ตลอด ปี 2558 มหาวิทยาลัยกรุงเทพสร้างการรับรู้ใหม่ให้พ่อแม่ผู้ปกครองรวมทั้งนักเรียน มัธยมปลายทั่วประเทศเห็นภาพชัดเจนถึงผลลัพธ์เมื่อตัดสินใจมาเรียนที่ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ โดยส่งแนวคิด 2 เรื่องสำคัญที่ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มเป้าหมายจริงๆ
สองเรื่องนั้นคือ กระบวนคิดที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพสอนให้ คิดแบบสร้างสรรค์ (Creativity) และการเรียนรู้ในหลักสูตรที่เน้นการฝึกปฏิบัติจริงทำให้นักศึกษาทุกคน คิดแบบเจ้าของธุรกิจ (Entrepreneurial Spirit) กลายมาเป็นคำเรียกสั้นๆ ว่า C+E ถูกใช้เป็นแนวทางการพัฒนาหลักสูตรในทุกคณะทุกสาขาวิชา และใช้เป็นกลยุทธ์การตลาดสำคัญของมหาวิทยาลัยกรุงเทพในการตอกย้ำภาพลักษณ์ ใหม่ของมหาวิทยาลัยว่าเป็น Creative Entrepreneur University
C+E ยังเป็นตัวสร้างความแตกต่างอย่างชัดเจนให้มหาวิทยาลัยกรุงเทพโดดเด่นขึ้นมา ในกลุ่มของมหาวิทยาลัยเอกชนในระดับเดียวกัน ส่งผลให้มียอดเติบโตของนักศึกษาเพิ่มขึ้นทุกๆปี โดยเฉพาะคณะใหม่ อย่างคณะการสร้างเจ้าของธุรกิจและการบริหารกิจการ (BUSEM) ที่มียอดเพิ่มขึ้น 25 – 30% ทุกปี แสดงให้เห็นว่าในยุคนี้นักเรียนมัธยมปลายเริ่มให้ความสนใจการเรียนรู้ที่บ่ม เพาะให้ตนเองสามารถคิดและลงมือทำธุรกิจรวมถึงมีแรงบันดาลใจในการเลือกเส้น ทางอาชีพในอนาคตของตนเอง
ไม่ตามสูตร ตอกย้ำแนวคิด C+E ยอดวิวทะลุล้าน สะท้อนความสนใจในแนวคิด C+E จากคนยุคใหม่
ทำไมต้อง C+E ?
อาจารย์ เพชร โอสถานุเคราะห์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยกรุงเทพ บอกว่า เป็นเรื่องสำคัญมากในสังคมเศรษฐกิจยุคใหม่ที่นำแนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์มา เป็นแนวทางการพัฒนาความเจริญก้าวหน้าและสร้างความได้เปรียบด้านการแข่งขันใน ระดับประเทศ ผู้ประกอบการรุ่นใหม่จึงต้องมีความคิดสร้างสรรค์ และมีความรู้ด้านการบริหารจัดการธุรกิจที่ทันสมัย มีมุมมองกว้างใกล พร้อมสำหรับการทำงานในโลกยุคใหม่ที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
มหาวิทยาลัย กรุงเทพนำแนวทาง C+E ไปปรับใช้เพื่อบ่มเพาะความคิดผู้ประกอบการสร้างสรรค์ให้กับนักศึกษาทุกคน ไม่ว่านักศึกษาจะมีเป้าหมายในการสร้างและบริหารกิจการของตนเอง หรือต้องการทำงานกับองค์กรใด พวกเขาจะเป็นบุคลากรที่มีบุคลิกเด่นในสองเรื่องคือ มีความคิดสร้างสรรค์ และมีความคิดแบบเจ้าของ ทำให้เป็นคนที่มีวิสัยทัศน์มีความมุ่งมั่นตั้งใจกับภารกิจ พร้อมพัฒนาตนเองและพัฒนางานเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย

ตัวชี้วัดผลของ C+E คืออะไร ?
คือ ผลสำเร็จของนักศึกษาทั้งที่กำลังเรียนอยู่และนักศึกษาที่จบออกไปแล้ว มหาวิทยาลัยกรุงเทพมีการติดตามผลงานเหล่านี้มาอย่างต่อเนื่องและพบว่า สถิตินักศึกษาที่จบออกไปประกอบกิจการของตนเองสำเร็จมีอัตราเพิ่มขึ้นทุกๆ ปี ทั้งหมดนี้จึงเป็นผลงานที่มหาวิทยาลัยภูมิใจและต้องการเผยแพร่ให้สังคมได้ เห็นว่า การสร้างผู้ประกอบการสร้างสรรค์นั้นทำได้จริง เป็นการสร้างคนรุ่นใหม่เข้าสู่ตลาดแรงงานภาคธุรกิจอย่างมีคุณภาพ และคนเหล่านี้จะเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่โดยแท้
ปี นี้ มหาวิทยาลัยกรุงเทพได้ย้ำให้เห็นภาพชัดเจนของผลสำเร็จการสร้างอัตลักษณ์โดด เด่นให้นักศึกษา เพราะสังคมไทยปัจจุบันเรียนรู้หลายสิ่งหลายอย่างจากไอดอล โซเชียลมีเดียจึงเป็นช่องทางง่ายที่สุดในการส่งผ่านตัวอย่างความสำเร็จของ การสร้างผู้ประกอบการสร้างสรรค์รุ่นใหม่ ผลที่ได้รับคือ นอกจากจะเป็นการตอกย้ำผลสำเร็จของมหาวิทยาลัยกรุงเทพแล้ว เรื่องราวของนักศึกษายังสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่มีทัศนคติที่ดีต่อ การเรียนที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพได้อีกด้วย

Success Story เหล่านี้เป็นข้อบ่งชี้ว่า C+E ของมหาวิทยาลัยกรุงเทพเป็นตัวสร้างผู้ประกอบการสร้างสรรค์ที่ตอบโจทย์ความ ต้องการของกลุ่มเป้าหมายได้แน่นอน C+E สร้างคนให้มีความคิดต่าง C+E สร้างคนให้กล้าลงมือทำตามความคิดโดยไม่พะวงว่าจะเป็นการทำงานตามสูตรตามความ เชื่อเดิมๆ หรือไม่ C+E ทำให้พวกเขาสร้างเส้นทางความสำเร็จของตนเองได้จริงๆ นักศึกษาทั้ง 3 คนสร้างธุรกิจของตนเองขึ้นมาตั้งแต่ยังเรียนในระดับชั้นปีที่ 2 อาศัยความรู้จากการเรียนที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพที่สอนให้คิดแบบสร้างสรรค์ และคิดแบบเจ้าของ และความรู้ด้านการบริหารจัดการธุรกิจ ภายใต้การให้คำชี้แนะของอาจารย์ที่ทำหน้าที่มากกว่าการเป็นผู้สอนแต่ยังเป็น โค้ชทางธุรกิจและเป็นที่ปรึกษาในทุกๆ เรื่องให้กับนักศึกษาทุกคน
มาค้นพบความฝันจากความคิดในมุมมองที่แตกต่าง และเริ่มต้นลงมือทำกิจการของตัวเองด้วยกระบวนคิดที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพสอนให้ คิดแบบสร้างสรรค์ และการเรียนรู้ในหลักสูตรที่เน้นการฝึกปฏิบัติจริงทำให้พวกเขา คิดแบบเจ้าของธุรกิจเส้นทางความสำเร็จเฉพาะตัวคุณอยู่ที่นี่แล้ว ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ
ติดตามเรื่องราวเก๋ๆ และวิธีทำธุรกิจเงินล้านของ 3 นักศึกษามหาวิทยาลัยกรุงเทพได้ที่นี่
