Positioning Marketing หรือ กลยุทธ์การวางตำแหน่งทางการตลาด คือกระบวนการกำหนดภาพลักษณ์หรือ “ตำแหน่งในใจผู้บริโภค” ที่แบรนด์ต้องการจะยืนอยู่ให้ชัดเจน แตกต่าง และโดดเด่นเมื่อเทียบกับคู่แข่งในตลาด โดยอาศัยการสื่อสารจุดแข็งหรือจุดขายหลัก (Unique Selling Proposition – USP) ให้กลุ่มเป้าหมายจดจำแบรนด์ในแบบที่ต้องการ

ประเภทของ Positioning มีหลายรูปแบบ โดยทั่วไปแบ่งได้เป็น 7 ประเภทหลัก ได้แก่

  1. Product Attribute Positioning
    วางตำแหน่งโดยเน้น “คุณลักษณะของสินค้า” เช่น ขนาด น้ำหนัก ความเร็ว หรือส่วนผสม เช่น แชมพูไม่มีพาราเบน หรือโทรศัพท์น้ำหนักเบา
  2. Benefit Positioning
    วางตำแหน่งตาม “ประโยชน์ที่ลูกค้าได้รับ” เช่น ยาสีฟันที่ลดอาการเสียวฟัน หรือแอปพลิเคชันที่ช่วยประหยัดเวลา
  3. Price & Quality Positioning
    วางตำแหน่งโดยเน้น “ราคาและคุณภาพ” เช่น สินค้าพรีเมียมคุณภาพสูง ราคาสูง (เช่น Rolex) หรือสินค้าเน้นความคุ้มค่าในราคาย่อมเยา (เช่น Xiaomi)
  4. Use or Application Positioning
    วางตำแหน่งตาม “การใช้งานเฉพาะเจาะจง” เช่น เครื่องดื่มเกลือแร่สำหรับนักกีฬา หรืออุปกรณ์สำหรับเดินป่าโดยเฉพาะ
  5. User Positioning
    วางตำแหน่งโดย “กำหนดกลุ่มผู้ใช้” ให้ชัดเจน เช่น น้ำหอมสำหรับวัยรุ่นชาย หรือครีมบำรุงสำหรับผู้หญิงวัย 40+
  6. Competitor Positioning
    วางตำแหน่งโดยการ “เปรียบเทียบกับคู่แข่ง” เช่น โฆษณาที่เปรียบให้เห็นว่าแบรนด์ตัวเองดีกว่าคู่แข่งอย่างไร (ต้องระวังเรื่องกฎหมาย)
  7. Cultural or Lifestyle Positioning
    วางตำแหน่งโดยผูกกับ “ค่านิยม วัฒนธรรม หรือไลฟ์สไตล์” เช่น สินค้าออร์แกนิกสำหรับคนรักสิ่งแวดล้อม หรือแบรนด์แฟชั่นแนวสตรีทสำหรับวัยรุ่นเมือง

ธุรกิจจะนำ Positioning ไปปรับใช้อย่างไร

  1. เริ่มจากวิเคราะห์ตลาดและผู้บริโภค
    ต้องเข้าใจกลุ่มเป้าหมายอย่างลึกซึ้งว่าเขาคือใคร มีความต้องการ ปัญหา หรือแรงจูงใจอะไร รวมถึงวิเคราะห์คู่แข่งว่าแต่ละรายวางตัวอยู่ตรงไหนแล้ว
  2. กำหนดจุดยืนที่แตกต่างและมีคุณค่า
    หาจุดเด่นที่แบรนด์สามารถเป็นเจ้าของได้ในใจผู้บริโภค เช่น “เครื่องดื่มสุขภาพของคนเมือง” หรือ “กระเป๋าที่ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน”
  3. สร้างข้อความสื่อสาร (Positioning Statement)
    ข้อความสั้นที่สรุปว่าแบรนด์ของคุณมีไว้สำหรับใคร ให้คุณค่าอะไร และแตกต่างจากคู่แข่งอย่างไร เช่น “สำหรับนักเดินทางที่ต้องการความเรียบง่ายและทนทาน — เราคือกระเป๋าเดินทางที่พร้อมทุกเส้นทาง”
  4. ใช้ Positioning สื่อสารผ่านทุกช่องทาง
    ไม่ว่าจะเป็นโลโก้ สโลแกน โฆษณา เว็บไซต์ แพ็กเกจจิ้ง หรือพนักงานขาย ทุกองค์ประกอบควรสะท้อนภาพลักษณ์เดียวกันตาม Positioning ที่วางไว้
  5. ประเมินผลและปรับปรุงตามความเปลี่ยนแปลง
    ตลาดเปลี่ยน พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน ตำแหน่งของแบรนด์ในใจลูกค้าก็อาจต้องปรับตาม เพื่อไม่ให้สูญเสียความเชื่อมโยงหรือถูกแย่งพื้นที่ในใจลูกค้าไปโดยคู่แข่ง

สรุป
Positioning Marketing คือการกำหนดจุดยืนให้แบรนด์อยู่ในใจลูกค้าอย่างชัดเจนและแตกต่าง ซึ่งมีหลายแนวทางขึ้นอยู่กับคุณลักษณะ สาระประโยชน์ ราคา กลุ่มเป้าหมาย หรือไลฟ์สไตล์ การวาง Positioning ที่ดีไม่เพียงช่วยให้แบรนด์น่าจดจำ แต่ยังช่วยให้ธุรกิจเลือกกลยุทธ์การตลาดอื่น ๆ ได้อย่างแม่นยำมากขึ้น 🟥

 


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer