกจจิ้งกล่องใหม่หมด เน้นสีสันสดใสสะดุดตา เพื่อให้รู้สึกถึงความสดชื่น และที่สำคัญคือการใช้ส่วนที่เป็น
แถบใบไม้ สำหรับเเบ่งสีเฉพาะของกลุ่มผลิตภัณฑ์ได้อย่างชาญฉลาด

กล่องใหม่ของ มินิท เมด ไวตา คิดส์  อีกหนึ่งเเบรนด์น้ำผลไม้ที่มีส่วนผสมของวิตามินหลากหลายชนิด ซึ่งจุดเด่นของ มินิท เมด ไวตา คิดส์ คือการปรับดีไซน์ให้ดูเด็กลง เพื่อให้สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมาย นอกจากนั้นเเถมใบไม้บริเวณข้างกล่อง
ยังเเสดงถึงวิตามินต่างๆ ที่ผู้ดื่มจะได้รับ ช่วยในการตัดสินใจของผู้ปกครองเมื่อจำเป็นต้องเลือกซื้อสินค้าให้กับเด็กๆ ในครอบครัว

หนองโพ ยูเอชที เป็นอีกหนึ่งเเบรนด์ที่อยู่ในตลาดนมยูเอชทีมาอย่างยาวนาน  ซึ่งการปรับโฉมกล่องใหม่ในครั้งนี้ถือเป็นการฉลองการดำเนินกิจการครบ 45 ปี ปรับลุคให้ทันสมัยขึ้น เเต่ยังคงความคลาสิคโดยการคงรูปวัวและถังนมไว้บนกล่องที่ยังเป็นภาพจำของแบรนด์อยู่

สำหรับผู้ผลิตอาหารหรือเครื่องดื่มท่านใดที่สนใจค้นหาด้านที่ใช่ของบรรจุภัณฑ์ของคุณกันอยู่สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ : https://www.tetrapak.com/th/unpacking-opportunities