ธุรกิจร้านอาหาร 4แสนล้านบาท เติบโต 3-5% ถือได้ว่าเป็นธุรกิจอิ่มอร่อยที่มีการแข่งขันสูงจากบรรดาร้านอาหารเชน ที่ถือโดยผู้เล่นที่เป็น Key Chain เพียงไม่กี่ราย และน็อนเชน ที่ต่างแข่งขันช่วงชิงความเป็นหนึ่งในธุรกิจเจ้าแห่งอาหารในประเทศไทย

เมื่อย้อนกลับไปการแข่งขันในธุรกิจร้านอาหารเมื่อ 5-10 ปีที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่าในตลาดร้านอาหาร Key Chain จะให้ความสำคัญกับธุรกิจอาหารญี่ปุ่น ตามเทรนด์ผู้บริโภคไทยที่นิยมอาหารญี่ปุ่นเป็นหลัก ซึ่งในเวลานั้นยังมีคู่แข่ง ร้านอาหารญี่ปุ่น ไม่หลากหลายเท่าวันนี้

เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป ตลาดร้านอาหารญี่ปุ่น 2561 มีร้านอาหารญี่ปุ่นหลากหลายประเภทเข้ามาแข่งขันแย่งชิงผู้ทานมากขึ้น การเป็นเบอร์หนึ่งในธุรกิจร้านอาหารเชน โดยใช้อาหารญี่ปุ่นแบรนด์เดียวเป็นตัวนำ คงจะไม่ได้ผลอีกต่อไป ถ้าไม่มีร้านอาหารแบรนด์ประเภทอื่นๆ เข้ามาเสริมความแข็งแกร่งด้วย

ส่วนแบ่งตลาดร้านอาหาร

โดยในตลาดร้านอาหารเชนญี่ปุ่นจะมีคู่แข่งหลักที่เป็น Key Chain อยู่ด้วยกัน 3 รายได้แก่

เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป  มีร้านอาหารในเครือมากถึง 13 แบรนด์ เช่น เซ็น เรสเตอร์รอง, อากะ, ออนเดอะเทเบิล ตำมั่ว เป็นต้น

โออิชิ เรสเตอร์รอง  มีร้านอาหารในเครือ 7 แบรนด์ เช่น โออิชิแกรนด์, โออิชิราเมน, นิกุยะ, ชาบูชิ เป็นต้น

และฟูจิ มีแบรนด์ร้านอาหารในเครือ 2 แบรนด์ได้แก่ ฟูจิ และร้านแกงกระหรี่ โคโค่อิฉิบันยะ

ซึ่งจะได้ชัดว่า เซ็น คอร์ปอเรชั่น และโออิชิ กรุ๊ป เป็น 2 Key Chain ที่มีการขยายขอบเขตธุรกิจผ่านแบรนด์ร้านอาหารหลากแบรนด์ เพื่อเติมเต็มอาณาจักรธุรกิจร้านอาหารให้เติบโตอย่างก้าวกระโดดไปข้างหน้า

แล้วทั้งสอง Key Chain นี้เขามีกลยุทธ์อะไร

 

อยากเป็นผู้นำต้องมีมากกว่า ตลาดร้านอาหารญี่ปุ่น

การแข่งขันในธุรกิจร้านอาหาร สำหรับ Key Chain อย่างเซ็น คอร์ปอเรชั่น มองว่าการเติบโตในธุรกิจอาหารญี่ปุ่นเพียงขาเดียว ไม่ใช่คำตอบทางธุรกิจที่จะผลักดันให้ เซ็น คอร์ปอเรชั่น เติบโตในธุรกิจร้านอาหารเชนอย่างก้าวกระโดดได้

แผนธุรกิจของเซ็น คอร์ปอเรชั่น นอกเหนือจากการขยายสาขาร้านอาหารญี่ปุ่นเซ็นแล้ว ยังต้องขยายประเภทของร้านอาหารที่นอกเหนือจากร้านอาหารญี่ปุ่น เพื่อดักผู้บริโภคที่มีความต้องการทานอาหารที่ไม่เหมือนกัน

เห็นได้ว่าที่ผ่านมาเซ็น คอร์ปอเรชั่น เคยร้านอาหารฟิวชั่นสไตล์ญี่ปุ่นอย่าง On The Table แบรนด์ปิ้งย่างอย่างอากะ ควบรวมกิจการตำมั่วมาจาก ศิรุวัฒน์ ชัชวาล ผู้ก่อตั้งในปี 2560 และอื่นๆ จนในวันนี้ เซ็น คอร์ปอเรชั่น มีร้านอาหารในเครือมากถึง 13 แบรนด์ รวมทั้งหมดแล้ว 242 สาขา ทั้งไทยและ CLMV และเติบโต 25% ในปีที่ผ่านมา

และเมื่อดูรายได้จากที่เซ็น คอร์ปอเรชั่นแจ้งกับกระทรวงพาณิชย์ ธุรกิจนี้มีการเติบโตอย่างน่าสนใจ

 

รายได้ บริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่น

2558       212,373,636 บาท

2559       561,053,529 บาท

ที่มา : กระทรวงพาณิชย์, 2561 จากบริษัทเซ็น คอร์ปอเรชั่น

 

รายได้ร้านอากะ

2558       406,129,130 บาท

2559       471,006,584 บาท

ที่มา : กระทรวงพาณิชย์, 2561 จาก บริษัท อากะอินเตอร์ฟู้ดส์ จำกัด

 

ส่วนในปีนี้ เซ็น คอร์ปอเรชั่น เกิดการเปลี่ยนแปลงแม่ทัพคนใหม่ โดยได้ บุญยง ตันสกุล ผู้ที่เคยพลิกฟื้นซิงเกอร์ ให้กับมาเติบโตอีกครั้ง มาเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่

 

ภายใต้การบริหารของบุญยง เขาวางรากฐานการเติบโต เซ็น คอร์ปอเรชั่น ไม่น้อยกว่า 25% ต่อปี สู่ธุรกิจ 10,000 ล้านบาท ภายในปี 2565 ขึ้นเป็นผู้นำในร้านอาหารเชนญี่ปุ่น และผู้นำในธุรกิจร้านอาหารเฟรนไชส์ ซึ่งรายได้ของเซ็น คอร์ปอเรชั่น ไม่ได้มาจาก บริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่น เพียงบริษัทเดียว แต่ยังรวมถึงบริษัทย่อยอื่นๆ ในเครือ เช่นอากะอินเตอร์ฟู้ดส์ และอื่นๆ ที่ Marketeer ไม่สามารถหารายได้จากกระทรวงพาณิชย์มา เปิดเผยได้

 

ซึ่งการเติบโตนี้ประกอบด้วยกลยุทธ์

-เป็นแบรนด์ร้านอาหารที่อยู่ในมื้ออาหารของผู้บริโภค ผ่านการสร้างประสบการณ์ในกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกันในแต่ละแบรนด์ เช่น เซ็น เรสเตอร์รอง คือภัตตาคารอาหารญี่ปุ่นสำหรับครอบครัว ซูชิ ซู ร้านซูชิและปิ้งย่าง ระดับพรีเมียม ตำมั่ว ร้านอาหารอีสานต้นตำรับ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีกับลูกค้าในทุกๆ ด้านนอกเหนือจากการขายอาหาร

โดยเฉพาะเมนูอาหารที่ตอบโจทย์เรื่องสุขภาพ และการจัดร้านที่ปรับเปลี่ยนตามผู้ทานอยู่ตลอดเวลา

-ให้ความสำคัญกับการขยายธุรกิจผ่านแฟรนไซส์ เพื่อขยายสาขาอย่างก้าวกระโดด

ปัจจุบันเซ็นคอร์ปอเรชั่นมาสาขา 233 สาขาในประเทศไทย และ 9 สาขาใน CLMV เป็นสาขาที่ลงทุนเอง100 สาขา แฟรนไชส์ 142 สาขา

และในปี 2565 บุญยง ต้องการขยายสาขาเพิ่มเป็น 400 สาขา ในประเทศไทย และ 100 สาขาใน CLMV แบ่งเป็นสาขาที่ลงทุนเอง 200 สาขา และ แฟรนไชส์ 300 สาขา

-สู่ธุรกิจรีเทล ด้วยการนำน้ำปลาร้า แจ่วบอง หมี่โคราช ซึ่งเป็นสินค้าขึ้นชื่อในร้านตำมั่วออกจำหน่ายในช่องทางรีเทล จากเดิมที่วางจำหน่ายเฉพาะหน้าร้านตำมั่วเท่านั้น เพื่อเชื่อต่อประสบการณ์การทานอาหารในร้านตำมั่ว จากร้านสู่บ้าน

-ขายการให้บริการสู่เดลิเวอรี่ เช่นการร่วมมือกับไลน์แมน และฟูดแพนด้า ในการส่งต่ออาหาร จากร้านอาหารในเครือเซ็น คอร์ปอเรชั่นสู่มือผู้บริโภค

-ในอนาคตมีการวางโครงการซื้อกิจการร้านอาหารในรูปแบบต่างๆ เช่น ซื้อกิจการร้านตำนานที่ทายาทรุ่นหลังไม่สานกิจการต่อมาพัฒนาในรูปแบบร้านอาหารเชนเป็นต้น

 

600 ล้านสู่ King of Japanese Food

ในปีนี้ ไพศาล อ่าวสถาพร รองกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจอาหาร โออิชิ กรุ๊ป วางภาพโออิชิ เรสเตอร์รอง ต้องเป็น King of Japanese Food ในตลาดร้านอาหารเชนญี่ปุ่นในประเทศไทย ตอบโจทย์วิสัยทัศน์ของบริษัทแม่อย่างไทยเบฟเวอเรจ ที่ต้องการให้ธุรกิจเครื่องดื่ม ร้านอาหาร อาหารแช่แข็ง และอาหารพร้อมทาน แบรนด์โออิชิ เป็นผู้นำอันดับหนึ่งในอาเซียนภายในปี 2063

 

การเป็น King of Japanese Food อาจจะดูแปลกเมื่อดูจากรายได้ที่โออิชิ แจ้งกับตลาดหลักทรัพย์พบว่า โออิชิ ในกลุ่มอาหารที่ประกอบด้วยอาหารแช่แข็ง อาหารพร้อมทาน และร้านอาหารกลับมีการเติบโตอย่างลดลง ส่วนหนึ่งเพราะธุรกิจนี้มีการแข่งขันกันสูง จากคู่แข่งร้านอาหารญี่ปุ่นด้วยกันเอง และร้านอาหารอื่นๆ ซึ่งเป็นความท้าทายที่โออิชิ จะต้องก้าวผ่าน

 

รายได้โออิชิ ในกลุ่มอาหาร

2558 6,572 ล้านบาท

2559 6,552 ล้านบาท

2560 6,497 ล้านบาท

ที่มา : รายงานประจำปี โออิชิ กรุ๊ป

 

แต่เมื่อดูจากผลกำไร ในปีที่ผ่านมาของ โออิชิ ในส่วนของธุรกิจอาหารกลับมีกำไรเพิ่มขึ้น 76.5% นั่นหมายถึงบริหารต้นทุนหลักได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งประกอบด้วยการต่อรองค่าต้นทุนวัตถุดิบ ปรับสัดส่วนการทำงานของพนักงานเพื่อลดค่าใช้จ่ายให้กับพนักงานในการทำงานล่วงเวลา และการขอส่วนลดค่าเช่าพื้นที่ เป็นต้น

ส่วนในปีนี้การมุ่งสู่ของ King of Japanese Food ไพศาลใช้งบลงทุน 600 ล้านบาท ผ่านแนวทาง 4 ประการได้แก่

-ขยายสาขาร้านอาหารในเครืออย่างต่อเนื่องเพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายทุกไลฟ์สไตล์ โดยในปีนี้ต้องการเปิดสาขา 20 สาขาในประเทศไทย และ 2 สาขา ในต่างประเทศ

-เปิดตัวร้านอาหารญี่ปุ่นรูปแบบใหม่ๆ ปรับปรุงภาพลักษณ์ ยกระดับสินค้าและบริการ

โดยล่าสุดได้มีแผนเปิดตัวแบรนด์ใหม่ที่พรีเมียมมากกว่าโออิชิแกรนด์ เจาะกลุ่มผู้ที่มีกำลังซื้อสูง ที่ใส่ใจสุขภาพ เพื่อให้ร้านอาหารในเครือโออิชิเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายทุกไลฟ์สไตล์

ทั้งนี้ นอกเหนือจากการแข่งขันในการขยายสาขา ขยายแบรนด์ร้านอาหาร เพื่อสร้างความเป็นหนึ่งในธุรกิจร้านอาหาร แต่อย่าลืมว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดในธุรกิจนี้คือ การควบคุมคุณภาพอาหาร และบริการ ให้เท่ากันในแต่และสาขา เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีในทุกมื้ออาหาร

 

อ่านคอนเทนต์การตลาด อ่าน Marketeeronline

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน