WWE Raw เมื่อยักษ์สตรีมมิ่ง Netflix ยิงสดมวยปล้ำ ชิงทิ้งห่างคู่แข่งด้วยแผนลุยไลฟ์กีฬาต่อ

Trends / หนึ่งในสัจธรรมที่ยังสามารถใช้ได้ทั้งสำหรับหน้าที่การงานและทางธุรกิจ แม้ยุคสมัยและเทรนด์จะเปลี่ยนไปอย่างไร คือ คว้าอันดับ 1 ว่ายากแล้ว แต่การรักษาความเป็นหนึ่งนั้นยากกว่า นี่ทำให้เจ้าของตำแหน่งยืนหนึ่งต้องทำทุกทางเพื่อทิ้งห่างคู่แข่ง

สัจธรรมดังกล่าวกำลังทำงานอีกครั้งในวงการวิดีโอสตรีมมิ่ง หลังยักษ์ใหญ่ประเดิมยิงสดคอนเทนต์ใหม่ เพื่อมัดใจคอกีฬา ที่ผสมเรื่องดราม่าและมีเส้นเรื่อง ท่ามกลางหยาดเหงื่อ เลือด และน้ำตา บนผืนผ้าใบ จากแบรนด์ใหญ่สุดของตลาดคอนเทนต์นี้ ตามแผนทิ้งห่างคู่แข่ง

6 มกราคม 2025 Netflix ได้ไลฟ์สตรีมมวยปล้ำรายการ Raw ของ WWE ในสหรัฐฯ ประเทศแถบตะวันตก และเอเชียอีกหลายประเทศ รวมถึงไทย

โดยนอกจากการปล้ำกันอย่างดิบเถื่อน-ดุเดือด ตามคอนเซ็ปต์ของรายการแล้ว ยังมีการปรากฏตัวของนักมวยปล้ำรุ่นใหญ่ที่ร้างวงการไปนานแต่ยังดังอยู่ อย่าง เดอะ ร็อค, จอห์น ซีน่า, ดิ อันเดอร์ เทกเกอร์ และ ฮังค์ โฮเกน รวมไปถึงคนดังจากวงการอื่นที่เป็นขวัญใจคนรุ่นใหม่ ทราวิส สก็อต ด้วย

คอนเทนต์นี้ถือเป็นไลฟ์สตรีมครั้งแรกใน Netflix ของWWE หลังข่าวใหญ่ย้อนไปเมื่อปีต้นปี 2024 ที่ Netflix ทุ่ม 5,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 172,000 ล้านบาท) ซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดพร้อมทัพคอนเทนต์ของWWEต่อเนื่องยาว 10 ปี ซึ่งในจำนวนนี้ในมีWWE Smackdown คอนเทนต์ที่เรตติ้งสูงสุดในคืนวันศุกร์ของวงการโทรทัศน์สหรัฐฯ รวมอยู่ด้วย

เพราะนอกจากเป็นดีลใหญ่แล้ว ยังเป็นครั้งแรกที่ WWE ย้ายจากโทรทัศน์แบบปกติและเคเบิลทีวีมาลงแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง สะท้อนถึงการเปลี่ยนพฤติกรรมในการชมรายการที่เปลี่ยนไปของคนทั่วโลกในปัจจุบัน

ในทางธุรกิจนี่คือการเพิ่มคอนเทนต์กลุ่มกีฬาโดยเฉพาะการถ่ายทอดสดของ Netflix แบบต่อเนื่อง หลังไลฟ์สตรีมมวยคู่ระหว่างไมค์ ไทสัน กับ เจค พอล เมื่อ 16 พฤศจิกายน และการแข่งอเมริกันฟุตบอล 2 นัด เมื่อคืนวันคริสต์มาส (ตามเวลาในสหรัฐฯ) ซึ่งมีจำนวนผู้ชม 60 ล้านคน และ 65 ล้านคน ตามลำดับ

ซึ่งภาพรวมทำให้ Netflix มีคอนเทนต์กีฬาเพิ่มขึ้นอีก เสริมจากสารคดีเบื้องลึก เบื้องหลัง และเรื่องฉาววงการกีฬา และเป็นการสะท้อนว่า การจะทิ้งห่างคู่แข่งต้องมีคอนเทนต์ให้หลากหลายเข้าไว้ และลำพังแค่หนังกับซีรีส์ไม่พออีกต่อไปแล้ว  

ส่วนจากนี้มีแนวโน้มว่าคอนเทนต์กลุ่มกีฬาของ Netflix จะเพิ่มขึ้น โดยคอนเทนต์กีฬาแบบไลฟ์สตรีมที่มีความเป็นไปได้มากสุดในระยะใกล้ คือ การต่อสู้ ศิลปะป้องกันแบบผสมผสาน รายการ UFC เพราะอยู่ใน TKO เจ้าของเดียวกับ WWE

ขณะที่ระยะไกลคือ ฟุตบอลโลกหญิงปี 2027 และ 2031 ซึ่ง Netflix ดีลกับ FIFA เรียบร้อยแล้วเมื่อปลายปี 2024 แม้ยังต้องจับตาดูว่าจะขยายพื้นที่รับชมจากนอกสหรัฐฯ และแถบทวีปอเมริกาไปไกลแค่ไหนก็ตาม

ทั้งนี้ หากในอนาคต Netflix ทุ่มซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดกีฬามากขึ้น และไม่จำกัดอยู่แค่คอนเทนต์กีฬากลุ่มนัดพิเศษหรือมีบทกำหนดไว้ล่วงหน้า สิ่งที่จะตามมาคือ วิดีโอสตรีมมิ่ง ค่ายอื่น ๆ ก็จะไม่อยู่เฉย ต้องลงมาแย่งลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดด้วย

และย่อมทำให้ฝ่ายสถานีโทรทัศน์ที่ครองลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดกีฬามานาน ต้องลงมาชิงซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด เพื่อกันไม่ให้เกิดวิกฤตเหมือนที่กำลังเกิดขึ้นกับวงการซีรีส์ในปัจจุบัน ที่ผู้ผลิตแทบจะทำซีรีส์เพื่อลงวิดีโอสตรีมมิ่งมากกว่าโทรทัศน์กันแล้ว/cnn, theguardain, euronews, wikipedia, sportico screenrant, usatoday

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline

 

 


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer