Hi-Chew (ไฮชิว) เป็นลูกอมเคี้ยวหนึบที่มีรสผลไม้หลากหลายและรสชาติที่เข้มข้น ผลิตโดยบริษัท Morinaga & Co., Ltd. (บริษัทโมรินากะ) จากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 1899

โดยหลังจากก่อตั้ง Hi-Chew ได้กลายเป็นขนมที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายทั่วโลก ด้วยรสชาติที่หลากหลายและกลยุทธ์การตลาดที่ชาญฉลาด ทำให้ Hi-Chew สามารถครองใจผู้บริโภคในหลายประเทศได้สำเร็จ

จุดเริ่มต้น: จากความคิดสร้างสรรค์สู่ความสำเร็จ

จุดเริ่มต้นของแบรนด์นี้เกิดขึ้นเมื่อ Taichiro Morinaga (ไทชิโระ โมรินากะ) ผู้ก่อตั้ง Hi-Chew ได้ย้ายไปอเมริกาตอนอายุ 23 ปี และได้เรียนรู้เทคนิคการผลิตขนมตะวันตกในแคลิฟอร์เนีย หลังจากที่เขาฝึกฝนทักษะการทำขนมจนชำนาญแล้ว เขาก็ได้กลับไปยังญี่ปุ่นประเทศบ้านเกิดของเขาและเริ่มขายขนมจากรถเข็นธรรมดา ซึ่งขนมชนิดนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจนเขาสามารถเปิดร้านของตัวเองในโตเกียวได้

แต่ต้นกำเนิดของ Hi-Chew เริ่มต้นขึ้นเมื่อ Taichiro Morinaga พยายามสร้างหมากฝรั่งที่กินได้ซึ่งสามารถกลืนได้เพราะข้อห้ามทางวัฒนธรรมของญี่ปุ่นในการเอาอาหารออกจากปากขณะรับประทานอาหาร

ซึ่ง Taichiro Morinaga ใช้วิธีการผสมผสานคาราเมลเคี้ยวหนึบเข้ากับเครื่องปรุงรสฉบับพิเศษ จนในปี 1956 เขาได้เปิดตัวขนมเคี้ยวหนึบที่เรียกว่า Chewlets ซึ่งเป็นบรรพบุรุษของ Hi-Chew โดยมีจุดเด่นคือสามารถเคี้ยวได้โดยไม่ต้องคายทิ้ง

ทว่าธุรกิจของเขาก็ต้องหยุดลงในปี 1931 จากเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่สอง แต่เขาก็ไม่ยอมแพ้ จนในเวลาต่อมาในปี 1975 ได้มีการพัฒนาและเปิดตัว Hi-Chew อย่างเป็นทางการ โดยเน้นรสชาติผลไม้ที่เข้มข้นและเนื้อสัมผัสที่หนึบหนับ

การขยายตลาดสู่ระดับสากล

Hi-Chew เริ่มขยายตลาดสู่ต่างประเทศในช่วงต้นทศวรรษ 2000 โดยเน้นตลาดในสหรัฐอเมริกาเป็นหลัก ในปี 2015 Taichiro Morinaga ได้เปิดโรงงานผลิต Hi-Chew แห่งแรกในเมืองเมบาน รัฐนอร์ทแคโรไลนา เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นในตลาดอเมริกาเหนือ

เนื่องจากรสชาติและเนื้อสัมผัสคล้ายกับหมากฝรั่งและลูกอมรสผลไม้ในสหรัฐอเมริกาและประเทศตะวันตกอื่น ๆ อย่างเช่น Mamba ของแบรนด์เยอรมันหรือ Starburst ของแบรนด์อังกฤษ จึงเป็นเรื่องที่ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไม Hi-Chew ถึงได้รับความนิยมในต่างประเทศ

นอกจากนี้ ยอดขายของ Hi-Chew ก็ได้เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ซึ่งเป็นผลมาจากที่ Hi-Chew ได้เริ่มแคมเปญการตลาดกับผู้เล่นเมเจอร์ลีกเบสบอล ส่งผลให้ยอดขายในสหรัฐอเมริกาเพิ่มขึ้นจาก 8 ล้านดอลลาร์ในปี 2012 เป็นมากกว่า 100 ล้านดอลลาร์ในปี 2021

กลยุทธ์การตลาดที่ชาญฉลาด

Hi-Chew ใช้กลยุทธ์การตลาดที่หลากหลายเพื่อเข้าถึงผู้บริโภค รวมถึงการปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ให้มีความสดใสและดึงดูดสายตา โดยเน้นภาพผลไม้สดและโลโก้ที่โดดเด่น นอกจากนี้ ยังมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เช่น การแข่งขันบน Instagram และ Facebook ซึ่งช่วยเพิ่มการรับรู้และความนิยมของแบรนด์ในกลุ่มผู้บริโภควัยรุ่น

ยิ่งไปกว่านั้น Hi-Chew ยังให้ความสําคัญกับผู้บริโภค ด้วยการสํารวจประจําปีเพื่อสอบถามเกี่ยวกับความชอบรสชาติใหม่ ๆ โดยผลลัพธ์เหล่านี้จะช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่และสามารถการันตียอดขายได้อีกด้วย

ความหลากหลายของรสชาติ

Hi-Chew มีรสชาติให้เลือกมากกว่า 170 รสชาติ รวมถึงรสผลไม้ยอดนิยม เช่น สตรอว์เบอร์รี่ องุ่น แอปเปิลเขียว และมะม่วง นอกจากนี้ ยังมีการเปิดตัวรสชาติใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น รสผลไม้เมืองร้อนและรสขนมหวาน เพื่อดึงดูดความสนใจของผู้บริโภค

จุดเปลี่ยนและความสำเร็จ

หนึ่งในจุดเปลี่ยนที่สำคัญของ Hi-Chew คือการเปิดตัวแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซโดยตรงในปี 2024 ซึ่งช่วยให้ผู้บริโภคสามารถสั่งซื้อ Hi-Chew ได้โดยตรงจากเว็บไซต์ของแบรนด์ พร้อมทั้งมีโปรแกรมสะสมแต้มและของรางวัลเพื่อสร้างความภักดีในกลุ่มลูกค้า

บทสรุป

Hi-Chew เป็นตัวอย่างของขนมที่สามารถประสบความสำเร็จในระดับสากลได้ ด้วยรสชาติที่หลากหลาย กลยุทธ์การตลาดที่ชาญฉลาด และการปรับตัวให้เข้ากับความต้องการของผู้บริโภค ทำให้ Hi-Chew กลายเป็นขนมที่ครองใจคนทั่วโลกอย่างแท้จริง


เรื่อง: ภริดา มุทิตาภรณ์


ที่มา:

https://en.wikipedia.org/wiki/Hi-Chew

https://www.hi-chew.uk

https://www.forbes.com/sites/chelseadavis/2023/07/11/everything-you-ever-wanted-to-know-about-the-fascinating-fruity-world-of-hi-chew-candy/

https://www.bokksumarket.com/blogs/magazine/hi-chew-heaven-your-guide-to-japans-favorite-fruity-candy?srsltid=AfmBOooeLF-OAuKiEaanUdX2tCosTuQKiYvHCbyZkjcfWbfEBTyrCP3R

https://tokyotreat.com/blog/is-hi-chew-japanese-a-guide-to-a-japanese-candy-favorite?srsltid=AfmBOoq6bRGSJ5hnSUn2yPpDoWsQO3UXspBWxb6WX1095sne4VgQVWTU

https://www.mashed.com/274037/the-untold-truth-of-hi-chew/

How North Carolina became the home of Japan’s #1 candy


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer