ถ้าคุณเป็นคนเสพโซเชียลมีเดีย คงเคยเห็นชื่อ “Her Hyness” ผ่านตากันอย่างแน่นอน ทั้งครีมกันแดดขวดสีชมพู มาสก์หน้าดำในตำนาน คูชั่นปรับหน้าสว่าง ล้วนเป็นไอเทมของแบรนด์ที่มีคนหยิบมารีวิวบอกต่อเต็มหน้าสื่ออยู่ในขณะนี้
รู้หรือไม่ว่าแบรนด์ที่บรรจุภัณฑ์ดูไฮเอนด์นี้ คือ แบรนด์ไทย ของคนไทย ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2016 แต่เพิ่งมาเริ่มทำการตลาดจริงจังปี 2020 เพราะใช้กลยุทธ์ Product-Led Strategy คือ สินค้าที่ดีจะขายได้ด้วยตัวเอง และก็เป็นเช่นนั้น Her Hyness สร้างยอดขายทะลุพันล้านได้แบบที่ไม่ต้องซื้อป้ายโฆษณาบิลบอร์ด หรือซื้อโฆษณาบนโทรทัศน์เลย
แอล-กัญญฉัชฌ์ เลิศธนไพบูลย์ Founder and CEO, HER HYNESS อดีตนักศึกษา BBA มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และเป็นนักเรียนทุน MBA, Harvard Business School ผ่านการฝึกงานกับแบรนด์ยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง LVMH และ L’Oréal ซึ่งเธอได้เลือกทำงานต่อกับลอรีอัลกรุ๊ป และสุดท้ายกลายเป็น Head of Marketing ที่ ESTÉE LAUDER ประเทศจีน 
เมื่อถึงช่วงเวลาหนึ่งที่เก็บเกี่ยวประสบการณ์ สั่งสมความเชี่ยวชาญ ประกอบกับมองเห็นโอกาสว่า Local Brand กำลังมา และมีช่องว่างตลาดให้เล่นได้ จึงออกมาทำแบรนด์เอง คุณแอลตัดสินใจลาออกจากลอรีอัล หลังได้แรงบันดาลใจมาจากตอนมีปัญหาสุขภาพผิวของตัวเองที่มีอาการแพ้อย่างรุนแรง แล้วได้ลองรับประทาน Royal Jelly หรือนมผึ้ง เพื่อฟื้นฟูผิว
เธอจึงเลือกต่อยอดนมผึ้งมาทำเป็นส่วนผสมหลักในผลิตภัณฑ์ และเลือกชื่อแบรนด์ว่า Her Highness แต่ปรับคำว่าไฮให้สะกดเป็นการเขียนว่า “Hy” ซึ่งสอดคล้องกับคำว่า “Hydrated” และ “Hygiene” เป็น HER HYNESS
มีหัวใจสำคัญคือ Clinically-proven clean beauty คลีนบิวตี้สกินแคร์ประสิทธิภาพสูงเพื่อคนผิวแพ้ง่าย เสริมความแข็งแรง เพื่อผิวสุขภาพดีอย่างแท้จริงทั้งในระยะสั้นและยาว ไม่ได้เจาะจงกลุ่มเป้าหมายเฉพาะแค่เพศหญิง แต่ยังรวมไปถึงคนทุกเพศ วาง Position เป็น Masstige Brand
แต่ HER HYNESS แบรนด์นี้ไม่ได้มีแค่ “HER” คนเดียว แต่มาจาก 3 ผู้ก่อตั้ง ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ได้แก่ คุณเจฟ เลิศธนไพบูลย์ กับประสบการณ์ในสายการเงินระดับโลกที่ Goldman Sachs ที่นิวยอร์ก และฮ่องกง และคุณปิยะภาพ เลิศธนไพบูลย์ กับประสบการณ์จากสถาบันการเงินชั้นนำอย่าง Merrill Lynch, Citi และ Robert Baird ที่ฮ่องกง ไต้หวัน และจีน
“ที่ผ่านมา Her Hyness ไม่เคยทำ Brand Campaign ใด ๆ โดยเฉพาะช่วงเริ่มต้น ที่เริ่มมาแบบปล่อยให้แบรนด์วิ่งด้วยตัวเอง เพราะไม่ได้มีงบการตลาดส่วนนี้มาก แต่แม้ไร้การซื้อสื่อโฆษณา คุณภาพของสินค้ากลับทำหน้าที่ของตัวเอง ประกอบกับเป็นช่วงที่ลูกค้าเปิดใจลองใช้แบรนด์ไทย พอซื้อไปลองแล้วใช้ดี เกิดการรีวิวบอกต่อเป็นกระแสมากมาย และสินค้าก็ไปได้ด้วยตัวเอง แต่ปัจจุบันกำลังจะลุย Brand Campaign อย่างจริงจังและต่อเนื่อง”
ย้อนดูผลประกอบการ บริษัท เมซัน รอเยล จำกัด
ปี 2022 รายได้ 109 ล้านบาท กำไร 2 ล้านบาท
ปี 2023 รายได้ 227 ล้านบาท กำไร 3 ล้านบาท
ปี 2024 รายได้ 460 ล้านบาท กำไร 12 ล้านบาท

ถอด 5 กลยุทธ์ ที่ทำให้ HER HYNESS เติบโตสู่แบรนด์คลีนบิวตี้พันล้าน
- มองเทรนด์ระยะยาว จัด Brand Position
การวาง Brand Position ที่เอื้อต่อการเติบโตระยะยาวและระดับโลก (Think Ahead Positioning) ของ HER HYNESS คือกลยุทธ์ที่คิดได้อย่างถูกต้อง โดยเลือกวาง Brand Position เป็น “Clinically proven clean beauty” มาตั้งแต่ก่อตั้งแบรนด์เมื่อ 8 ปีที่แล้ว ทั้งที่เมื่อเกือบสิบปีก่อนคลีนบิวตี้ยังไม่เป็นที่รู้จักในกลุ่มคนทั่วไป แต่การมองเห็นเทรนด์ความงามที่จะเติบโตในระยะยาวทำให้ HER HYNESS ปักหมุดได้ถูกจุด
รายงานจาก Euromonitor ปี 2025 เปิดเผยว่า เทรนด์ความงามแบบ “การผ่านการทดสอบมาตรฐานคลินิก” และ “คลีนบิวตี้” มีการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
- ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการผ่านการทดสอบมาตรฐานคลินิกเพิ่มขึ้นจาก 13% ในปี 2019 เป็น 18% ในปี 2023 และให้ความสำคัญกับส่วนผสมของผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้นจาก 13% ในปี 2019 เป็น 18% ในปี 2023
- 40% ของผู้บริโภคทั่วโลกให้ความสำคัญกับ “คลีนบิวตี้” คือเป็นผู้ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลผิวเป็นกิจวัตร ให้ความสำคัญกับคุณภาพผลิตภัณฑ์ และประสิทธิภาพการใช้มากที่สุด
- จำนวนผู้บริโภคกลุ่ม “คลีนบิวตี้” แบ่งตามประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย (59%) อินเดีย (57%) ไทย (56%) แอฟริกาใต้ (53%) ซึ่งจะเห็นได้ว่าไทยมีสัดส่วนที่สูงมาก
- พฤติกรรมการซื้อผลิตภัณฑ์กลุ่ม “คลีนบิวตี้” ได้แก่ การให้ความสำคัญกับส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ การอ่านฉลาก ความมั่นใจต่อการทดสอบมาตรฐาน การเชื่อคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ การหาข้อมูลอย่างจริงจังก่อนซื้อ
- 48% ของผู้บริโภคกลุ่ม “คลีนบิวตี้” ให้ความสำคัญกับคุณสมบัติผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพระดับพรีเมียม เช่นเดียวกับ 47% ให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์พรีเมียมของแบรนด์ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคต้องการผลิตภัณฑ์ที่ดีจริงพอ ๆ กับภาพลักษณ์
Brand Position ดังกล่าวมีผลต่อการพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ การสื่อสารไปจนถึงบรรจุภัณฑ์ ด้วยแพ็กเกจจิ้งเรียบหรูที่วางไว้บนโต๊ะเครื่องแป้งแล้วดูดีไม่ต่างจากเคาน์เตอร์แบรนด์ สะท้อนความเป็นโกลบอลแบรนด์ตั้งแต่ต้น
2. ขับเคลื่อนแบรนด์ด้วยลูกค้าตัวจริง (Fan-Driven Growth)
การบอกต่อของลูกค้าตัวจริงผ่านคอนเทนต์รีวิว เสมือนการบอกต่อปากต่อปากของผู้ใช้ ซึ่งสัมผัสถึงความจริงใจได้มากกว่ารูปแบบอื่น ๆ ซึ่งมีทั้งลูกค้าในประเทศไทยและลูกค้าต่างชาติ รวมถึง Influencer ระดับโลกมากมายที่ใช้ผลิตภัณฑ์ HER HYNESS แล้วรีวิวจากประสบการณ์จริง เพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ได้อย่างมาก
3. Seamless Brand Experience
เน้นสร้าง Brand Experience ที่สอดคล้องทั้งออฟไลน์และออนไลน์ วางขายในทุกแพลตฟอร์มและร้านบิวตี้สโตร์ชั้นนำทั่วประเทศ และบริหารพอร์ตโฟลิโอทั้งช่องทางออฟไลน์และออนไลน์ให้สมดุล เพื่อให้แบรนด์มีตัวตนที่ชัดเจน ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดในเส้นทางของผู้บริโภค
4. สร้างทีมให้มี Global Mindset
ทั้ง 3 ผู้ร่วมก่อตั้งนำความรู้และประสบการณ์จากองค์กรระดับโลก มาพัฒนาองค์กรให้เติบโตบนพื้นฐานของมาตรฐานสากล (Global Standard) และแนวคิดแบบ Global Mindset โดยถ่ายทอดแนวทางการทำงานที่เน้นวัฒนธรรมองค์กรระดับโลก ควบคู่ไปกับการปรับใช้ให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของคนไทยอย่างแท้จริง พร้อมขับเคลื่อนด้วยทีมงานที่ล้วนผ่านประสบการณ์จากบริษัทชั้นนำระดับโลก ภายใต้แนวคิดหลัก “Think Global, Act Local”
5. วิชาทำเกิน (Beyond Standard, Build Iconic Products)
จะเห็นว่าความเร็วในการออกสู่ตลาดของผลิตภัณฑ์แต่ละตัวจะใช้เวลาอย่างต่ำ 12 เดือน และมีการทดสอบมากกว่า 40–50 สูตรก่อนจะสรุปออกเป็นสูตรจำหน่ายจริงทุกชิ้น แบรนด์ให้ความสำคัญกับกระบวนการวิจัยและพัฒนาเป็นอย่างมาก ทุกสูตรต้องผ่านการทดสอบจากแล็บที่ได้รับมาตรฐานทั้งในไทยและต่างประเทศ เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ตอบโจทย์ทั้งประสิทธิภาพและความปลอดภัย
เดินหน้าขยายตลาด และโปรดักต์ไลน์ใหม่ ๆ สู่ตลาดความงาม ปัจจุบันรวมสินค้ากว่า 30 SKUs ทั้งคลีนเซอร์ เซรั่ม มอยส์เจอไรเซอร์ ชีทมาส์ก อายครีม ครีม โลชั่น ครีมกันแดด ช่องทางจำหน่ายครอบคลุมทั้งช่องทางออฟไลน์และออนไลน์
ล่าสุด เตรียมเขย่าตลาดผลิตภัณฑ์กันแดดไทย 6.1 พันล้านบาท (มีการเติบโต 6% จากปี 2021-2024) ด้วยการเปิดตัวนวัตกรรมกันแดดใหม่ “UV Adapt Hya Water Sunscreen SPF50+ PA++++” ปกป้องผิวจากแสงแดดด้วย UV Filter และช่วยบูสต์ผิวให้กันแดดได้เองยาวนานถึง 6 ชั่วโมง ชูจุดขาย Smart UV Adapt™ เทคโนโลยีเอกสิทธิ์เฉพาะ Her Hyness ที่ชี้ให้เห็นหัวใจสำคัญของการบูสต์กลไกการทำงานของผิวตามธรรมชาติ ยกระดับนวัตกรรมคลีนบิวตี้ สกินแคร์
พร้อมด้วยการต่อยอดการสื่อสารแบรนด์ครั้งใหญ่ กับการแต่งตั้ง ‘หลิงหลิง ศิริลักษณ์ คอง’ เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนแรกของ HER HYNESS ที่ไม่ได้เพียงมาเพิ่มสีสันให้กับแคมเปญ แต่เป็นการยกระดับการสื่อสารแบรนด์ให้ชัดเจนขึ้นในมิติที่แบรนด์ไม่เคยทำมาก่อน
ปีที่ผ่านมา HER HYNESS เติบโตไปได้กว่า 90% ส่วนในปีนี้ตั้งเป้าเติบโต 40% เนื่องจากฐานที่ใหญ่ขึ้น ตั้งเป้าขยายพอร์ตโฟลิโอครีมกันแดดมากกว่า 100%
–
