Starface ทำได้อย่างไร ขายแค่แผ่นแปะสิว แต่สร้างรายได้ 3,000 ล้านบาท ไวรัลในหมู่วัยรุ่นทั่วโลกที่ทำให้คนอยากเป็นสิว

ใครจะคิดว่า “สิว” ที่ใครก็ร้องยี้ จะกลายเป็นเทรนด์แฟชั่น และสามารถต่อยอดเป็นธุรกิจพันล้านได้

จะแปลกไหมถ้าเราจะรู้สึกดีใจเวลา ‘เป็นสิว’

เพราะเป็นสิวเมื่อไหร่จะได้กลายเป็นคนเก๋ คนเท่ ทันที

เพราะจะได้หาข้ออ้างในการติดแผ่นแปะสิวอีโมจิสุดคิวท์ไว้บนหน้า

จากที่ต้องเสียความมั่นใจเมื่อมีสิว กลับกลายเป็นความสุข สนุกสนาน และรอคอยวันที่สิวจะกลับมา ฟังดูแปลกแต่จริง

หากคุณเห็นคนติดสติกเกอร์รูปดาวสีเหลืองสดใสบนใบหน้า แล้วสงสัยว่านั่นคือแฟชั่นใหม่หรือไม่ เราจะบอกว่ามันคือ “แผ่นแปะสิว” ที่กำลังเป็นแฟชั่นฮอตในหมู่ Gen Z และ Gen Alpha

Starface แบรนด์แผ่นแปะสิวไอเทมฮิตจากฝั่งตะวันตก ที่เพิ่งก่อตั้งบริษัทมาได้เพียงห้าปี จากไอเดียของ Julie Schott อดีตบรรณาธิการความงามจากนิตยสาร Elle และ Brian Bordainick นักธุรกิจมากวิสัยทัศน์ ทั้งคู่มองว่าผลิตภัณฑ์ดูแลสิวที่มีในตลาดขณะนั้น ดูเป็นแนวการแพทย์มาก เหมือนเป็นการรักษาโรคที่เคร่งเครียด จึงมองเห็นโอกาสในสิ่งที่ทุกคนอยากปกปิด แล้วเปลี่ยนมันให้กลายเป็นสิ่งที่ทุกคนอยากโชว์ ด้วยการใช้แผ่นแปะสิวลายน่ารักมาอำพรางจุดเล็ก ๆ บนใบหน้านั้น แต่ใครเลยจะรู้ว่าโปรดักส์นี้จะสร้างรายได้กว่า 90 ล้านดอลลาร์ในปี 2024

สินค้าเรือธงของStarfaceคือ Hydro-Stars แผ่นแปะสิวรูปดาวสีเหลืองที่ใช้เทคโนโลยีไฮโดรคอลลอยด์ช่วยดูดซับของเหลวจากสิว รักษาสิว และเพิ่มความเด่นให้ใบหน้าผู้ใช้ดึงดูดสายตา

ปรากฏการณ์ TikTok และการตลาดที่โดนใจ Gen Z

Starfaceใช้โซเชียลมีเดียเป็นเครื่องมือหลักในการทำตลาด โดยเฉพาะใน TikTok ที่มีผู้ใช้พูดถึงแบรนด์มากกว่า 60 ล้านครั้งบนแฮชแท็ก #starface และมีวิดีโอกว่า 500 ล้านรายการพูดถึง “แผ่นแปะสิวที่ดีที่สุด” ทำให้แบรนด์กลายเป็นไวรัลในหมู่วัยรุ่นทั่วโลก

ความนิยมของแผ่นแปะสิวยังพุ่งถึงขีดสุดเมื่อแม่ลูกคนดัง Kim Kardashian และ North West ได้โพสต์วิดีโอที่พวกเธอกำลังใช้แผ่นแปะสิว และรีวิวถึงความน่าใช้ ทั้งที่ไม่มีการว่าจ้างโฆษณาใด ๆ แต่แบรนด์ได้รับสปอตไลท์ไปเต็ม ๆ

นอกจากนั้น ยังมีเหล่าคนดังอย่าง Millie Bobby Brown, Justin Bieber ต่างก็เคยปรากฏตัวพร้อมแปะดาวStarfaceบนใบหน้า

Starfaceพยายามสร้างภาพลักษณ์ที่เข้าถึงง่าย สดใส และเป็นมิตรกับกลุ่มเป้าหมายคือ Gen Z และ Gen Alpha ด้วยภาพลักษณ์สนุกสนาน ทำให้ลูกค้ากว่า 60% ของแบรนด์คือ Gen Z และ Gen Alpha (อายุ 13–24 ปี)

สร้างความแตกต่าง จุดยืนภาพลักษณ์ชัดเจน

สิ่งที่ทำให้Starfaceแตกต่างจากคู่แข่งอย่าง Mighty Patch หรือ Corsx ไม่ใช่แค่ดีไซน์ แต่คือ “บุคลิกแบรนด์” ที่สดใส ขี้เล่น และเข้าใจคัลเจอร์ของ Gen Z และ Gen Alpha ในโลกออนไลน์เป็นอย่างดี

มีมาสคอตชื่อ Big Yellow หรือน้องดาวสีเหลือง ที่แบรนด์พยายามสร้างตัวตนขึ้นมาบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ผ่านทั้งมีม การตลกเสียดสี และใช้ภาษาวัยรุ่น ที่ทำให้แบรนด์ดูมีชีวิตและเป็นมิตรกับวัยรุ่น

นอกจากกลยุทธ์ด้านดีไซน์และคาแรกเตอร์แบรนด์แล้ว แบรนด์ยังแตกไลน์สินค้าที่ตอบโจทย์ปัญหาสิวได้ครบทุกปัญหา ทั้งการขยายผลิตภัณฑ์ Big Yellow มาสคอตรูปดาวสีเหลือง ให้ออกมาเป็นแบบแผ่นแปะใสเพื่อเป็นตัวเลือกสำหรับสถานการณ์ที่ผู้ใช้ต้องการความเรียบร้อย และมีแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์ดูแลผิวอื่น ๆ ในอนาคต

ความเคลื่อนไหวนี้แสดงให้เห็นว่า Starfaceไม่ได้หยุดอยู่แค่แฟชั่นสิว แต่มองการเติบโตที่ไปไกลและมั่นคงกว่า นอกจากแผ่นแปะสิวใสยังมีแผนขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ไปยังแผ่นลอกสิวเสี้ยน ลิปบาล์ม และผลิตภัณฑ์ดูแลผิวอื่น ๆ ที่ยังคงแนวคิด “ดูแลผิวแบบไม่เครียด”

starface.world ดำเนินการโดย Starface World, Inc. เป็นร้านค้าออนไลน์ที่สร้างยอดขายสุทธิจากอีคอมเมิร์ซได้มากที่สุดในสหรัฐอเมริกา ขณะที่ในสหราชอาณาจักรมีส่วนแบ่งยอดขายสุทธิจากอีคอมเมิร์ซมากเป็นอันดับสอง ในแง่ของกลุ่มผลิตภัณฑ์ ปี 2024 ฟาดรายได้ไปกว่า 90 ล้านดอลลาร์ ราว 3,100 ล้านบาท

Starface ไม่เพียงปฏิวัติผลิตภัณฑ์ดูแลสิว แต่ยังส่งสารถึงคนรุ่นใหม่ว่า “การมีสิวไม่ใช่เรื่องผิด และคุณก็ยังน่ารักได้ในแบบของคุณเอง” มองสิวให้กลายเป็นเรื่องธรรมดา

การเติบโตของStarfaceยังสะท้อนให้เห็นเทรนด์ของผู้บริโภคคนรุ่นใหม่ว่า พวกเขากำลังยอมรับสิ่งที่เป็นธรรมชาติ มองหาสิ่งธรรมดาแต่แสนพิเศษ Extraordinary

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline