Trends / ปี 2025 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในเรื่องความก้าวหน้าทางสังคมและความเท่าเทียมของไทย รวมไปถึงการโอบรับความหลากหลายทางเพศ โดยหลักฐานชัดเจนที่สุดคือ วันนี้ (23 มกราคม) ได้ประกาศรับรองสมรสเท่าเทียม
นี่ทำให้ไทยเป็นประเทศที่ 38 ถัดจากลิกเทนสไตน์ ในโลกที่ให้กลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQ) ได้จดทะเบียนสมรสได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย เช่นเดียวกับคู่รักต่างเพศ
ขณะเดียวกันยังทำให้ไทยเป็นประเทศแรกในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่รับรองการสมรสเท่าเทียม เช่นเดียวกับบรรดาประเทศแรก ๆ ด้านนี้อีก 5 ประเทศ ซึ่งทุกประเทศต่างก็ใช้เวลาผลักดันเรื่องนี้กันมาหลายปี

เนเธอร์แลนด์
แม้มีประชากรเพียง 17 ล้านคน แต่เนเธอร์แลนด์ก็ได้รับการจดจำว่าเป็นหนึ่งในประเทศหัวก้าวหน้ามานาน โดยหลักฐานยืนยันคือ ริเริ่มตั้งตลาดหุ้นเป็นครั้งแรก ส่วนในสายตากลุ่ม LGBTQ นี่คือประเทศชั้นนำเช่นกัน
เนเธอร์แลนด์เริ่มมีการผลักดันกฎหมายสมรสเท่าเทียมและการรับรองสิทธิต่าง ๆ ให้กลุ่ม LGBTQ เป็นครั้งแรกเมื่อช่วงกลางยุค 80 โดยผู้ที่เป็นแกนนำคือ แฮงค์ โครล์ บรรณาธิการนิตยสาร Gay Krant หลังเห็นว่ากลุ่มตนทำได้เพียงจัดพิธีแต่งงานเท่านั้นแต่กลับยังไม่สามารถจดทะเบียนสมรสได้

จากนั้นกลุ่ม LGBTQ ในเนเธอร์แลนด์ก็เดินหน้าผลักดันเรื่องนี้ต่อเนื่อง แม้ถูกรัฐบาลหลายชุดและฝ่ายปกครองท้องถิ่นหลายเมืองปัดตก
กันยายน 2000 สิ่งที่ LGBTQ เนเธอร์แลนด์ฝันมานานก็ใกล้เป็นจริง หลังรัฐสภาผ่านร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียม และธันวาคมปีเดียวกันก็ผ่านวุฒิสภา จนที่สุด 1 เมษายน 2001 กฎหมายสมรสเท่าเทียมก็บังคับใช้ ทำให้เนเธอร์แลนด์เป็นประเทศแรกในโลกและในยุโรปที่รับรองกฎหมายดังกล่าว โดยมีคู่รักเพศเดียวกัน 4 คู่ที่ประเดิมจดทะเบียนสมรสกัน
แคนาดา
ทั้งที่เป็นประเทศใหญ่และอยู่ติดกับมหาอำนาจอันดับ 1 ของโลกอย่างสหรัฐฯ ทว่า แคนาดากลับเป็นได้แค่พระรองอยู่เสมอ อย่างไรก็ตาม หากเป็นเรื่องกฎหมายสมรสเท่าเทียม แคนาดาก็ถือเป็นอันดับต้น ๆ
การสมรสเท่าเทียมและให้สิทธิทางกฎหมายต่อคู่รักเพศเดียวกัน เริ่มได้รับความสนใจจากชาวแคนาดาในปี 1999 หลังศาลสูงยังไม่ให้สิทธิทางกฎหมายต่อ โจแอน มิตเชลล์ กับ ลอร์เลนน์ แมคฟาแลนด์ คู่รักเลสเบี้ยน อย่างเต็มที่ โดยจำกัดอยู่เฉพาะ ออนแทริโอ เมืองใหญ่สุดของประเทศที่ทั้งสองอาศัยอยู่และยื่นเรื่องทางกฎหมายเท่านั้น
จากนั้นก็เกิดอีกหลายกรณีในลักษณะใกล้เคียงกันตามมา แต่กลุ่ม LGBTQ ในแคนาดาก็ไม่ละความพยายามในการผลักดัน ขณะที่พรรคการเมืองก็รับลูกนำเข้าสู่การพิจารณาของทั้งสภาผู้แทนฯ และวุฒิสภาจนปี 2005 มีการรับรองสมรสเท่าเทียม
การผลักดันต่อและร่วมมือกันของหลายภาคส่วนดังกล่าวทำให้ แคนาดาเป็นประเทศแรกในทวีปอเมริกาและประเทศที่ 3 ในโลกที่รับรองกฎหมายสมรสเท่าเทียม ถัดจากเนเธอร์แลนด์และเบลเยียม

แอฟริกาใต้
หลังปล่อยให้ประเทศในทวีปยุโรปกับอเมริกาล่วงหน้าไปก่อน ก็มีประเทศในทวีปแอฟริกาที่เคลื่อนไหวเรื่องสมรสเท่าเทียม โดยประเทศนั้นคือ ประเทศทางใต้สุดของแอฟริกา
แอฟริกาใต้ ถือเป็นประเทศที่ก้าวหน้าเรื่องความหลากหลายทางเพศอยู่พอสมควร ยืนยันได้จากเป็นประเทศแรกในโลกที่มีกฎหมายคุ้มครองสิทธิในการแสดงออกทางเพศและรสนิยมทางเพศมาตั้งแต่ปี 1997 ทว่ายังขาดการผลักดันที่นำไปการสู่รับรองสมรสเท่าเทียม
เหตุการณ์ที่จุดชนวนให้เกิดการผลักดันสมรสเท่าเทียมอย่างจริงจังเกิดขึ้นในปี 2002 หลัง มารี ฟูรี กับ ซีซีเลีย บอนธุยส์ คู่เลสเบี้ยนเรียกร้องสิทธิทางกฎหมาย ซึ่งกินเวลาไปอีกหลายปีและไปถึงศาลสูง จนนำไปสู่การปรับแก้กฎหมายเพื่อรับรองสมรสเท่าเทียม ในปี 2006
พัฒนาการดังกล่าวทำให้แอฟริกาใต้เป็นประเทศที่ 6 ในโลกต่อจากสเปนที่รับรองสมรสเท่าเทียม และเป็นประเทศแรกในทวีปแอฟริกาที่รับรอง แต่ก็ยังไม่มีประเทศอื่นๆ ร่วมทวีปเลยที่ตามมา
นิวซีแลนด์
ภาพจำของนิวซีแลนด์ในสายตาชาวโลก คือประเทศทิวทัศน์ทางธรรมชาติงดงาม มีตัวกีวีเป็นสัตว์ประจำชาติ และระหว่าง ปี 2017-2023 โดดเด่นบนเวทีโลกจากนายกรัฐมนตรีหญิง จาซินด้า อาร์เดน แต่ขณะเดียวกันนี่คืออีกประเทศแรกเรื่องสมรสเท่าเทียม
เหตุการณ์ที่ทำให้ชาวนิวซีแลนด์ทั่วไปหันมาสนใจเรื่องสมรสเท่าเทียมคือ เจนนี่ โรวาน กับ จูเลี่ยน โจสลิน คู่เลสเบี้ยนถูกปฏิเสธยื่นจดทะเบียนสมรสในปี 1996 ซ้ำร้ายที่สุดจบลงด้วยความผิดหวังของทั้งคู่
อย่างไรก็ตาม ต่อมา เจนนี่ โรวาน ยังคงเป็นแกนนำผลักดันการสมรสเท่าเทียม จนที่สุด ปี 2013 รัฐบาลนิวซีแลนด์รับรองการสมรสเท่าเทียม ถือเป็นประเทศแรกในแถบโอเชียเนียและประเทศที่ 17 ในโลกถัดจากอุรุกวัย โดยคู่แรก ๆ ที่จดทะเทียนสมรสคือ เจนนี่ โรวาน กับ จูเลี่ยน โจสลิน ที่ร่วมผลักดันกฎหมายสมรสเท่าเทียมนั่นเอง
ไต้หวัน
หลังเนเธอร์แลนด์เป็นประเทศแรกในโลกที่รับรองการสมรสเท่าเทียม ประเทศต่าง ๆ ในแทบทุกทวีปก็เจริญรอยตาม แต่กลับยังไม่มีประเทศในเอเชียที่ก้าวหน้าในแบบเดียวกัน โดยในปี 2019 ความถดถอยดังกล่าวก็สิ้นสุดลง
ไต้หวัน มีการจดทะเบียนรับรองความเป็นคู่ชีวิตให้กับคู่รักเพศเดียวกันมานานแล้ว แต่ยังไม่มีรับรองการสมรสเท่าเทียมอันจะทำให้กลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศได้สิทธิทางกฎหมายครบถ้วน แบบเดียวกับคู่หญิงชาย

เหตุการณ์ที่จุดชนวนให้เกิดการรับรองการสมรสเท่าเทียมอย่างจริงจังคือกฎหมายสมรสเท่าเทียมถูกปัดตกในปี 2006 หลังไม่ได้รับเสียงสนับสนุนในสภาผู้แทนฯ มากพอ
แต่ที่สุดเรื่องเหล่านี้ก็กลายเป็นอดีต โดยปี 2019 ไต้หวันผ่านกฎหมายสมรสเท่าเทียมเป็นประเทศที่ 27 ในโลก ต่อจากออสเตรีย และเป็นประเทศแรกในเอเชียอีกด้วย/cnn, nbcnews, wikipedia, ecomomictimes
–
