ธุรกิจร้านอาหารในไทยมูลค่า 7 แสนล้านบาท เป็นตลาดที่ไม่เคยหลับใหล เพราะมีผู้เล่นออกไปแต่ก็มีหน้าใหม่เข้ามาเติมตลอด

ในบรรดาร้านอาหารที่ทุกคนต้องรู้จักหรือเคยเข้าไปใช้บริการ ทั้ง OISHIGRAND, Shabushi, เคเอฟซี The QSR, บ้านสุริยาศัย, หม่านฟู่หยวน ฯลฯ ล้วนเป็นร้านภายใต้กลุ่มธุรกิจอาหารในเครือไทยเบฟ ด้วยแบรนด์ที่มีอยู่กว่า 29 แบรนด์ และเตรียมจะเปิดแบรนด์เพิ่ม ทำให้การจัดการแบรนด์จำนวนมากทวีความยากและซับซ้อน

บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) กลุ่มธุรกิจร้านอาหารจึงประกาศเปลี่ยนการเดินเกมธุรกิจมิติเดิม รวบกลุ่มธุรกิจอาหารเข้าเป็น ONE FOOD ONE TEAM ONE GOAL ส่งผลให้โครงสร้างธุรกิจอาหารของไทยเบฟฯ เปลี่ยนแปลงไป โดยเริ่มจากการแต่งตั้ง “แซม-ไพศาล อ่าวสถาพร” ผู้บริหารที่คร่ำหวอดในแวดวงธุรกิจอาหารมารับตำแหน่งผู้อำนวยการอาวุโส ผู้บริหารสูงสุด สายธุรกิจอาหาร (ประเทศไทย) เพื่อดูแลภาพรวมธุรกิจกลุ่ม OISHI, QSA และ FOA

ภายใต้การจัดรูปแบบโครงสร้างโดยรวมพลังระหว่าง 3 บริษัท ได้แก่ บริษัท โออิชิ โฮลดิ้ง จำกัด หรือ OISHI, บริษัท เดอะ คิวเอสอาร์ ออฟ เอเชีย จำกัด หรือ QSA และบริษัท ฟู้ด ออฟ เอเชีย จำกัด หรือ FOA ภายใต้การจัดกลุ่มให้เป็นทีมเดียวกันเพื่อง่ายต่อการบริหารจัดการ ส่งผลให้โครงสร้างธุรกิจอาหารของไทยเบฟฯ แบ่งออกได้เป็น

– กลุ่ม OISHI ประกอบและพัฒนาธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่น 11 แบรนด์ ภายใต้การบริหารของ คุณศสัย ตังเดชะหิรัญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โออิชิ โฮลดิ้ง จำกัด รวมถึงแบรนด์อาหารสำเร็จรูปพร้อมปรุงและพร้อมรับประทานภายใต้ตราสินค้า โออิชิ อีทโตะ (OISHI EATO) มีสาขารวมกว่า 284 สาขา กลุ่มนี้ยังเป็น Core Brand ที่บริษัทจะเน้นไปที่การสร้างการเติบโตผ่านการขยายสาขา พร้อมปรับรูปแบบสาขาให้มีความหลากหลายขนาด เข้ากับตลาดและพื้นที่ที่จะเข้าไปเปิดให้บริการ

– กลุ่ม QSA ประกอบและพัฒนาธุรกิจร้านอาหารบริการด่วน (Quick Service Restaurant) ภายใต้การดูแลของ คุณอรณัฐร์ ผกาภรณ์รัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เดอะ คิวเอสอาร์ ออฟ เอเชีย จำกัด เป็นหนึ่งในผู้ถือสิทธิ์แฟรนไชซี เคเอฟซี ประเทศไทย ที่มีสาขามากที่สุดกว่า 500 แห่งทั่วไทย

– กลุ่ม FOA ประกอบและพัฒนาธุรกิจร้านอาหารอย่างครบวงจร ดำเนินงานร้านอาหารอยู่ 63 สาขา ตั้งแต่อาหารไทยทั่วภูมิภาค, อาหารจีน, อาหารอาเซียน, อาหารชาติตะวันตก รวมไปถึงเค้กและเบเกอรี่ ภายใต้การบริหารของคุณธารินทร์ รินธนาเลิศ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟู้ด ออฟ เอเชีย จำกัด

ซึ่งการรวมกลุ่มธุรกิจเข้าเป็น ONE FOODS GROUP : ONE FOOD-ONE TEAM-ONE GOAL เน้นรวมศูนย์กลางการบริหารให้เป็นหนึ่งเดียว ทำงานภายในระบบ POS ที่เชื่อมต่อถึงกันหมด จะช่วยให้ประสิทธิภาพการทำงานรวมถึงการจัดการมีคุณภาพดีขึ้น ตลอดจนแพตเทิร์นการบริหารจัดการ การอบรมพนักงาน การทำงานจะต้องอยู่ภายใต้ระบบเดียวกันซึ่งจะช่วยเซฟต้นทุนไปได้มาก แต่ยังคงความหลากหลายของแบรนด์ รองรับการเติบโตในอนาคต

ลุยตลาดไก่ทอด KFC โดย The QSR of Asia 

ไทยเบฟฯ เป็นหนึ่งในผู้ถือสิทธิ์แฟรนไชซี เคเอฟซี ประเทศไทย ที่มีสาขามากที่สุดกว่า 500 แห่งในประเทศไทย ซึ่งคิดเป็น 50% ของจำนวนสาขาเคเอฟซีทั้งหมดที่มีในไทย 1,150 สาขา ในปีนี้ยังคงเดินหน้าขยายสาขาต่อเนื่อง ทั้งรูปแบบห้างสรรพสินค้าและสแตนด์อะโลน ตามจำนวนการขยายสาขาเฉลี่ยต่อปี 35-40 สาขา

กลุ่ม OISHI ยักษ์เผลอหลับ กลับมาทวงบัลลังก์

กลุ่มโออิชิอยู่ในตลาดมา 25 ปี มีสาขาครบ 280 สาขา แต่เมื่อไม่นานมานี้ คุณไพศาลใช้คำว่า แอบหลับไปบ้าง จึงขาดการแอคทีฟไป แต่ในเวลานี้ได้เวลากลับมาทวงบัลลังก์ Japanease Food ด้วยการกลับมาลุยทำการตลาด สร้างสีสัน กระตุ้นผู้บริโภค เขย่าตลาดร้านอาหารญี่ปุ่นให้คึกคัก

กลุ่ม FOA น้องใหม่ศักยภาพสูง

กลุ่ม FOA แม้แบรนด์ภายใต้กลุ่มจะยังมีจำนวนสาขาน้อยกว่ากลุ่มอื่น แต่มี Potential Brand ที่มีการเติบโตอย่างน่าสนใจ เช่น คาเฟ่ ชิลลี่, ชาบูชิ อิชิเทน, แวนเทจ พอยท์, ไฮด์ แอนด์ ซีค และแบรนด์อื่น ๆ อีกมาก

พร้อมเปิดตัวแบรนด์ใหม่ที่น่าจับตามอง แต่ไม่เพียงเป็นการเพิ่มไลน์สินค้าในพอร์ต แต่เป็นต้นแบบแนวทางแบรนด์ ที่จะต้องคงคอนเซ็ปต์ เชื่อมโยงดีไซน์ สะท้อนศักยภาพการแข่งขันทั้งด้านรสนิยมและไลฟ์สไตล์ 3 แบรนด์ไฮไลท์โปรเจกต์ในปีนี้ คือ

  • ช้างแคนวาส Brewhouse แห่งแรกในไทยที่ผสานเบียร์คราฟต์ระดับพรีเมียม มีโรงงานผลิตเครื่องดื่มในร้าน การออกแบบพื้นที่สไตล์โมเดิร์น และประสบการณ์แบบ Multi-sensory ที่แตกต่างจากร้านทั่วไป
  • สโมสร ร้านอาหารไทยร่วมสมัย ที่ตีความรสชาติและบรรยากาศไทยทันสมัย เสิร์ฟประสบการณ์ใหม่แก่ลูกค้าเมืองและคนรุ่นใหม่ที่มองหาสไตล์ Modern Thai Society
  • เลิศเหลา ร้านเกาเหลาหม้อไฟระดับพรีเมียมที่โดดเด่นทั้งในด้านวัตถุดิบ รสชาติ และน้ำซุปสูตรเฉพาะจากสมุนไพร ตอบโจทย์คนรักเนื้อ และผู้ที่ชื่นชอบ comfort food แบบเหนือคลาส

ปักหมุดครอง วันแบง ค็อก 15 แบรนด์

ในปีนี้ไทยเบฟฯ เปิดร้านอาหารภายใต้โครงการมิกซ์ยูส วัน แบงค็อก ด้วยงบลงทุน 400 ล้านบาท เพื่อสร้างทำเลนี้เป็นโชว์เคสรวมแบรนด์ร้านอาหารภายใต้เครือไว้ที่เดียวสูงถึง 15 แบรนด์ โดยใช้กลยุทธ์ ‘1 ร้าน 1 แบรนด์’ ไม่แข่งกันเอง แต่เสริมแกร่งตอบโจทย์ลูกค้าทุกเซกเมนต์ ตั้งแต่ street food ไปจนถึง fine dining

ปัจจุบันธุรกิจอาหารในเครือไทยเบฟฯ รวมทั้งสิ้น 29 แบรนด์ มีสาขาร้านอาหารทั้งหมด 847 สาขา เป็นสาขาที่เปิดใหม่จำนวน 40 สาขาในช่วงเวลาหกเดือนที่ผ่านมา ในปีนี้ตั้งเป้าตัวเลขสาขาสวย ๆ ไว้ที่ครบ 888 สาขา

พร้อมสร้างการเติบโตด้วยกลยุทธ์ขยายสาขา เพิ่มจุดให้บริการในพื้นที่ใหม่ ๆ และพัฒนารูปแบบร้านให้หลากหลายสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค และยกระดับประสบการณ์แก่ลูกค้า ด้วยการสร้างสรรค์เมนูใหม่ ลุยกิจกรรมส่งเสริมการขาย ตามแผน Reach Compettition เข้าถึงลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งมุ่งเสริมศักยภาพ Digital for growth พัฒนาศักยภาพพนักงานและนำเทคโนโลยีมาใช้ในการทำงาน ควบคู่ไปกับการบริหารต้นทุนและห่วงโซ่อุปทาน เพื่อมุ่งสู่การเป็น Stable and Sustainable Food beverage leader of Asean ภายในปี 2030

มองความท้าทาย 3 ประการในปี 2025

1. กำลังซื้อ สภาพเศรษฐกิจที่นับว่าอยู่ในช่วงสุญญากาศ จากสภาวะสงครามโลก การเก็บภาษีของสหรัฐฯ ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก 2. หนี้ครัวเรือนไทยสูง และ 3. นโยบายภาครัฐหรือมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายของผู้บริโภคยังไม่มีความชัดเจน

“ผมเชื่อมั่นในเศรษฐกิจไทย เพราะเอกชนไทยเก่ง ฟื้นตัวไว จากแผ่นดินไหวก็ยังผ่านมาได้ มั่นใจว่าปีนี้บริษัทจะรักษาการเติบโตสองหลักได้ แม้ขณะนี้ภาพรวมที่เห็นจะยัง slow แต่หลังสงกรานต์ทุกอย่างจะดีขึ้น พร้อมกลับมาทวงบัลลังก์ความยิ่งใหญ่ผู้นำธุรกิจร้านอาหารในไทย” ♦

 


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer