ไม่ได้มาเล่นๆ ปิติ ภิรมย์ภักดี เตรียมส่งอาหารไทย สู่ครัวโลก

ปิติ ภิรมย์ภักดี “ต๊อด” ทายาทบริษัท บุญรอดฯ นักแข่งรถซื่งเพิ่งคว้ารางวัลระดับโลกมาครอง เป็นเจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยว ร้านอาหารไทย และยังทำซอสพริกขายอีกด้วย

ถ้าเอ่ยชื่อ “ต๊อด” จะนึกไปถึงทายาทหมื่นล้านรุ่นที่ 4 ของกลุ่มบริษัทบุญรอดฯ ที่มีต้นตระกูลมาจากเจ้าพระยาภิรมย์ภักดี เป็นลูกชายคนกลางของสันติ – อรุณี ภิรมย์ภักดี  มีพี่ชายหนึ่งคนคือ “เต้”  ภูริต น้องสาวคือ “เตย” ปรีดิ์รติ มีภรรยาเป็นนักแสดงสาวสวย “นุ่น” วรนุช และเป็นคนที่ชอบกีฬาความเร็ว โดยในปีที่ผ่านยังพาทีม เคซเซล เรซซิ่ง ทีพี 12 ชูธงชาติไทยขึ้นโพเดียมอันดับที่ 1 ในการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบชิงแชมป์ Blanc Pain ที่ยุโรป

หลายคนอาจจะมองว่าการทำร้านอาหารเป็นแค่เรื่องเล่นๆ ของต๊อด-ปิติ แต่ถ้าใครได้รู้เบื้องลึกว่าต๊อดมี passion ส่วนตัวในเรื่องการชอบทำอาหาร จะรู้ว่าวันนี้ในธุรกิจอาหารเขาไม่ได้มาเล่นๆแน่นอน  แต่ยังมีความปรารถนาอย่างแรงกล้า ที่จะนำอาหารจากเมืองไทยดินแดนเล็กๆของซีกโลกตะวันออกที่เต็มเปี่ยมไปด้วยวัฒนธรรมประเพณีที่น่าค้นหาไปให้คนทั่วโลกได้ลิ้มรส

ในปีที่ผ่านมาเขาได้ สร้างแบรนด์ “Made by Todd” ซอสพริกพริก ซอสเอนกประสงค์ หรือที่เรียกกันสั้นๆว่า “ซอสต๊อด” ที่ใช้เวลาในการเฟ้นหาสูตรลับ ด้วยตัวเองนานถึง 2 ปี ที่ผลลัพธ์ของการทุ่มเทค่อนข้าง “คุ้มค่าเหนื่อย” เพราะสามารถสร้างยอดขายได้ทะลุเป้าหมาย

และในปีนี้ยังเปิดร้านก๋วยเตี๋ยว “ตั่วเฮีย”  ที่มีเมนูก๋วยเตี๋ยวรสแซ่บ หลากหลายทั้งเนื้อ, ไก่,และ เย็นตาโฟ ในราคาเริ่มที่ 40 บาท โดยได้เป็นคนคิดสูตรและออกไอเดียในการสร้างสรรค์รสชาติให้กับเมนูต่างๆในร้าน และมีความคิดที่ต่อไปจะขยายร้านในรูปแบบแฟรนไชส์เพื่อเป็นการสร้างอาชีพให้คนอื่นๆด้วย

 

ต๊อด ปิติ ภิรมย์ภักดี

 

ล่าสุดเขาได้เปิดร้านอาหารไทยชื่อ“อาหาร” (R-HAAN THE WISDOM OF THAI CUISINE) นับเป็นร้านอาหารไทยไฟน์ไดนิ่งแห่งใหม่ใจกลางทองหล่อ ตั้งอยู่ในทองหล่อซอย 9 ที่นำเสนอความอุดมสมบูรณ์ของวัตถุดิบไทยตามฤดูกาล โดยมีความตั้งใจที่จะนำแก่นของอาหารไทยดั้งเดิม ผ่านการปรุงของพ่อครัวที่มีความเจนจัดในอาหารไทยชั้นเลิศ โดยมี ชุมพล แจ้งไพร หรือที่รู้จักในนาม “เชฟชุมพล” เป็นกรรมการผู้จัดการของร้าน

ร้าน “อาหาร” เขาบอกว่าไม่ใช่แค่ร้านอาหารไทยธรรมดาๆแต่เป็นจุดเริ่มต้นของการอนุรักษ์ อาหารไทย ถือกำเนิดภายใต้แนวคิดของ ‘ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว’ ร่วมนิยามความอุดมสมบูรณ์ที่สะท้อน หาทานได้ยากในปัจจุบัน  ที่คนไทยควรได้เข้ามาลิ้มลองและเรียนรู้ถึงจุดเด่นในเรื่องอาหารไทยในอดีตด้วย

“ตอนเด็กๆผมใกล้ชิดกับคุณปู่คุณย่า ซึ่งท่านก็ชอบทำอาหารให้ทานเป็นประจำ เลยได้ซึมซับวิธีการทำอาหารไทยแบบดั้งเดิมด้วยวิธีการที่ปราณีต คุณปู่ผมยังเคยพูดไว้ว่าเราเป็นคนไทยการที่จะเตรียมสำรับกับข้าวในทุกมื้อ ต้องมีน้ำพริกกับผักต้ม 1 อย่างเพื่อสะท้อนถึงความเป็นไทยและวัฒนธรรมไทย”

ดังนั้นอาหารที่ร้านนี้ 85 % จะคงความเป็นอาหารไทยดั้งเดิม มีการดัดแปลงน้อยที่สุดเพียง  15 % รวมทั้งเป็นร้านที่คัดสรรวัตถุดิบที่ดีมีคุณภาพที่สุดด้วย

ต๊อดเชื่อว่าอาหารเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ ที่มีความจำเป็นในการดำเนินชีวิตของมนุษย์ ดังนั้น อาหารจึงเป็นกลุ่มธุรกิจ หรือผลิตภัณฑ์ที่จะไม่ได้รับผลกระทบจากดิจิทัลดิสรัปชั่น

จากความชอบส่วนตัวในเรื่องอาหารจึงถูกเชื่อมโยงเข้ากับธุรกิจของครอบครัว

ปัจจุบันต๊อด – ปิติ ดำรงตำแหน่งเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจซัพพลายเชนและกรรมการบริหาร บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ผู้นำธุรกิจเครื่องดื่มและอาหาร โดยดูแล 3 หน่วยงานหลัก คือ

1.กลุ่มซัพพลายเชน

2.Digital Service

3.Food Factors (ฟู้ด แฟคเตอร์ จำกัด)

 

ต๊อด ปิติ ภิรมย์ภักดี

 

Food factors สร้างเครือข่ายธุรกิจ เชื่อมต่อช่องทางอาหารไทยสู่เวทีโลก 

บทบาทของบริษัท ฟู้ด แฟคเตอร์ คือการทำ “ธุรกิจอาหาร” ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทั้งผลิตผลทางการเกษตรจากแหล่งเพาะปลูก ไปจนถึงการจัดจำหน่ายถึงมือผู้บริโภค สินค้าของ Food Factors มีตั้งแต่ผลิตผลทางการเกษตร การแปรรูป และสินค้าสำเร็จรูป ในรูปแบบ Ready to Eat หรือที่ให้ความสำคัญและมีการเติมโตที่ดี คือ กลุ่ม Ready to Cook

ต๊อดย้ำว่า Food Factors เน้นการทำการตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ วัฒนธรรมอาหารของไทย

สำหรับทิศทางการดำเนินธุรกิจของ Food Factors เป็นทั้งในรูปแบบของลงทุนเองและ Mergers & Acquisition (M&A) กับกลุ่มผู้ประกอบการท้องถิ่นในแต่ละประเทศ ซึ่งที่ผ่านมา ได้เจรจากับผู้ประกอบการท้องถิ่นหลายราย ในจำนวนนี้มีอยู่ 3-4 รายที่อยู่ระหว่างการเจรจาร่วมทุน ทั้งนี้หลังจากได้ข้อสรุปการร่วมลงทุนภายในไตรมาสสองแล้ว เชื่อว่าความร่วมมือที่เกิดขึ้นจะช่วยสร้างฟู้ดเน็ตเวิร์กให้กับสินค้ากลุ่มอาหารของบุญรอดฯ ให้มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น

การขยายกลุ่มธุรกิจอาหารในช่วงที่ผ่านมานั้นกลุ่มบุญรอดฯ จะอาศัยเครือข่ายของเบียร์สิงห์ ในการขยายตลาดเป็นหลัก  แต่คราวนี้จะปรับแผนใหม่ บุกตลาดธุรกิจอาหารด้วยตัวฟู้ด แฟคเตอร์โดยตรง

“ผมตั้งใจจะไม่กินบุญเก่า ไม่ต่อยอดกับความใหญ่ของเราเพราะการเข้าไปแบบสิงห์  ใหญ่เกินไปทำให้คู่ค้าที่ดีและศักยภาพอาจไม่เปิดใจและตั้งกำแพงกั้น เพราะคิดว่าเราชำนาญในเรื่องเบียร์อยู่แล้วจะมาตั้งใจทำธุรกิจเรื่องอาหารจริงๆหรือ ”   

ปิติให้ความสำคัญอย่างมากเกี่ยวกับเรื่องช่องทางการจัดจำหน่าย เขาบอกว่าหลายบริษัท พัฒนาสินค้าก่อน แล้วค่อยหาช่องทางการขายแต่เขากลับคิดต่างออกไป

“ผมจะหาช่องทางขายให้แข็งแรงก่อน แล้วค่อยมาคิดว่าช่องทางไหนควรเอาอะไรเข้าไปขาย แล้วต่อมาค่อยพัฒนาสินค้าตัวนั้นๆออกมา และยิ่งเราได้พาร์ทเนอร์ที่ดี แข็งแกร่ง สเกลเรายิ่งใหญ่ และไปได้เร็ว”

ปีนี้เขาจะให้น้ำหนักในการบุกตลาดในเมืองไทยกับต่างประเทศ 80-20 โดยในปีต่อๆ ไปจะให้น้ำหนักกับตลาดต่างประเทศเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

โดยวางแผนกรอบการลงทุนในระยะ 3 ปีข้างหน้า (2561-2563) จะใช้เม็ดเงินลงทุนในกลุ่มธุรกิจ 5,000 ล้านบาท

ต๊อด ปิติ ภิรมย์ภักดี

 

ปฎิบัติการรวมร่างธุรกิจอาหารในเครือ

ปัจจุบันมีบริษัทผลิตอาหารในเครือบุญรอดฯ  ซึ่งพร้อมที่จะสนับสนุนการขยายตลาดของธุรกิจอาหาร อาทิ บริษัท เฮสโก โซลูชั่น จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจซอสปรุงรส และอาหารพร้อมทาน, บริษัท มหาศาล จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจข้าว ตราพันดี เป็นต้น โดยปัจจุบันกลุ่มธุรกิจอาหารในเครือบุญรอด     บริวเวอรี่ จำกัด

ในส่วนแผนดำเนินธุรกิจในกลุ่มธุรกิจอาหารของกลุ่มบุญรอดฯจากนี้ไป เน้นการพัฒนาอาหารไทยเป็นหลัก โดยจะมีการพัฒนาทั้งอาหารสำเร็จรูปพร้อมทาน อาหารแช่แข็ง เพื่อตอบสนองความต้องการผู้บริโภคที่มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น

ต๊อดยังวางแผนโยกฐานการผลิตของ บริษัท เฮสโก โซลูชั่น จำกัด จากระทุ่มแบนและบริเวณย่านบางนา มาที่โครงการ “World Food Valley Thailand” จังหวัดอ่างทอง เพื่อรองรับกับความต้องการในอนาคต ขณะเดียวกันในโครงการดังกล่าวมีความพร้อมทางด้านการผลิตช่วยลดต้นทุนลงได้

 

ข้อมูลต้องแม่น เพื่อให้ได้ใจลูกค้ามากที่สุด

 ถึงแม้ดิจิทัลจะไม่ Disrupt ธุรกิจอาหารโดยตรง แต่เขาก็ตั้งรับโดยตั้งบริษัท เอสบีพี ดิจิทัล เซอร์วิส จำกัด ที่ดำเนินธุรกิจทางด้านดิจิทัล เพื่อรองรับกับโลกดิจิลทัล และการใช้ประโยชน์ในการจัดเก็บข้อมูลผู้บริโภคเพื่อนำมาปรับปรุงสินค้าเพื่อให้ตรงใจลูกค้ามากที่สุด

หลังจากที่ก่อนหน้านี้ บุญรอดฯ ได้มีการจัดตั้ง ฟู้ด แล็บ ในจังหวัดปทุมธานี เพื่อการวิจัยและพัฒนาอาหาร

ต๊อดบอกว่าสิ่งสำคัญที่สุดในการทำร้านอาหารก็คือ เมื่อขยายไปได้มากแล้วคุณภาพต้องคงที่        ฟู๊ดแล๊บที่ปทุมธานีจึงเป็นศูนย์กลางในการตรวจสอบคุณภาพอาหาร เพื่อให้เกิดความเสถียรในเรื่องคุณภาพอาหาร

“ที่มาของวัตถุดิบเช่นกระเทียมพริกไทยจะต้องเก็บจากต้นในเดือนไหน เป็นรายละเอียดที่เราต้องใส่ใจ  เพราะจะมีความเข้มข้นของความเผ็ด ความมันต่างกัน  ลิ้นเป็นแค่ตัวทดลองระดับหนึ่ง แต่สิ่งสำคัญคือการวัดค่าที่เป็นวิทยาศาสตร์ ”

 

 

สำหรับเป้าหมาย 3 ปี ภายใต้ 3 บริษัทใหม่ของบุญรอดฯ สามารถสร้างรายได้แตะ 15,000 ล้านบาท จากปัจจุบันโครงสร้างรายได้มาจากกลุ่มซัพพลายเชนราว 2,500 ล้านบาท และกลุ่มธุรกิจอาหาร 2,500 ล้านบาท

และหากธุรกิจอาหารของบุญรอดบุกตลาดต่างประเทศได้สำเร็จ ก็จะมีแผนใช้โมเดลธุรกิจอาหารเป็นต้นแบบการขยายธุรกิจเครื่องดื่มที่ไม่ใช่เบียร์  เช่นน้ำดื่มสิงห์ น้ำแร่เพอร์ร่า โซดาสิงห์ เพื่อเปิดตลาดต่างประเทศในอนาคตอีกด้วย

อย่าลืมว่าเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ยังมีน้ำส้มแบรนด์ Valensina  ที่สิงห์ไปซื้อกิจการในประเทศเยอรมี มารอจังหวะนี้อยู่แล้วด้วย

แล้วอย่างนี้ จะเรียกว่าเขาทำเล่นๆได้อย่างไร ? เจ้าคะ  ออเจ้า ทั้งหลาย ..


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline

 


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer