เกิดความเคลื่อนไหวแบบข้ามสายที่น่าสนใจในแวดวงธุรกิจในยุโรป โดย Renault แถลงว่า ลูก้า เด เมโอ ได้ขอลาออกจากตำแหน่งซีอีโอ เพื่อไปหาความท้าทายใหม่นอกอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งจะมีผลตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคมนี้เป็นต้นไป

ลูก้า เด เมโอ เป็นชาวอิตาลีที่คร่ำหวอดในอุตสาหกรรมยานยนต์มานานกว่า 30 ปี เขาเคยร่วมงานกับบริษัทรถยนต์ชั้นนำหลายแห่ง อาทิ Toyota Europe ตามด้วย Fiat Group ซึ่งเขามีบทบาทสำคัญในการฟื้นฟูแบรนด์ Fiat 500 และ Abarth นอกจากนี้ เขายังเคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดของ Audi และเป็นประธานคณะกรรมการบริหารของ SEAT ตั้งแต่ปี 2015) ถึง 2020 ภายใต้ Volkswagen Group อีกด้วย

จากนั้นในปี 2020 ก็ได้ขึ้นเป็นหัวเรือใหญ่ของ Renault โดยผลงานสำคัญคือ การดันรายได้ค่ายรถฝรั่งเศสแห่งนี้เพิ่มขึ้น 6% ในปีต่อมา พร้อมมุ่งสู่การเป็นแบรนด์รถอีวี 100% ภายในปี 2030 ตามเทรนด์อุตสาหกรรมยานยนต์ แต่ไม่กี่ปีมานี้สถานการณ์ Renault กลับไม่สู้ดีนัก หลังกำลังซื้อผู้บริโภคลดลงและยอดขายรถอีวีในยุโรปที่ชะลอตัว

นอกจากนี้ยังได้รับผลกระทบจากวิกฤตของ Nissan พันธมิตรสำคัญอีกด้วย ทั้งหมดส่งผลโดยตรงต่อ Renault ทำให้ไตรมาสแรกปี 2025 ขาดทุนถึง 2,200 ล้านยูโร (ราว 82,300 ล้านบาท)

ด้านสื่อฝรั่งเศสรายงานว่า ความท้าทายใหม่นอกอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ ลูก้า เด เมโอ ระบุไว้ในการลาออกจาก Renault คือการไปเป็นซีอีโอ Kering เครือแบรนด์หรูที่คนส่วนใหญ่ทั่วโลกต่างรู้จัก ซึ่งกำลังหาผู้บริหารฝีมือดีช่วยฟื้นฟูจากขาลง หลังไตรมาสแรกปี 2025 ยอดขายตกไป 14% และปี 2024 ยอดขายของ Gucci แบรนด์ใหญ่สุดในเครือก็ร่วงไปถึง 23%

ตามรายงานสื่อฝรั่งเศสระบุว่า การมาที่ Kering ของ ลูก้า เด เมโอ จะทำให้ ฟรองซัวส์-อองรี ปิโนลต์ ต้องสละตำแหน่งซีอีโอ ซึ่งฝ่ายหลังก็ยอมรับได้ เพราะจำเป็นและยังคงได้เป็นประธานบอร์ดบริหารที่สืบทอดมาจาก ฟรองซัวส์ ปิโนลต์ ผู้เป็นพ่อต่อไป

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นต่อเนื่องจากการปรับเปลี่ยนตำแหน่งสำคัญๆ ที่เปรียบได้กับแม่ทัพใต้ชายคา Kering ไม่ว่าจะเป็นการดัน เด็มนา กวาซาเลีย ขึ้นเป็นดีไซเนอร์ใหญ่คนใหม่ของ Gucci หลังจากที่เขาฝากผลงานไว้กับการพา Balenciaga ให้กลายเป็นแบรนด์หรูที่โดดเด่นเรื่องไอเดียแหวกแนวและสร้างกระแสในสื่อจนเป็นขวัญใจคนรุ่นใหม่

และต่อด้วยการดึงตัว ปีแอร์เปาโล ปิคชิโอลี ที่เคยคุม Valentino อยู่ 16 ปี และอยู่ระหว่างพักหลังวางมือ ให้กลับสู่วงการแฟชั่นในฐานะดีไซเนอร์ใหญ่คนใหม่ของ Balenciaga แทน เด็มนา กวาซาเลีย

ส่วนขาลงในวงการแฟชั่นและแบรนด์หรู เกิดขึ้นจากกำลังซื้อคนทั่วโลกลดลงจากปัญหาเศรษฐกิจ สถานการณ์การเมืองโลก และสงครามการค้าโลกรอบใหม่ โดย Kering ต้องปิดสาขาทั่วโลกไปแล้วราว 50 แห่ง

ขณะที่ LVMH คู่แข่งของ Kering ก็เผชิญขาลงเช่นกัน โดยยอดขายไตรมาสแรกปี 2025 ทั้งในปีกแบรนด์แฟชั่นและเครื่องหนังลดลงไป 5% ซึ่งนำมาสู่การเปลี่ยนดีไซเนอร์ใหญ่ของแบรนด์ดังๆ ใต้ชายคา โดยหนึ่งในการปรับเปลี่ยนที่เป็นข่าวดังคือ ดอนนาเทลล่า เวอร์ซาเช่ ลงจากตำแหน่งดีไซเนอร์ใหญ่ของ Versace หลังอยู่มาเกือบ 30 ปี แล้วให้ ดาริโอ วิตาเล่ ที่ย้ายมาจาก Miu Miu ให้ขึ้นคุมแบรนด์แทน / japantoday, reuters


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer