คนในยุคนี้ต้องผจญกับสารพัดปัญหาเรื่องเงินทอง บางคนรู้แต่ยังทำไม่ค่อยได้ตามเป้าหมาย หลายคนไม่เคยคิดวางแผน กลายเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้ตัวเลขหนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

แต่ในขณะเดียวกันก็เกิดคำถามที่ว่า “ทำไมถึงต้องวางแผนชีวิตวางแผนการเงิน” ในเมื่อที่ผ่านมาก็ไม่ได้วางแผนอะไร

อธิบายง่ายๆ คือ ชีวิตคนเรามี 2 สิ่งหลักๆ คือ การใช้ชีวิต (Life Side) และต้นทุนในชีวิต (Money Side) ที่ต้องเดินไปพร้อมๆ กัน ต้องยอมรับว่าทุกอย่างในชีวิตล้วนต้องมีต้นทุน ทุกคนมีความฝันอยากมีเงิน อยากเป็นเจ้าของธุรกิจ อยากมีบ้าน อยากเที่ยว และอื่นๆ อีกมากมาย เราจะใช้ชีวิตอย่างที่ตั้งใจหรืออย่างที่ฝันได้ ส่วนหนึ่งคือต้องมีปัจจัยพื้นฐานการเงินที่ดี

แน่นอนว่าทุกวันนี้เราต่างก็ประกอบอาชีพ ส่วนหนึ่งก็เพื่อนำเงินมาเป็นต้นทุนในการใช้ชีวิต แต่จะดีกว่าไหม…ถ้ามีการวางแผนบริหารจัดการต้นทุนเหล่านั้นให้เหมาะกับชีวิตของเราด้วย วางเป้าหมายการเงิน สร้างแผนการเงิน การมีวินัย และความสม่ำเสมอ และที่สำคัญจะดีกว่าไหน…ถ้ามีที่ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินมืออาชีพคอยให้คำปรึกษา

 

ในฐานะเป็นผู้นำด้านที่ปรึกษาทางการเงิน ธนาคารกสิกรไทยเล็งเห็นความสำคัญในเรื่องนี้ จึงเปิดให้บริการ K-Expert ที่ปรึกษาด้านการเงินมืออาชีพ โดยมีเจ้าหน้าที่ที่มีความชำนาญและได้รับการพัฒนาทักษะการให้คำปรึกษาที่สามารถ ช่วยตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น กว่า 4,500 คน คอยให้บริการประจำธนาคารกสิกรไทยทุกสาขา พร้อมกับช่องทางการติดต่อแบบออนไลน์ โดยหัวข้อที่ลูกค้าสนใจและขอคำปรึกษามากที่สุด คือ อยากลงทุน อยากประหยัดภาษี และอยากมีบ้าน

จากผลตอบรับที่เกินคาดจึงเปิด K-Expert Center ศูนย์บริการให้คำปรึกษาด้านการเงิน บนชั้น 2 อาคารจามจุรีสแควร์ เพื่อให้คำปรึกษาเจาะลึกเป็นรายบุคคล โดยทีม K-Expert ผู้เชี่ยวชาญมาตรฐานระดับ CFP (Certified Financial Planner) ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และเข้าใจความต้องการของลูกค้า ที่จะเป็นผู้ช่วยคิด คอยให้คำแนะนำที่ถูกต้อง โดยจะมีเจ้าหน้าที่ K-Expert ประจำที่ศูนย์ตลอด 7 วันของสัปดาห์ และมีการจัดกิจกรรม Workshop ทั้งด้านการเงิน การออม การลงทุนและหัวข้อหลากหลายไลฟ์สไตล์ เพื่อให้ทุกเป้าหมายเป็นจริงได้ง่ายขึ้น

ล่าสุด บริการ K-Expert ได้จัดกิจกรรมสัมมนา “ถอดรหัสรวยปีวอก” ให้ได้เก็บข้อมูล ฟังคำแนะนำเรื่องควรรู้เกี่ยวกับเศรษฐกิจ ความเสี่ยง เรื่องเงินทองที่ควรทำในปี 2559 ที่กำลังจะมาถึง

ซึ่งข้อมูลจาก ศูนย์วิจัยกสิกรไทย วิเคราะห์ว่า “เศรษฐกิจไทยปี 2559 ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง แต่เป็นไปในลักษณะ “ดีขึ้นแบบระมัดระวัง” โดยคาดว่าดัชนีมวลรวมในประเทศ หรือ GDP จะอยู่ที่ 3% สำหรับแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจนั้น มีแรงหนุนจากการใช้จ่ายของภาครัฐ ดังนั้น ในปลายปี แต่ละคนจึงควรวางแผนการใช้จ่ายให้สอดคล้องกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเอง ทั้งประมาณการเงินรายได้ ค่าใช้จ่าย เงินสำรอง เงินลงทุน และเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ และนำมาวางแผนทดลองทำตามแผนไปก่อน 3 เดือน หลังจากนั้นควรมีการทบทวนแผนว่าทำได้ตามเป้าหมายหรือไม่ เพราะระหว่างทางในการทำตามแผนจะมีหลายสิ่งๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น มีรายได้เสริมเพิ่ม เจ็บป่วย เป็นต้น”

เรื่องเงินๆ ทองๆ ที่ควรรู้

1 เงินออม ตัดปัญหาอ้างเหตุผลของการเก็บเงินไม่ได้สักที ยึดมั่นลงมือทำด้วยคติที่ว่า “ออมก่อนใช้” ใช้บริการหักบัญชีอัตโนมัติ เพื่อนำเงินไปฝากในบัญชีเงินฝากประจำหรือลงทุนในกองทุนรวมให้เราอย่างสม่ำเสมอทุกๆ เดือน ซึ่งจะช่วยให้มีวินัยการออมเงินอย่างอัตโนมัติ

ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ จะเป็นการเน้นที่เงินฝากระยะยาว มี 2 รูปแบบ ที่แต่ละธนาคารจะออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการให้กับลูกค้าแต่ละกลุ่ม รูปแบบแรกเป็น“บัญชีเงินฝากพิเศษ” ที่เน้นการออมเงินอย่างสม่ำเสมอทุกเดือน เดือนละเท่าๆ กัน โดยดอกเบี้ยที่ได้รับไม่ต้องเสียภาษี อีกรูปแบบหนึ่งคือ “เงินฝากสำหรับผู้สูงอายุ” ที่มีอายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้น เพราะตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร ให้สิทธิ์ยกเว้นภาษีสำหรับผู้ฝากที่มีอายุ 55 ปีขึ้นไป และมีดอกเบี้ยเงินฝากประจำทุกประเภทรวมกันไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี จะได้รับสิทธิ์การยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับดอกเบี้ย

นอกจากนี้อีกหนึ่งเรื่องที่ควรรู้ คือ ความคุ้มครองเงินฝากที่เดิมเคยคุ้มครองเต็มจำนวนเริ่มปรับลดลงมาอยู่ที่ไม่เกิน 50 ล้านบาท และได้ครบกำหนดไปแล้วเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2558 หลังจากนั้นจะลดลงเหลือไม่เกิน 25 ล้านบาท จนถึง 10 สิงหาคม 2559 และไม่เกิน 1 ล้านบาทตั้งแต่ 11 สิงหาคม 2559

2เงินลงทุนใน LTF/RMF รายได้จากการลงทุนก็เป็นการเสริมรายได้อย่างหนึ่ง แต่จะมีรายได้จากส่วนนี้ ต้องมีการออมเกิดขึ้นก่อน หลังจากนั้น จึงนำเงินออมไปลงทุน ยึดคติ “ลงทุนน้อยๆ ลงทุนต่อเนื่อง” ซึ่งเป็นวิธีที่จะช่วยให้เงินเก็บที่มีเพิ่มมูลค่าได้เร็วขึ้นกว่าอัตราเงินเฟ้อ

การลงทุนที่เป็นทางเลือกเหมาะกับวัยเริ่มต้นทำงานหรือคนที่อยากเริ่มต้นลงทุน คือ กองทุนรวม หรือการทำประกันแบบเงินออม เพราะยังมีโอกาสได้รับผลตอบแทนสูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝากทั่วไป และผลตอบแทนในส่วนของกำไรส่วนเกินมูลค่าหน่วยลงทุนไม่ต้องเสียภาษี ควรลงทุนในกองทุนรวมเป็นรายเดือนเพื่อไม่ให้พลาดโอกาสในการลงทุน และยังเป็นการช่วยเฉลี่ยต้นทุนที่ดี

3เงินกู้ / สินเชื่อ ขอให้ใช้ชีวิตการเป็นหนี้อย่าง “มีสติ” เช่น ในกรณีต้องการซื้อของชิ้นใหญ่ เช่น ซื้อบ้าน ซื้อรถ ต้องประเมินความสามารถในการผ่อนชำระของตนเอง การเปรียบเทียบดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกกับแบบอัตราคงที่

จากทิศทางดอกเบี้ยในปี 2559 ที่อาจจะทรงตัวอยู่ที่ระดับ 1.5% ต่อเนื่องตลอดปี ผู้ที่กำลังจะขอสินเชื่อใหม่หรือ Refinance แนะนำให้เลือกสินเชื่อที่มีการกำหนดอัตราดอกเบี้ยแบบคงที่

นอกจากนี้ ข่าวดีสำหรับคนที่มีหนี้ผ่อนบ้าน คือ มาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ของรัฐบาล ที่ทำให้คนที่ซื้อบ้านราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาทสามารถนำเอา 20% ของมูลค่าที่อยู่อาศัย มายกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เป็นเวลา 5 ปี โดยให้มีผลจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2559

หมดสิทธิ์ต่อเวลา ถ้าคิดจะมีเงินใช้จ่ายให้กับชีวิต พร้อมไม่พร้อมก็ต้องเริ่มตั้งต้นตั้งแต่ตอนนี้ เพื่อสุขที่มั่นคงของชีวิตใน 2559

สนใจรับคำปรึกษา หรือร่วมกิจกรรมเวิร์คช็อปด้านการเงินโดยทีม

K-Expert และผู้เชี่ยวชาญ ได้ที่ www.askkbank.com/k-expert



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน